TikTok ยอมจ่าย 1.31 หมื่นล้านบาท ยุติคดีเก็บข้อมูลเด็กต่ำกว่า 13 ปีโดยไม่ขอผู้ปกครองในสหรัฐฯ แต่ยังไม่มีการชี้ขาดว่าผิด
TikTok และ ByteDance บริษัทแม่สัญชาติจีน ตกลงจ่ายเงิน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.31 หมื่นล้านบาท) เพื่อยุติคดีที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้อง จากข้อกล่าวหาว่าแอปพลิเคชันวิดีโอรายนี้ละเมิดกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของเด็กทางออนไลน์ โดยการยอมความครั้งนี้ยังไม่มีการชี้ขาดความรับผิดในข้อกล่าวหาแต่อย่างใด
- ข้อกล่าวหาในคดีคืออะไร
- ท่าทีของ TikTok และสิ่งที่เปลี่ยนไป
- คลื่นฟ้องร้องแพลตฟอร์มเรื่องความปลอดภัยเด็ก
ข้อตกลงที่ประกาศเมื่อวันศุกร์ (21 ส.ค.) เป็นการยุติข้อกล่าวหาที่กระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ (FTC) ยื่นฟ้องเมื่อปี 2024 ซึ่งระบุว่าทั้งสองบริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลจากเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง อันเป็นการละเมิดกฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของเด็กทางออนไลน์ หรือ COPPA
สำหรับเงื่อนไขการจ่ายเงินนั้น TikTok จะจ่าย 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 9.80 พันล้านบาท) ทันที และจ่ายอีก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.27 พันล้านบาท) เมื่อศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งยินยอมฉบับเดิมที่ทำไว้เมื่อปี 2019 กับ Musical.ly ซึ่งเป็นแอปต้นทางของ TikTok
กระทรวงยุติธรรมระบุว่าข้อตกลงนี้เป็นหนึ่งในคดีที่เกี่ยวข้องกับ COPPA ซึ่งทางการเรียกเงินจากผู้ถูกฟ้องได้สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
สแตนลีย์ วูดวาร์ด รองอัยการสูงสุด ระบุว่าลำดับความสำคัญของกระทรวงคือการทำให้เด็กได้รับการปกป้องบนโลกออนไลน์ และบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กต้องทำตามพันธะทางกฎหมาย
กระทรวงยังระบุว่าการยอมความช่วยให้ครอบครัวชาวอเมริกันได้รับความคุ้มครองที่เข้มแข็งขึ้นต่อไป โดยไม่ต้องเผชิญความล่าช้าและความไม่แน่นอนจากการต่อสู้คดีที่ยืดเยื้อ ขณะที่ TikTok ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็นจากสื่อหลายสำนักในทันที
ข้อกล่าวหาในคดีคืออะไร
กฎหมาย COPPA กำหนดให้บริการออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปยังเด็ก หรือบริการที่รู้อยู่แล้วว่ามีการเก็บข้อมูลจากเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ต้องแจ้งผู้ปกครองและได้รับความยินยอมที่ตรวจสอบได้ก่อนจะเก็บ, ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก
ในคำฟ้องเมื่อปี 2024 กระทรวงยุติธรรมกล่าวหาว่า TikTok รู้ทั้งรู้ว่ามีเด็กสร้างบัญชีผู้ใช้ทั่วไปและใช้แพลตฟอร์มหลักในการสร้าง, รับชม และแบ่งปันวิดีโอกับข้อความ โดยบริษัทเก็บและรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กเหล่านั้นไว้โดยไม่ได้แจ้งหรือขอความยินยอมจากผู้ปกครองอย่างเหมาะสม
ข้อกล่าวหายังระบุด้วยว่าทั้งสองบริษัทไม่ได้ทำตามคำร้องขอของผู้ปกครองที่ต้องการให้ลบบัญชีของบุตรหลาน และเลือกที่จะไม่ลบบัญชีแม้จะรู้ว่าเป็นของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี
คดีนี้ต่อยอดมาจากการบังคับใช้กฎหมายความเป็นส่วนตัวของเด็กครั้งก่อนที่เกี่ยวข้องกับ Musical.ly แอปวิดีโอสั้นที่ ByteDance ซื้อกิจการมาเมื่อปี 2017 ก่อนนำมารวมเข้ากับ TikTok
ครั้งนั้น FTC ระบุว่า TikTok ในชื่อ Musical.ly รับรู้ว่ามีเด็กเล็กใช้งานแอป แต่ไม่ได้ขอความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนเก็บชื่อ, อีเมล และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น จนนำไปสู่การจ่ายค่าปรับ 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 186.3 ล้านบาท)
ท่าทีของ TikTok และสิ่งที่เปลี่ยนไป
ด้าน TikTok เคยโต้แย้งข้อกล่าวหาของรัฐบาลมาโดยตลอด โดยเมื่อปี 2024 บริษัทระบุว่าข้อกล่าวหาจำนวนมากเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และแนวปฏิบัติในอดีต ซึ่งไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงหรือได้รับการแก้ไขไปแล้ว
ในเอกสารที่ยื่นต่อศาล กิจการร่วมค้าของ TikTok ในสหรัฐฯ ระบุว่าแพลตฟอร์มกำหนดให้ผู้ใช้ทุกคนต้องกรอกวันเดือนปีเกิดก่อนใช้งาน พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบอายุที่ซับซ้อนเพื่อระบุผู้ใช้อายุต่ำกว่า 13 ปีที่แจ้งอายุไม่ตรงความจริง
เอกสารดังกล่าวยังระบุว่าบริษัทมีพนักงานหลายร้อยคนที่ผ่านการฝึกอบรมด้านการตรวจสอบผู้ใช้ที่อายุไม่ถึงเกณฑ์ และส่งผลให้มีการลบบัญชีของผู้ใช้กลุ่มนี้ไปหลายหมื่นบัญชี
ทางฝ่ายรัฐเองก็ระบุในข้อตกลงว่า นับตั้งแต่ยื่นฟ้อง TikTok ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งโครงสร้างความเป็นเจ้าของ, การบริหาร, ระบบกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎ และแนวปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัว รวมถึงมาตรการที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มการคุ้มครองผู้ใช้อายุน้อยและการกำกับดูแลโดยผู้ปกครอง
การเปลี่ยนแปลงที่ถูกจับตามากที่สุดคือโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยเมื่อเดือนมกราคม ByteDance ตกลงจัดตั้งกิจการร่วมค้าที่มีนักลงทุนอเมริกันถือหุ้นข้างมาก ร่วมกับกลุ่มทุนอย่าง Oracle, Silver Lake และ MGX จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อดูแลข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐฯ และหลีกเลี่ยงการถูกสั่งแบนแอปที่มีผู้ใช้ชาวอเมริกันมากกว่า 200 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดว่าคดีที่ยุติไปเมื่อวันศุกร์เป็นคนละเรื่องกับข้อกังวลด้านความมั่นคง
โดยข้อกังวลดังกล่าวคือการที่ฝ่ายนิติบัญญัติและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงสหรัฐฯ เคยตั้งข้อสังเกตว่าการที่ ByteDance ควบคุม TikTok อาจเปิดทางให้รัฐบาลจีนเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ชาวอเมริกันหรือมีอิทธิพลต่อเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ TikTok ปฏิเสธมาโดยตลอด
คลื่นฟ้องร้องแพลตฟอร์มเรื่องความปลอดภัยเด็ก
การยอมความครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่บริษัทโซเชียลมีเดียกำลังเผชิญคดีความจำนวนมากเกี่ยวกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของเด็ก ขณะที่หลายประเทศเริ่มออกกฎห้ามเด็กและวัยรุ่นใช้งานแอปโซเชียลมีเดีย
ตัวอย่างที่กำลังดำเนินอยู่คือ Meta Platforms บริษัทแม่ของ Instagram ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในศาลกลางที่เมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย จากข้อกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมาย COPPA ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1998 พร้อมกับกฎหมายระดับรัฐอีกหลายฉบับ ซึ่งคดีดังกล่าวยังไม่มีคำตัดสิน
สำหรับผลของข้อตกลงนี้ ฝั่งหน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ถือว่าได้ชัยชนะครั้งสำคัญด้านความเป็นส่วนตัวของเด็ก โดยไม่ต้องต่อสู้คดีที่ยืดเยื้อกับแอปโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ส่วนฝั่ง TikTok และ ByteDance ก็สามารถตัดคดีระดับรัฐบาลกลางที่สำคัญที่สุดคดีหนึ่งในสหรัฐฯ ออกไปได้ แม้คำถามที่ใหญ่กว่านั้นเรื่องโครงสร้างความเป็นเจ้าของ การกำกับดูแล และอนาคตของแพลตฟอร์มในตลาดอเมริกา จะยังคงอยู่ต่อไป
ทั้งนี้ การยอมความดังกล่าวเป็นการยุติข้อพิพาททางกฎหมาย โดยยังไม่มีการชี้ขาดความรับผิดในข้อกล่าวหาที่ยื่นฟ้อง
ภาพ : PixieMe / Shutterstock
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.68 บาท ณ วันที่ 22 สิงหาคม 2569
อ้างอิง :
- https://edition.cnn.com/2026/08/21/tech/tiktok-settlement-justice-department-child-privacy
- https://apnews.com/article/tiktok-doj-settlement-children-privacy-coppa-7d92b65fa23968b8ce13ea3b5c52e7a4
- https://www.reuters.com/world/us-justice-department-tiktok-settle-400-million-childrens-privacy-suit-axios-2026-08-21
- https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3364895/tiktok-bytedance-agree-us400-million-settlement-us-over-childrens-privacy-suit
ABOUT THE AUTHOR
THE STANDARD WEALTH
สำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD