ทายาท Twins ชายที่ไม่ชอบมวย แต่พานวมไทยสู่ตลาดโลก
มีประโยคหนึ่งที่ ปวีณวัช ว่องประเสริฐการ พูดออกมาแล้วทำให้คนฟังต้องหยุดคิด
“ผมไม่ชอบกีฬามวยเลย”
ชายที่พูดประโยคนั้นคือ ทายาท Twins รุ่นที่สองของแบรนด์อุปกรณ์มวยไทยที่ส่งออกนวมเดือนละหมื่นคู่ไปทั่วโลก และกำลังพานาม Twins ก้าวข้ามไปสู่ตลาดที่กว้างกว่าเดิม
ความขัดแย้งระหว่างตัวตนของเขากับธุรกิจที่สืบทอดนั้น กลับกลายเป็นจุดแข็งที่คาดไม่ถึงที่สุด
ทายาท Twins รุ่นที่สองของครอบครัวว่องประเสริฐการ — ปวีณวัช ว่องประเสริฐการ — เติบโตมาในบ้านที่มีนวมมวยกองอยู่ทุกมุม รับรู้มาตั้งแต่เด็กว่าที่บ้านทำธุรกิจอุปกรณ์มวยมาตั้งแต่รุ่นอากง แต่ความรู้สึกของเขาต่อมวยไทยในวัยเด็กนั้นแทบไม่มีเลย
บิดาของเขา ณรงค์ ว่องประเสริฐการ หรือที่ลูกค้าเรียกว่า “เสี่ยแก่ ทวินส์” คือคนที่พัฒนาธุรกิจจากห้องแถวเล็กๆ มาสู่โรงงานที่มีคนงานกว่า 500 คน และ ส่งออกนวมเดือนละหมื่นคู่สู่สากล
นั่นคือมรดกที่ปวีณวัชรับมา — และความกดดันที่มาพร้อมกับมัน
จากห้องแถวสู่โรงงานมาตรฐานโลก

เรื่องราวของ Twins เริ่มต้นอย่างเรียบง่าย แต่เติบโตอย่างน่าทึ่ง
แบรนด์ Twins Special ก่อตั้งขึ้นจากความรักในมวยไทยของครอบครัว และค่อยๆ สร้างชื่อในตลาดโลกด้วยคุณภาพของหนังที่ใช้ผลิต การออกแบบที่ฟังก์ชันและทนทาน และความเข้าใจในสิ่งที่นักมวยทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นต้องการ
แบรนด์ไทยอย่าง Fairtex และ Twins ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ผู้ฝึกซ้อมในจีน และเริ่มขยายร้านค้าแฟรนไชส์ในเมืองใหญ่— ตัวเลขนี้บอกว่า Twins ไม่ได้แค่ดังในไทย แต่กลายเป็นชื่อที่คนทั่วโลกเมื่อพูดถึงอุปกรณ์มวยไทยต้องนึกถึง
สิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อ ทายาท Twins รุ่นใหม่เข้ามา
ปวีณวัชเล่าว่าสังคมสมัยก่อนมวยไทยยังไม่ยอมรับ ไม่มีใครอยากส่งลูกหลานไปเรียนมวยไทย เพราะทุกคนติดภาพว่านี่คือกีฬาที่น่ากลัว โหดร้าย ทำให้ธุรกิจอุปกรณ์กีฬามวยไทยในยุคก่อนจะโฟกัสที่ผู้ชายเป็นส่วนใหญ่
แต่โลกเปลี่ยนไปแล้ว และ ทายาท Twins รุ่นที่สองมองเห็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลงนั้น
สมัยนี้คนยอมรับมวยไทยมากขึ้นแล้ว สมัยนี้เราจะเห็นว่ามีผู้หญิงเข้ายิม ผู้หญิงสวมนวม เตะต่อยกันสนุกสนาน แล้วก็ผู้หญิงสามารถซ้อมร่วมกับผู้ชายได้ ภาพลักษณ์มวยไทยไม่ได้ดูโหดร้ายอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นว่าเป็นการออกกำลังกายแบบหนึ่ง”
การเปลี่ยนแปลงนี้คือโอกาสทางธุรกิจขนาดใหญ่ — และ Twins ก็คว้ามันไว้ด้วยการพัฒนาสินค้าและสีสันใหม่ๆ ที่ดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่ใช่แค่นักมวยอาชีพ
ความท้าทายของ ทายาท Twins : สืบทอดโดยไม่ทำลาย
สิ่งที่ ทายาท Twins ทุกคนต้องเผชิญไม่ใช่แค่การขยายธุรกิจ แต่คือการรักษาสิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้แตกต่างมาตั้งแต่แรก
น้องสาวของปวีณวัช ปทิตตา ว่องประเสริฐการ ที่ดำรงตำแหน่ง General Manager ของ Twins Special เคยพูดถึงความท้าทายว่า “สิ่งนี้ถือเป็นความท้าทาย อีกหนึ่งความยากก็อาจเป็นเรื่องการยึดติดกับค่านิยมเก่าๆ ที่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ไม่กล้าเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้รุ่นเราไม่กล้าเริ่มหรือเกรงใจที่จะทำสิ่งใหม่ๆ หรือปรับอะไรใหม่ๆ ในการทำธุรกิจ”
ประโยคนั้นพูดแทนความรู้สึกของ ทายาท Twins ทั้งสองได้ดีมาก — ระหว่างการรักษา legacy กับการเปิดรับสิ่งใหม่ ต้องหาจุดสมดุลที่ถูกต้อง
มวยไทย Soft Power ที่ Twins ผลักดันมาก่อนใคร

ขณะที่รัฐบาลไทยเพิ่งเริ่มพูดถึงการผลักดันมวยไทยเป็น Soft Power อย่างจริงจัง มีการสนับสนุนแบรนด์ไทย เช่น Twins และ Fairtex ให้ขยายตลาดไปยังยุโรป อเมริกา และเอเชีย
Twins ทำสิ่งนี้มานานก่อนที่จะมีคำว่า Soft Power ในวงการนโยบายสาธารณะ การที่นวม Twins ถูกสวมโดยนักมวยทั่วโลก คือการส่งออกวัฒนธรรมมวยไทยที่มีประสิทธิภาพที่สุดวิธีหนึ่ง
บทเรียนจาก ทายาท Twins ที่ไม่ชอบมวย
กลับมาที่ประโยคแรกที่ปวีณวัชพูด — “ผมไม่ชอบกีฬามวยเลย”
ในความเป็นจริง ความที่เขาไม่ได้เติบโตมาพร้อมกับความหลงใหลในมวยทำให้เขามองธุรกิจนี้ด้วยสายตาที่เป็นกลางกว่า เขาไม่ได้รักษาสิ่งเก่าเพราะอารมณ์ แต่พัฒนาสิ่งใหม่เพราะเหตุผล
จบบทสนทนากับทายาทรุ่นที่สองของบริษัทผลิตอุปกรณ์มวย เราคุยกันเพลินจนลืมถามเขาไปว่า จากคนที่ออกตัวว่าไม่ชอบมวยไทยในตอนแรก เมื่อได้มีโอกาสคลุกคลีกับธุรกิจอุปกรณ์มวยมากว่า 6 ปี วันนี้เขามองคำว่า ‘มวยไทย’ เปลี่ยนไปอย่างไร แต่ถึงจะไม่ได้ถามคำถามนั้นออกไป ประกายในตาของเขาตลอดการสนทนาได้ตอบคำถามนี้แล้ว โดยที่ไม่ต้องอาศัยคำพูดมาขยายความแม้แต่คำเดียว
มวยไทยในนวม Twins
Twins ไม่ใช่แค่แบรนด์อุปกรณ์กีฬา มันคือสัญลักษณ์ของมวยไทยที่เดินทางไปทั่วโลก
และ ทายาท Twins รุ่นที่สองคือคนที่กำลังพิสูจน์ว่าความรักไม่จำเป็นต้องเริ่มจากใจ บางทีมันเริ่มจากการลงมือทำ แล้วทุกอย่างก็ตามมาเอง