สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก Trip VVI Shanghai ประเทศจีน (11-13 Oct 26) - Thai Value Investor การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุน VI หุ้นวีไอ Webboard
1.เศรษฐกิจจีน ฟื้นตัวแบบ K Shape Distribution โดย GDP คาดการณ์ประมาณ 4.3% สำหรับ K Shape ขาบน ยกตัวอย่างคือ Robot , 3D Printing ในขณะที่ขาล่างคือ Real Estate ซึ่งไม่มีวันกลับตัวไปแบบเดิม ส่วนตลาดรถ EV เองช่วงหลังผู้เล่นก็เริ่มหยุดสงครามราคาในประเทศ โดยเริ่มคุยกัน และพยายามมอง Position ว่าลูกค้าตัวเองอยู่ที่ตรงไหน
Theme China ที่น่าสนใจ : AI , New Energy & Technology, Biology
2.Visit Technology ใน Shanghai
2.1 หุ่นยนต์ของ Unitree เท่าที่เห็นสามารถเคลื่อนที่ได้หลากหลายรูปแบบ แต่ก็อาจจะยังมีข้อจำกัดในเรื่อง Battery พอใช้ไปได้สักพักก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยน Battery ซึ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Robot ในจีนมีมากมายหลายบริษัท ซึ่งแขนกลก็มีความคล้ายๆกัน ใครจะเป็นผู้ชนะในอนาคต ภาพยังอาจจะไม่ค่อยชัดสักเท่าไร ยกตัวอย่างบริษัทเช่น Unitree, Ubitech เป็นต้น
2.2 Drone ที่ใช้ในการส่งสินค้าเช่นการส่ง Heytea ในเมือง Shanghai หลักๆยังมีข้อจำกัดอยู่ เข้าใจว่าปัจจุบันใช้ในการขนส่งได้บางพื้นที่เท่านั้น (ยังเป็นในเชิง Pilot มากกว่าการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์) และใช้งานได้ในบางสภาพภูมิอากาศ ในกรณีที่มีลมแรงหรือฝนตก ก็ไม่สามารถใช้งานบริการนี้ได้
2.3 Robo Taxi & Autonomous Driving ที่ Shanghai Pony.AI ยังมีใช้ได้ในบางพื้นที่ และเวลานั่งสามารถนั่งได้เฉพาะด้านหลังของรถยนต์ทำให้นั่งได้เต็มที่แค่ 3 คน เรื่อง Robotaxi เข้าใจว่ายังอยู่ใน Phase Trial มากกว่าการ Mass Production Scale เพราะอาจจะมีข้อจำกัดเนื่องจากอาจจะไปกระทบกับอาชีพคนขับรถ เช่น Didi ที่ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศจีน
3.ตั้งคำถามให้ถูกเวลาดูข่าวประเทศอื่นๆ เราเองอาจจะมีความ Hive เช่นการดู RoboTaxi หรือ Humanoid แต่เวลามาดูของจริง ภาพที่เห็นอาจจะมีความแตกต่าง ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่การตั้งคำถาม ถ้าเรา focus ผิดจุด ก็อาจจะทำให้เราหลงทางไปได้ พยายามอย่าไป Hive ตามกระแส แต่ต้องดูว่าจริงๆแล้วทำอะไรได้บ้าง
4. อย่าไปเชื่อคนที่มีชื่อเสียง ต้องคิดและตัดสินใจด้วยตัวเองเราชอบเชื่อคนที่มีประสบการณ์ เช่นเคยมีคนบอกว่าตลาดหุ้นต้องเป็นไปตาม GDP ซึ่งในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป อย่าง GDP America โตแค่ 3% มา 10-20 ปี แต่ดัชนี S&P500 ก็ยังสามารถโตได้ในระดับ 15-20%พยายาม”ลดมายาคติ” ที่โดนฝังหัว อย่างเช่นแม้ GDP America จะไม่ค่อยโต แต่ Revenue ของบริษัทใหญ่ๆจำนวนมากเช่นประมาณ 50% ของรายได้นั้นมาจากนอก America
5.RoboTaxi เช่น Pony.AI นั้นมีโอกาสที่จะไม่ใช่ Manufacturer เพราะมีความยาก อาจจะจะไม่ถูกกับระบอบของประเทศจีน เพราะกลัวว่าจะทำให้มีคนตกงานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันมีคนขับรถเช่น Didi ในจีนเป็นจำนวนมาก ทำให้กลัวว่า Robot อาจจะเข้ามาทดแทน แต่ถ้าเป็น Robo Truck, Van, Bus นั้นเนื่องจากเป็นงานที่คนส่วนใหญ่อาจจะไม่ค่อยอยากทำ จะทำให้มีโอกาสเกิดได้มากกว่า และราคาอาจจะไม่ค่อยมีความน่าดึงดูดใจเท่าเทียบกับใน America อย่าง Tesla Model Y Robo Taxi ที่ราคาถูกกว่า Uber 20-50%
6.ระบบที่ใช้ Lidar (Light Detection and Ranging), เนื่องจากปัญหาคือราคา Lidar ที่ยังแพง ทำให้ Autonomous Driving ที่อาจจะไม่ต้องใช้ Reliable มากๆ อาจจะเลือกใช้ Lidar เท่าที่จำเป็น อย่างในค่าย Tesla เลือกใช้ Image Processing แทน หรือสำหรับ Robot เองก็อาจจะเลือกใช้ Lidar เท่าที่จำเป็น โดยใส่ Lidar แค่ 1 ตัว + Camara แทนเป็นต้น
7.ตลาดหุ้นจีน 60% เป็นรายย่อย ซึ่งกลับข้างกับ America ที่นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นสถาบันโดย S&P 500 10 บริษัทแรก อาจจะ Weight น้ำหนักสัก 40% เมื่อเทียบกับ CSI 300 ของจีน Top 10 อาจจะ Weight สัดส่วนสัก 10% โดยในประเทศจีนนั้น SOE Government ก็ยังถือว่าเป็นผู้เล่นที่สำคัญในตลาดหุ้น ถ้าเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลไม่สนับสนุน SOE ก็อาจจะไม่เข้าไปลงทุนในบริษัทนั้นๆ
สำหรับจีนนั้น แม้ว่า GDP จะโต 5% แต่ EPS บริษัทในจีนก็ไม่ค่อยโต เมื่อเทียบกันกับ America แล้ว อย่าง Amazon ที่เป็นอันดับ 1 แล้วแต่ก็ไม่ค่อยมีใครที่คิดจะทำแข่งสักเท่าไรใน America แต่ถ้าเป็นในจีนอาจจะทำทุกวิถีทางหรือแม้กระทั่งการ Copy เพราะไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องที่ผิด และสำหรับบริษัทในจีนนั้นอาจจะไม่ได้มองว่าต้องรีบทำกำไรมากๆ แต่มองว่าควรจะขายให้ได้เยอะๆ จนต้นทุนต่ำมากพอจนไม่มีใครที่จะมาแย่งการเป็นผู้นำได้
ประเทศจีนนั้นมี China Speed ที่ไวมาก มักจะมีสิ่งใหม่ให้เห็นได้ตลอด และเวลาลงทุนในจีนนั้นอย่าเชื่อเพียงแค่ตัวเลข
สำหรับหุ้น America นั้น Character อาจจะแตกต่าง โดย
1.) ROE ที่สูงจะเป็นตัวผลักดันให้ P/E ตลาดหุ้นอยู่ในระดับสูง และ
2.)กลยุทธ์ซื้อหุ้นคืน ของบริษัทใน America ก็เป็นปัจจัยที่ช่วยผลักดันหุ้นอีกทางหนึ่ง
Theme ในการลงทุนหุ้น America ที่น่าสนใจอย่างเช่น Infra + Data + Security
8.การลงทุนในจีน บางทีการใช้วิธีกลั้นใจซื้อตอนราคาลงเยอะๆ (Valuation ถูก) หรือซื้อตอนที่แย่ๆ ก็ได้ผลค่อนข้างดี ใช้วิธีลงทุนเล่นเป็นรอบๆ ลงใน Timeframe ไม่นานเช่นไม่เกิน 1 ปี
9. VI ในประเทศจีนมีแต่ไม่ใหญ่ โดยมีนักลงทุนชื่อดังอย่าง Li Lu และ Duan Yongping (ผู้ก่อตั้งบริษัทอย่าง Oppo/Vivo และลงทุนในหุ้นอย่าง Netease, Apple)
Ex.Duan Yongping ผู้ประกอบการและนักลงทุนแนว value investing ชาวจีน ถูกเรียกว่า "บิดาแห่ง OPPO และ vivo" และได้รับยกย่องว่าเป็น "Buffett แห่งจีน" เขาเป็นหนึ่งในนักลงทุนจีนที่มีชื่อเสียงที่สุดในการถือ Apple และ Moutai ระยะยาว
สิ่งที่ได้เรียนรู้จาก Duan Yongping
9.1 ลงทุน = ซื้อธุรกิจ ไม่ใช่ซื้อกราฟซื้อเมื่อมั่นใจว่าอยากเป็นเจ้าของบริษัทนี้ได้นานๆ ไม่ใช่เพราะคาดว่าราคาจะขึ้นสัปดาห์หน้า
9.2 อยู่ในสิ่งที่เข้าใจ (Circle of Competence)ลงทุนเฉพาะธุรกิจที่อธิบายได้ว่าหาเงินอย่างไร มีข้อได้เปรียบอะไร และเข้าใจผู้บริหาร
9.3 ซื้อธุรกิจดีในราคาที่สมเหตุสมผล เมื่อตลาดตื่นตระหนกNetEase ปี 2002 และ Moutai ช่วงข่าวร้ายคือตัวอย่างของการซื้อธุรกิจดีตอนที่คนอื่นกลัว
9.4 "ทำสิ่งที่ถูกต้อง แล้วทำให้ถูกวิธี" (做对的事情,把事情做对)เน้นเลือกทิศทางให้ถูกก่อนค่อยลงมือ และมีแนวคิด Stop Doing List คือรู้ว่าอะไรไม่ควรทำสำคัญพอๆ กับรู้ว่าควรทำอะไร
9.5 เลือกคนสำคัญกว่าเลือกแผนจากการปั้น OPPO, vivo และ Pinduoduo จะเห็นว่าเขามองหาคนที่น่าเชื่อถือก่อน แล้วให้อิสระกับคนเหล่านั้น
10.Property ในจีนผ่านช่วงที่ Peak ที่สุดไปแล้ว และคิดว่าคงไม่หวนกลับไปดียังจุดเดิมอีก คงเน้นประคองไปเรื่อยๆมากกว่า อย่างในปีที่ผ่านมา คนจีนใน Shanghai ราคาบ้านที่ขายได้ก็ถูกลงไปจากปีก่อนหลายสิบ %
11.ชุดความรู้ของการลงทุนในประเทศหนึ่ง อาจจะไม่เหมาะกับประเทศอื่นๆ เช่นการที่เราอ่านตำราการลงทุนของฝั่ง USA นั้นอาจจะนำชุดความรู้เหล่านี้ไปใช้ Apply กับหุ้นจีนไม่ได้ทั้งหมด ควรที่จะต้องระวังในจุดนี้ด้วย
12. Bank : 5 Bank ใหญ่ในประเทศจีน มี Market Share สูงถึง 60% จาก 1000 Bank การเบี้ยวหนี้ในประเทศจีนนั้นมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง เพราะจะถูกตัดสิทธิ์การใช้ Wechat , Alipay หรือสิทธิ์การขึ้นรถไฟเป็นต้น
13.Network Effect, Switching cost สำคัญอย่างมากสำหรับบริษัทที่รายได้จะเติบโตต่อเนื่อง
Framework ในการลงทุนก็คือแค่ Framework อย่าไปยึดติดกับมันมาก (บางครั้งยึดติดมากเกินไป อาจจะทำให้ไม่ได้ซื้อหุ้นสักที)
14.เหตุการณ์ไม่คาดฝันในชีวิตเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ เพราะฉะนั้นเรื่องที่สำคัญของชีวิตควรจะมี Backup plan หรือแผนสำรองบ้าง (อย่างใน Trip นี้ก็เจอเหตุการณ์ไม่คาดคิด 2-3 เหตุการณ์)
เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน สิ่งสำคัญคือสติค่อยๆ หาทางแก้ไขปัญหา ถ้าปัญหาไหนแก้ไม่ได้ ก็ปล่อยวางจากเรื่องนั้น อย่าไปยึดติดกับมันมาก พยายามใช้ชีวิตและสนุกกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้น
15.การมาสัมมนาต่างๆ แค่คำพูด, ข้อคิดดีๆที่ได้กลับไปสัก 1 เรื่อง บางทีก็คุ้มกับการที่ได้มาแล้ว อย่างใน Trip นี้ก็ทำให้รู้ว่าการได้มาเห็นของจริงกับการที่ได้นั่งอ่านข้อมูลอยู่ที่เมืองไทย หลายอย่างก็อาจจะทำให้เราเข้าใจคาดเคลื่อนได้
16.เนื่องจากเวลาของเรามีจำกัด พยายามเลือกกรองศึกษาเฉพาะเรื่องหรือแหล่งข้อมูลที่ดีเท่านั้น อย่าไปเสียเวลากับข้อมูลที่ไม่มีคุณภาพ
17.อาชีพในอนาคตหลายๆอาชีพ ในหลายๆอุตสาหกรรมมีโอกาสถูกทดแทนจาก Robot Physical AI ได้ จากที่ได้เห็นในงานก็เริ่มมี Case ที่นำไปประยุกต์ใช้เช่นยกของในโรงงานอุตสาหกรรม, ผู้ช่วยหมอฟัน, ช่วยในงานเกษตรกรรม และรวมไปถึงยังมีระบบ Warehouse อัตโนมัติเป็นต้น
18.หนทางหมื่นลี้ เริ่มต้นที่ก้าวแรก เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ และการลงมือทำสำคัญกว่าการคิด
19.การที่จะเปลี่ยนงานนั้นสิ่งสำคัญ อยู่ที่ Passion และความชอบ เช่นบางคนอาจจะมีความชอบหรือมีความสุขในการได้ช่วยเหลือคนอื่น ถ้าได้ทำงานที่มีบางส่วนเกี่ยวข้องกับ Feel นั้นจะทำให้มีความสุข
ขออนุญาติสรุปตามสิ่งที่ผมเข้าใจ ข้อมูลที่ผมสรุปอาจเข้าใจคาดเคลื่อนได้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านข้อมูลนี้ด้วยครับ
โดยส่วนตัวขอขอบคุณ
1.วิทยากรใน Trip นี้ทุกท่าน ทั้งคนจีนที่ VVI เชิญมาและพี่ๆจากเมืองไทย (พี่มี่, พี่โต, พี่แดม, พี่พจน์, พี่ปลา) ขอบคุณที่ช่วย Share ความรู้ให้พวกผมฟังนะครับ
2.ทีมงานที่จัด VVI Shanghai ทุกท่าน (คุณเต๋า, คุณ Golf etc.) ขอบคุณที่ดูแลพวกเราได้ดีมากตลอดทั้ง Trip ครับ
3.เพื่อนร่วม Trip ในครั้งนี้ทุกท่าน หลายๆท่านแม้เพิ่งได้รู้จักกันใน Trip นี้ แต่ทุกคนก็ช่วยแนะนำความรู้ประเทศจีนให้ผมเป็นอย่างดีและสนุกที่ได้สนทนากับพี่น้องทุกท่าน และขอขอบคุณ พี่กล้า,น้องแนน, น้อง Tik , น้อง Cake ด้วยครับที่ช่วยดูแลผมเป็นอย่างดีตลอด Trip นี้ครับ
ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงครับ
earthcu (18 Oct 26)
Life is beautiful + Financial freedom within 2015 by investment stock & real estate