UNIX ลุยครึ่งปีหลังทยอยติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ล็อกเป้าขยายตลาด Heavy Duty
บมจ.ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี (UNIX) กางแผนครึ่งปีหลังมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต-สินค้ามูลค่าเพิ่มรองรับความต้องการกลุ่มลูกค้าหลัก พร้อมเครื่องจักรใหม่เริ่มทยอยติดตั้ง เดินหน้าต่อยอด 2 ธุรกิจหลัก Heavy Duty Sack และ Film for Flexible Packaging ควบคู่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เปิดโอกาสขยายตลาด รุกบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนผ่านนวัตกรรมฟิล์ม MDO PFAS Free รับเมกะเทรนด์โลก
นายโสฬส ยอดมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UNIX เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งต่อยอดความแข็งแกร่งจากผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาฐานลูกค้าหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับโอกาสทางธุรกิจในระยะต่อไป
หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ คือ เครื่องจักรใหม่ที่ลงทุนไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มทยอยติดตั้งเพื่อเสริมศักยภาพและเพิ่มกำลังการผลิตจากฐานเดิม โดยการติดตั้งเครื่องจักรไม่กระทบต่อการผลิตและการส่งมอบสินค้า ขณะเดียวกันเทคโนโลยีของเครื่องจักรรุ่นใหม่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และควบคุมต้นทุนการผลิต ควบคู่กับการปรับปรุงกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องผ่านแนวทาง Continuous Improvement และ Lean Process
บริษัทยังมุ่งต่อยอด 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ Heavy Duty Sack และ Film for Flexible Packaging หลังสร้างการเติบโตโดดเด่นในไตรมาส 2/69 โดย Heavy Duty Sack เติบโต 32.5% จากไตรมาสก่อน และ 33.4% จากปีก่อน ขณะที่ Film for Flexible Packaging เติบโต 22.1% จากไตรมาสก่อน และ 15.3% จากปีก่อน โดยทั้งสองกลุ่มเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการเติบโตของบริษัทในไตรมาสที่ผ่านมา
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 3 ความต้องการใน 2 กลุ่มดังกล่าวยังไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้สินค้าบางประเภทจะมีปัจจัยด้านฤดูกาล บริษัทจึงยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าหลัก เพิ่มประสิทธิภาพการบริการ และเตรียมความพร้อมด้านการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า
ในช่วงครึ่งหลังของปี UNIX ยังคงยึดแนวทางการบริหารที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการบริหารวัตถุดิบ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การรักษาฐานลูกค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขณะที่เครื่องจักรใหม่จะเข้ามาเสริมศักยภาพการผลิต และเพิ่มความพร้อมในการรองรับโอกาสทางธุรกิจในระยะต่อไป โดยเรายังคงติดตามราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและปรับตัวได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ นายโสฬสกล่าว
สำหรับก้าวต่อไป บริษัทยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม Film for Flexible Packaging พร้อมต่อยอดศักยภาพด้านการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาด ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และสร้างฐานการเติบโตในระยะยาว
ด้านบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน UNIX เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผ่าน R&D เพื่อรองรับแนวโน้มด้านสิ่งแวดล้อมและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น โดยบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสูตรการผลิตฟิล์ม MDO แบบ PFAS Free ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ PCR และบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ โดยยังคงให้ความสำคัญกับความแข็งแรงและประสิทธิภาพในการปกป้องสินค้า เพื่อเพิ่มความพร้อมในการตอบสนองความต้องการของตลาดในอนาคต
ปัจจุบัน บริษัทฯ มีความพร้อมในการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ และผ่านช่วงการทดสอบตลาดแล้ว ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำหรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคตท่ามกลางการปรับตัวของตลาดตามกฎระเบียบและมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
อนึ่ง ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/69 UNIX มีกำไรสุทธิ 117.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 244.43% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 34.18 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 180.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 83.19 ล้านบาท