อนุทิน ปิดดีล Win-Win ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เตรียมบินต่อ อินเดีย สหรัฐ อังกฤษ
“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โคจรเยือนเครือรัฐออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 17-20 สิงหาคม 2569
ถือเป็นการเดินทางเยือนออสเตรเลีย อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีประเทศไทย ในรอบ 14 ปี และขณะที่เยือนนิวซีแลนด์ ในรอบ 13 ปี
หนึ่งในเป้าหมายคือหวังเพื่อเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจ ขยายตลาดสินค้าไทย ดึงการลงทุนและเทคโนโลยี ตลอดจนเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคง อาชญากรรมไซเบอร์ และการเดินทางระหว่างประชาชน
ขนทัพ 21 นักธุรกิจร่วมวง
ขณะเดียวกันยังขนรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจร่วมคณะ อาทิ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม, น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ รวมถึง นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) พร้อมกับทัพนักธุรกิจ ทั้งด้านพลังงาน อสังหาริมทรัพย์ ห้างค้าปลีก 21 คน
เช่น นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชั่นธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), นายธนรัตน์ ชัยสิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)
นายสุภรัฐ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านพัฒนาธุรกิจองค์กรกลุ่มเซ็นทรัล, นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการบริหาร กรรมการที่ไม่อิสระบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น (TCC Group), ม.ล.ตรีนุช สิริวัฒนภักดี ผู้บริหาร บริษัท Adelfos จำกัด (ในเครือ TCC)
นายไวธยางค์ กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การค้าระหว่างประเทศ กลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมขั้นต้นและกิจการต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), นายพุฒิกานต์ เอารัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท RATCH Australia จำกัด ในเครือบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานคณะกรรมการบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน), ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน), นายโสภณ ราชรักษา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในเครือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น (TCC)
นายเอกปิยะ เอื้อวุฒิเกริก กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), นางอัญชลี ชวนะลิขิกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น และนายชิน พึ่งทรัพย์ชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น
ดึง 10 อุตสาหกรรมออซซี่ลงทุนไทย
สำหรับภารกิจการเยือนออสเตรเลีย ของ “อนุทิน” และคณะ นอกจากได้พบหารือกับนายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เพื่อลงนามการขับเคลื่อนหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 2 ฉบับ คือ ฉบับแรก แถลงการณ์ผู้นำว่าด้วยการยกระดับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ (Leaders’ Statement on Deepening Economic Engagement) มุ่งใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ให้เต็มศักยภาพ ขยายการค้าและการลงทุนในสาขาสำคัญ สนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มีกฎกติกาเป็นพื้นฐาน และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
ฉบับสอง ความร่วมมืออาชญากรรมข้ามชาติ (Joint Statement on Transnational Crime) ยกระดับความร่วมมือป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ ยาเสพติด และการฟอกเงิน ทั้งในระดับทวิภาคี ภูมิภาค และระดับโลก เพื่อรับมือภัยข้ามพรมแดนที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนโดยตรง
ยังมีภารกิจพบนักลงทุนออสเตรเลีย เพื่อดึงมาลงทุนในไทย ผ่านงาน “Thailand-Australia Investment and Business Partnership Reception” หัวข้อ “Thailand and Australia, A Strategic Partnership for Growth” โดยมีผู้แทนบริษัทชั้นนำของออสเตรเลียด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล เกษตร อาหาร ยานยนต์ การผลิตและการศึกษา กว่า 70 แห่งเข้าร่วม ครอบคลุม 10 สาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งกลุ่มการผลิตขั้นสูง เกษตรและอาหาร ยานยนต์ ดิจิทัล เหมืองแร่ และพลังงานหมุนเวียน เช่น Canva, ARB Corporation, Cochlear และ NEXTDC
โดย “อนุทิน” ชี้ให้เห็นประโยชน์การขับเคลื่อนให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย เพื่อนำไปสู่การลงทุน (Joint Venture) ในธุรกิจขนาดใหญ่ สร้างบรรยากาศการค้าแบบ “วิน-วิน” (Win-Win Situation) ที่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล โดยมองว่าการเยือนออสเตรเลียครั้งนี้ ประสบความสำเร็จ 2 เด้ง เพราะไม่เพียงแค่ดึงนักลงทุนเข้าไทย แต่ยังเป็นการเปิดทางให้นักลงทุนไทยไปเติบโตในออสเตรเลีย
ทั้งนี้ BOI รายงานว่า ช่วงครึ่งปีแรก 2569 มียอดการลงทุนสูงถึง 60,000 ล้านออสเตรเลียดอลลาร์ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งเทคโนโลยีจากออสเตรเลียยังสามารถเชื่อมโยงและสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดันการค้าไทย-กีวี เพิ่ม 3 เท่า
จากนั้น “อนุทิน” และคณะเยือนนิวซีแลนด์ เป็นการเยือนของผู้นำไทยในรอบ 13 ปี นายอนุทินได้หารือกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ได้หารือมุ่งเน้นความร่วมมือ 4 เสาหลัก ภายใต้แผนปฏิบัติการร่วมไทย-นิวซีแลนด์ ค.ศ.2026-2030 (Joint Plan of Action 2026-2030) อาทิ ความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและนวัตกรรม ความร่วมมือด้านการศึกษา และความร่วมมือระดับภูมิภาค พหุภาคี โดยจะเป็นกรอบสำคัญในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและสร้างประโยชน์แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้มีการลงนามปฏิญญาร่วมว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างราชอาณาจักรไทยกับนิวซีแลนด์ 4 ฉบับ ได้แก่ 1) ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งนิวซีแลนด์ 2) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนแห่งราชอาณาจักรไทย และ Education New Zealand ประเทศนิวซีแลนด์
3) บันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตำรวจนิวซีแลนด์ ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน และ 4) ความตกลงของภาคเอกชน คือ บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท Chata Instruments Company Limited กับบริษัท Aeroqual Limited
โดยการตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าไทย-นิวซีแลนด์ เป็น 3 เท่า หรือ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.46 แสนล้านบาท) ภายในปี 2045
ดึงลงทุน เกษตรฯ – ท่องเที่ยว
นอกจากนี้ นายกฯ ได้หารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของนิวซีแลนด์ อาทิ T&G Global บริษัทเกษตรและผลไม้ระดับโลก เจ้าของแบรนด์ Envy? และ Skyline Enterprises ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว
สำหรับการหารือกับ T&G Global นายอนุทินเปิดเผยว่า T&G Global แสดงความสนใจในการหาฐานกระจายสินค้าเพื่อรองรับการขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนและอินเดีย โดยได้เสนอให้บริษัทพิจารณาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า เนื่องจากมีความได้เปรียบด้านที่ตั้งและระบบโลจิสติกส์ สามารถเชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาเซียน และตลาดนอกภูมิภาค ประกอบกับไทยมีเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่สามารถสนับสนุนการขยายธุรกิจและการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ
ขณะที่การหารือกับผู้บริหาร Skyline Enterprises แสดงความสนใจต่อโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทย เพราะมองเห็นศักยภาพของตลาดและแหล่งท่องเที่ยวไทย รวมถึงโอกาสในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ BOI ประสานงานกับบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และต่อยอดไปสู่การลงทุนในประเทศไทย
นอกจากนี้ ไทย-นิวซีแลนด์ ยังเห็นพ้องแผนการบินไทยระหว่าง 2 ประเทศ โดยมีแผนกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรง ระหว่างกรุงเทพมหานครและโอ๊กแลนด์ อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเริ่มให้บริการในเดือนมีนาคม 2570 เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน การศึกษา และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
เตรียมบินยาว 3 ประเทศ 3 ทวีป
ภายหลังการจบทริปเยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ “อนุทิน” ยังเตรียมการเดินทางไปเยือน 3 ประเทศ ใน 3 ทวีป ช่วงเดือนกันยายนนี้ ประกอบด้วย วันที่ 12-13 กันยายน จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 18 (The 18th BRICS Summit) ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยอินเดียเป็นเจ้าภาพและประธานกลุ่มในปีนี้ ภายใต้แนวคิดหลักเกี่ยวกับการสร้างความพร้อมรับมือนวัตกรรม ความร่วมมือ และความยั่งยืน
ทริปต่อไป ช่วงวันที่ 20-28 กันยายน 2569 “อนุทิน” จะบินข้ามทวีปไปยังมหานครนิวยอร์ก เพื่อร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA 81) ภายใต้แนวคิดหลัก “Restoring Trust, Managing Transformation: A United Nations that Delivers for All” จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ