Toyota GR KART รถคาร์ทพร้อมลงสนามเปิดขายในญี่ปุ่น เริ่ม 8.2 หมื่นบาท รองรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ - HeadLight Magazine
14 กันยายน 2026 เวลา 15:08 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide | โดย PLUG_IN | อ่านไปแล้ว: 13 ครั้ง
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 Gazoo Racing (GR) เปิดตัว GR KART รถคาร์ทเกรดพร้อมแข่งขันระดับเริ่มต้นสำหรับเด็กและครอบครัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2026 เป็นต้นไปผ่านสนามแข่งรถคาร์ทที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงโชว์รูม GR Garage บางแห่ง การเข้าสู่วงการรถโกคาร์ทของ GR เพื่อลดข้อจำกัดในการเข้าสู่โลกมอเตอร์สปอร์ต ทั้งด้านราคาตัวรถ การขนส่ง การจัดเก็บ และการบำรุงรักษา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสการควบคุมรถแข่งด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้น

แนวคิดของ GR KART เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ Akio Toyoda ประธาน Toyota หรือที่รู้จักในชื่อ Morizo ซึ่งต้องการให้มอเตอร์สปอร์ตเป็นกิจกรรมที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายไม่ต่างจากกีฬาอย่างเบสบอลหรือฟุตบอล โดย GR มองว่าการแข่งขันรถคาร์ทเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของนักแข่งรถจำนวนมาก และเป็นช่องทางให้เด็กและผู้ใหญ่ได้เรียนรู้ความสนุกจากการควบคุมรถด้วยตัวเอง ก่อนต่อยอดไปสู่การแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น

GR KART ถูกพัฒนาในฐานะ “รถคาร์ทที่ผู้ผลิตรถยนต์สร้างขึ้นเอง” โดยนำประสบการณ์จากการผลิตรถยนต์ของ Toyota มาประยุกต์ใช้ ตัวรถผลิตที่ Gamagori GR KART Workshop จังหวัดไอจิ ซึ่งเป็นโรงงานขนาดเล็กที่สามารถทดลองแนวคิดและเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมใช้หลักการ Toyota Production System หรือ TPS เพื่อควบคุมคุณภาพและปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการลดต้นทุน เพื่อให้ผู้เริ่มต้นสามารถซื้อและใช้งานต่อเนื่องได้ง่ายขึ้น

ด้านการใช้งานจริง GR KART ถูกออกแบบให้สามารถขนส่งภายในรถตู้พิกัดยอดนิยมของญี่ปุ่นอย่าง Toyota Noah หรือ Voxy ได้โดยไม่จำเป็นต้องรื้อตัวรถ อีกทั้งยังสามารถวางในแนวตั้งได้ ช่วยลดความจำเป็นในการมีรถขนส่งเฉพาะสำหรับรถโกคาร์ท ระบบรองรับการจัดเก็บแนวตั้งยังประกอบด้วยถังดักน้ำมันเครื่องที่ออกแบบมาเฉพาะ คาร์บูเรเตอร์แบบไดอะแฟรมที่ไม่มีห้องลูกลอย และตำแหน่งช่องเติมเชื้อเพลิงที่ช่วยลดโอกาสน้ำมันเชื้อเพลิงรั่ว แม้ตัวรถจะถูกจัดเก็บในแนวตั้ง
สำหรับขนาดตัวรถ GR KART มีความยาว 1,820 มิลลิเมตร กว้าง 1,160 มิลลิเมตร สูง 670 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 1,045 มิลลิเมตร รองรับผู้ขับ 1 คน น้ำหนักตัวรถ 83 กิโลกรัม ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 จังหวะ ความจุ 215 ซีซี

อีกจุดเด่นคือการปรับตำแหน่งท่านั่งที่ออกแบบให้สมาชิกในครอบครัวสามารถใช้รถคันเดียวกันได้ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ โดยแป้นเหยียบสามารถเลื่อนปรับตำแหน่งได้ และพวงมาลัยสามารถปรับองศาได้ด้วยการใช้งานเพียงครั้งเดียว รองรับผู้ขับที่มีส่วนสูงประมาณ 135–185 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังมีช่องสำหรับติดตั้งน้ำหนักถ่วงสูงสุด 15 กิโลกรัม เพื่อปรับน้ำหนักรถสำหรับการแข่งขัน พร้อมพื้นที่ติดตั้ง Transponder สำหรับจับเวลา

ในด้านการบำรุงรักษา GR KART พยายามลดขั้นตอนที่ผู้เริ่มต้นต้องดูแลด้วยตัวเอง ระบบขับเคลื่อนใช้สายพานแทนโซ่ จึงไม่ต้องกังวลเรื่องคราบน้ำมันโซ่ และติดตั้งระบบปรับความตึงสายพานอัตโนมัติที่ไม่ต้องตั้งความตึงเป็นระยะ เครื่องยนต์ยังมีแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ในตัว จึงไม่ต้องติดตั้งแบตเตอรี่แยกหรือคอยนำแบตเตอรี่มาชาร์จ ขณะที่คาร์บูเรเตอร์แบบไดอะแฟรมที่พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับเครื่องยนต์ 4 จังหวะช่วยลดผลกระทบจากระดับน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงเมื่อรถเข้าโค้งด้วยแรง G ด้านข้าง และมี Primer Pump ช่วยดึงน้ำมันเข้าสู่คาร์บูเรเตอร์ก่อนสตาร์ทเครื่อง

GR ยังให้ความสำคัญกับความทนทานและความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานมือใหม่ โดยใช้เพลาล้อหลังทำจากสเตนเลสที่ทนต่อการเกิดสนิม รวมถึงเดินท่อน้ำมันเชื้อเพลิงภายในถังด้วยวัสดุโลหะเพื่อลดการเสื่อมสภาพจากน้ำมัน ขณะที่ตัวรถมีรายละเอียดด้านความปลอดภัยหลายรายการ เช่น กันชนหลังที่ออกแบบมาเพื่อลดโอกาสที่รถคาร์ทคันอื่นจะปีนขึ้นบนล้อหลังเมื่อเกิดการชน หมุดล็อกดุมล้อหลังเพื่อป้องกันดุมหลุดออกโดยไม่คาดคิด และเบาะนั่งที่ออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับวางมือขณะขึ้นหรือลงจากรถ รวมถึงช่วยป้องกันมือจากท่อไอเสียที่มีอุณหภูมิสูง

ระบบคันเร่งยังใช้รูปแบบการยึดสายคันเร่งที่ออกแบบมาเพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาคันเร่งค้างในตำแหน่งที่เดินคันเร่งเต็มพิกัด ขณะที่ GR พัฒนาแอปพลิเคชัน GR App สำหรับใช้เป็นศูนย์กลางข้อมูลและระบบสนับสนุนผู้ใช้งาน ตั้งแต่ความรู้พื้นฐานก่อนการเป็นเจ้าของ ไปจนถึงคำแนะนำในการขับขี่หลังซื้อ ผู้ใช้งานสามารถลงทะเบียนเพื่อรับและจัดการ “Driver’s Passport” ซึ่งใช้เป็นหลักฐานยืนยันสิทธิ์ในการนำ GR KART ลงขับแบบสปอร์ตไดรฟวิ่งในสนามคาร์ทที่เข้าร่วมโครงการ โดยไม่จำเป็นต้องขอใบอนุญาตสนามคาร์ทแยกต่างหาก อย่างไรก็ตาม หากเข้าร่วมการแข่งขัน SL Kart Meeting GR KART จะต้องมีใบอนุญาตเฉพาะเพิ่มเติม

ปัจจุบัน GR KART วางจำหน่ายผ่านสนามแข่งรถคาร์ทที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 36 แห่ง ทั่วญี่ปุ่น และ GR Garage อีก 7 แห่ง โดยมีแผนเพิ่มจุดจำหน่ายในอนาคต ขณะเดียวกัน GR เตรียมจำหน่ายอุปกรณ์ตกแต่งและอะไหล่ผ่านร้านค้าเฉพาะบนแพลตฟอร์ม Rakuten Ichiba เพื่อให้เจ้าของรถสามารถสั่งซื้อชิ้นส่วนได้ด้วยตัวเอง แนวทางทั้งหมดสะท้อนเป้าหมายของ GR ที่ต้องการทำให้มอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะรถคาร์ท เป็นกิจกรรมที่เข้าถึงง่ายและสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วัยเด็ก ไปจนถึงการพัฒนานักแข่งรุ่นใหม่ในอนาคต
ส่วนราคาจำหน่ายปลีกแนะนำในญี่ปุ่นอยู่ที่ 385,000 เยน หรือประมาณ 89,000 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มของญี่ปุ่นแล้ว
ที่มา: Toyota