classicliterature.it.com

WTI ปิดบวก 36 เซนต์ รับพายุเฮอร์ริเคนกระทบผลิตน้ำมันสหรัฐ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ (9 ต.ค. 2569) โดยได้รับแรงหนุนจากพายุเฮอร์ริเคน อีไซอัส (Isaias) ที่เคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่อ่าวเม็กซิโกตอนเหนือ ส่งผลให้บริษัทน้ำมันหลายแห่งระงับการผลิตน้ำมันดิบในน่านน้ำสหรัฐฯ

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ หรือ 0.39% ปิดที่ 91.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ หรือ 0.42% ปิดที่ 104.72 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

สำนักงานบริหารจัดการแร่ทางทะเลของสหรัฐฯ ระบุว่า ณ วันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ผู้ผลิตน้ำมันได้ระงับกำลังการผลิตประมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 62.9% ของกำลังการผลิตน้ำมันในปัจจุบัน หลังพายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้พื้นที่ผลิตพลังงานสำคัญในอ่าวเม็กซิโก

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถเดินหน้าเจรจาเพื่อยุติสงคราม รวมถึงแผนของจีนที่จะกลับมาส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันปรับตัวลงระหว่างการซื้อขาย หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า การเจรจากับอิหร่านเพื่อยุติสงครามในตะวันออกกลางกำลังดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผล พร้อมส่งสัญญาณว่าจะประกาศมาตรการเกี่ยวกับน้ำมันดีเซลในเร็ว ๆ นี้ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาระงับการจัดเก็บภาษีน้ำมันเบนซินของรัฐบาลกลาง ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดจับตา เนื่องจากอาจมีผลต่อระดับราคาพลังงานและความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐฯ

อีกปัจจัยที่กดดันราคาน้ำมันคือแผนของ จีน ซึ่งเป็นประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ที่เตรียมกลับมาส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป หลังจากระงับการส่งออกเป็นการชั่วคราวในช่วงวันหยุดโกลเดนวีค

นักวิเคราะห์จาก PVM Oil Associates ระบุว่า ท่าทีของทรัมป์เกี่ยวกับอิหร่าน รวมถึงการกลับมาส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีน เป็นปัจจัยสำคัญที่จำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันมีความผันผวนตลอดทั้งสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อการเดินเรือในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนเกิดสงครามเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและเชื้อเพลิงคิดเป็นประมาณ 20% ของปริมาณการขนส่งทั่วโลก

เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังหารือกับอิหร่านอย่างมีประสิทธิผล พร้อมยืนยันว่าไม่มีแผนโจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย. หลังจากก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

ด้านสำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า รัฐบาลเตหะรานกำลังพิจารณาคำตอบของสหรัฐฯ ต่อข้อเสนอของอิหร่าน ซึ่งมีเป้าหมายให้ช่องแคบฮอร์มุซสามารถกลับมาเปิดใช้งานได้ภายใน 7 วัน

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกดดันอิหร่าน โดยประกาศคว่ำบาตรบุคคล เครือข่าย และเรือจำนวน 17 ลำ ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีของอิหร่าน

นอกจากนี้ สงครามระหว่างอิหร่าน รวมถึงความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ยังคงสร้างความเสี่ยงต่ออุปทานเชื้อเพลิงสำเร็จรูป ทั้งน้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน และโดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป

Update: 2026-10-10
Tags: