classicliterature.it.com

IONIQ 5 N Line 2026 เจาะ 10 จุดเด่น EV ประกอบไทย

The new 2026 IONIQ 5 N Line เปิดตัวในประเทศไทยพร้อมแบตเตอรี่ 84 kWh ระบบไฟ 800V ระยะทางสูงสุด 591 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC และมอเตอร์ขับเคลื่อนล้อหลัง 225 แรงม้า ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 1,699,000 บาท พร้อมราคาพิเศษ 1,449,000 บาท จำกัด 200 คัน

รถรุ่นนี้ประกอบในประเทศไทยและพัฒนาบนแพลตฟอร์ม E-GMP โดยเพิ่มรายละเอียด N Line ควบคู่กับระบบชาร์จ DC สูงสุด 350 kW บริการ Hyundai Bluelink และระบบช่วยขับ Hyundai SmartSense ต่อไปนี้คือข้อมูลสำคัญทั้ง 10 ด้าน

1. ดีไซน์ N Line เติมคาแรกเตอร์สปอร์ตโดยไม่เสียพื้นที่ใช้สอย

The new 2026 IONIQ 5 N Line มุมท้ายในเมือง
ชุดแต่ง N Line เพิ่มคาแรกเตอร์สปอร์ตให้ตัวรถ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว

ชุดแต่งภายนอกประกอบด้วยกันชนหน้าและหลัง สเกิร์ตข้าง ดิฟฟิวเซอร์ท้าย และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ตัวรถยังคงสัดส่วน ความกว้างของห้องโดยสาร และการจัดพื้นที่แบบ IONIQ 5 ไว้ครบ

2. เทคโนโลยีล้ำ แต่ยังมีปุ่มควบคุมให้ใช้งานได้ตรงไปตรงมา

ฟังก์ชันที่ใช้บ่อย เช่น เครื่องปรับอากาศ ระบบเสียง และการควบคุมพื้นฐาน มีปุ่มกดจริงแยกจากหน้าจอ ช่วยลดขั้นตอนการเปิดเมนูขณะขับรถ

3. แบตเตอรี่ 84 kWh ระบบไฟ 800V ชาร์จ 10–80% ราว 18 นาที

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนระบายความร้อนด้วยของเหลวมีความจุ 84 kWh รองรับระยะทางสูงสุด 591 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ระบบไฟ 800V รับกำลังชาร์จ DC สูงสุด 350 kW และชาร์จจาก 10–80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาทีเมื่อใช้เครื่องชาร์จที่รองรับ

โครงสร้างแบตเตอรี่รองรับการซ่อมแซมแยกเป็นโมดูล จึงสามารถจำกัดขอบเขตการเปลี่ยนชิ้นส่วนตามส่วนที่เสียหายได้

4. มอเตอร์ 225 แรงม้า พร้อมโหมดขับขี่ 5 รูปแบบ

หน้าจอโหมดขับขี่ของ IONIQ 5 N Line
โหมดขับขี่ 5 รูปแบบช่วยปรับการตอบสนองให้เหมาะกับสภาพเส้นทางและลักษณะการใช้งาน

มอเตอร์ Permanent Magnet Synchronous Motor ส่งกำลังไปยังล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า หรือ 168 kW แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร และเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.5 วินาที

โหมดขับขี่มี 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow สำหรับปรับการตอบสนองตามสภาพเส้นทางและรูปแบบการใช้งาน

5. ช่วงล่างและระบบเบรกเพื่อการควบคุมที่มั่นใจ

The new 2026 IONIQ 5 N Line ขณะขับบนถนน
ช่วงล่างและระบบเบรกทำงานร่วมกับระบบชะลอความเร็วแบบ Regenerative Braking ที่ปรับระดับได้จากแป้นหลังพวงมาลัย

ช่วงล่างด้านหน้า MacPherson Strut และด้านหลัง Multi-link ทำงานร่วมกับ High Performance Damping Control System ระบบเบรกเป็นดิสก์แบบมีช่องระบายความร้อนทั้งสี่ล้อ พร้อม Active Hydraulic Booster

ผู้ขับปรับระดับ Regenerative Braking ได้จากแป้นหลังพวงมาลัย เพื่อเลือกแรงชะลอและการนำพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่

6. ฐานล้อยาว 3,000 มม. พื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,580 ลิตร

ฐานล้อยาว 3,000 มิลลิเมตรช่วยเพิ่มพื้นที่ภายใน ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีความจุ 520 ลิตร และขยายเป็นสูงสุด 1,580 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง

7. ห้องโดยสารพรีเมียม พร้อมจอคู่ 12.3 นิ้วและเครื่องเสียง Bose

ภายในใช้เบาะหนังตกแต่งโลโก้ N เบาะคนขับปรับเอนด้วยไฟฟ้าแบบ Zero Gravity พร้อมที่พักขา มี Vision Roof พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า และ Mood Light 64 สี

ระบบแสดงผลใช้หน้าจอขนาด 12.3 นิ้วสองจอ ส่วน Bose Premium Sound System มีแอมพลิไฟเออร์แยกและลำโพง 8 ตัว

8. Hyundai Bluelink เชื่อมต่อรถผ่านสมาร์ตโฟน

แอป Hyundai Bluelink แสดงสถานะ IONIQ 5
Hyundai Bluelink รวมการตรวจสอบสถานะรถ ระบบปรับอากาศ และข้อมูลการชาร์จไว้บนสมาร์ตโฟน

Hyundai Bluelink Connected Car Services เปิดใช้งานครั้งแรกในประเทศไทยกับรถรุ่นนี้ ผู้ใช้ตรวจสอบสถานะรถ ล็อกหรือปลดล็อกประตู เปิดเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า ค้นหาตำแหน่งรถ และตรวจสอบสถานะการชาร์จผ่านสมาร์ตโฟน

ระบบรองรับการแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติหรือความเสี่ยงต่อการโจรกรรม และให้บริการฟรี 3 ปีแรกนับจากวันส่งมอบรถ พร้อมการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน OTA

9. V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกสูงสุด 3.6 kW

IONIQ 5 N Line ใช้ระบบ V2L จ่ายไฟในกิจกรรมกลางแจ้ง
ระบบ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW รองรับกิจกรรมกลางแจ้งและการเดินทาง

ระบบ Vehicle-to-Load หรือ V2L จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งตามกำลังที่ระบบรองรับ

10. Hyundai SmartSense รวมระบบช่วยขับและความปลอดภัย 17 ระบบ

Hyundai SmartSense รวมระบบช่วยขับและความปลอดภัย 17 ระบบ ครอบคลุมการรักษาระยะห่าง การควบคุมรถในเลน การช่วยเปลี่ยนเลน การตรวจจับจุดอับสายตา การเตือนรถตัดผ่านด้านหลัง ระบบช่วยจอด กล้องมองรอบคัน และการแจ้งเตือนระหว่างขับขี่

ราคา สีตัวถัง และช่องทางจำหน่าย

  • ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 1,699,000 บาท
  • ราคา Early Bird 1,399,000 บาท สำหรับ 400 คันแรก ซึ่งยอดสิทธิ์ใกล้ครบตามจำนวน
  • ราคาพิเศษเพิ่มเติม 1,449,000 บาท จำกัด 200 คัน
  • สี Midnight Black Pearl, Optic White และ Titan Gray Metallic

สิทธิประโยชน์ประกอบด้วย Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง ประกันภัยชั้น 1 บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง รับประกันตัวรถ 5 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปีหรือ 160,000 กิโลเมตร

The new 2026 IONIQ 5 N Line รวมระบบชาร์จเร็ว 800V ระยะทาง 591 กิโลเมตร พื้นที่สัมภาระสูงสุด 1,580 ลิตร Bluelink และ SmartSense 17 ระบบ ผู้สนใจชมรถได้ที่ IONIQ Lab และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ พร้อมตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ที่ เว็บไซต์ Hyundai ประเทศไทย

ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok

Update: 2026-08-26
Tags: