นับถอยหลังสู่การประชุม The IMF-World Bank Annual Meetings 2026 ย้อนไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์กว่า 8 ทศวรรษของการประชุม ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 35 ปี
นับถอยหลังสู่เวทีเศรษฐกิจครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อประเทศไทยเตรียมเปิดบ้านต้อนรับผู้นำและผู้กำหนดนโยบายการเงินจาก 191 ประเทศทั่วโลก ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (The IMF-World Bank Group Annual Meetings) ประจำปี 2026 ณ กรุงเทพมหานคร
- การประชุม Annual Meetings คืออะไร
- Annual Meetings สำคัญอย่างไร
- ทำไมต้องมีการจัดการประชุมนอกสหรัฐฯ?
- เปิด Timeline กว่า 8 ทศวรรษ ที่โลกสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกัน
- ความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุม
การรับไม้ต่อในครั้งนี้นับเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในรอบ 35 ปีของไทย หลังจากเคยจัดงานมาแล้วเมื่อปี 1991 ส่งผลให้ไทยเป็นเพียง 1 ใน 3 ชาติของโลกที่ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการประชุมนี้นอกสหรัฐอเมริกาถึง 2 ครั้ง
บทความนี้จะพาทุกท่านย้อนรอยไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์กว่า 8 ทศวรรษ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการวางรากฐานเศรษฐกิจโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สู่เวทีปัจจุบันที่เปรียบเสมือน ‘โอลิมปิกด้านการเงิน’ พร้อมเจาะลึกถึงความสำคัญของการจัดงาน และความพร้อมของไทยในการเปิด ‘ขอบฟ้าใหม่’ (Thailand’s New Horizon) เพื่อร่วมกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและแสดงศักยภาพของประเทศให้เป็นที่ประจักษ์บนเวทีโลกอีกครั้ง
การประชุม Annual Meetings คืออะไร
Annual Meetings คือ การประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank) โดยมีการจัดการประชุมมาเเล้วทั้งหมด 80 ครั้ง ซึ่ง IMF และ World Bank จะพลัดกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งในปี 2026 (พ.ศ.2569) IMF รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพทำให้ชื่อการประชุมจะนำหน้าด้วย IMF เช่นนี้ “The IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026”
โดยปกติเเล้ว การประชุมจะจัดขึ้นทุกปีที่ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ (Headquarters) ของทั้ง 2 องค์กร เเต่ทุกปีที่สามของการประชุมนั้น จะจัดการประชุมในประเทศสมาชิกอื่น ๆ เเละในปีพ.ศ. 2569 นี้ จะเกิดขึ้นที่ ‘กรุงเทพมหานคร’ โดยครั้งก่อน ประเทศไทยเคยได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมมาเเล้ว เมื่อปี พ.ศ. 2534 สมัยนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน
Annual Meetings สำคัญอย่างไร
การประชุม Annual Meetings มีความสำคัญ เนื่องจากจะมีผู้นำประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้กำหนดนโยบาย ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ สถาบันการเงิน รวมถึงภาคเอกชนและภาคประชาสังคมจาก 191 ประเทศทั่วโลกมาเข้าร่วมการประชุม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางและนโยบายเศรษฐกิจและการเงินของโลก ดังนั้นเเล้ว การประชุมนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก ในการกำหนดทิศทางเเละความเป็นไปของเศรษฐกิจโลก
ทำไมต้องมีการจัดการประชุมนอกสหรัฐฯ?
สำหรับสาเหตุที่ IMF และ World Bank มีการจัดการประชุมนอกสหรัฐฯ มีเหตุผลมาจาก ไม่ใช่องค์กรที่บริหารโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ที่ประเทศสมาชิกเป็นเจ้าของร่วมกัน ดังนั้นเเล้ว จึงต้องมีการประชุมโดยตัวแทนของประเทศสมาชิกเป็นประจำ เพื่อ
- ตรวจสอบผลการดำเนินงานของทั้ง IMF เเละ World Bank
- กำหนดนโยบายและทิศทางในอนาคตร่วมกัน
- อนุมัติงบประมาณหรือหารือประเด็นเชิงสถาบันที่สำคัญ
- รับฟังความเห็นของประเทศสมาชิก
- ประสานงานด้านนโยบายเพื่อรับมือปัญหาเศรษฐกิจโลก
เปิด Timeline กว่า 8 ทศวรรษ ที่โลกสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจร่วมกัน
ก.ค. 1944 (พ.ศ. 2487) การประชุม Bretton Woods Conference
เมืองเบรตตันวูดส์ รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีประเทศเข้าร่วม 44 ประเทศ เพื่อวางรากฐานระบบเศรษฐกิจโลกใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้เกิด
- ระบบการเงินระหว่างประเทศ Bretton Woods System (อัตราแลกเปลี่ยนผูกติดกับเงินดอลลาร์สหรัฐ และเงินดอลลาร์สหรัฐผูกติดกับทองคำ)
- การก่อตั้งองค์กรทางการเงิน IMF เเละ World Bank
ก.ค. 1944 (พ.ศ. 2487) ก่อตั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
เพื่อสนับสนุนความร่วมมือทางการเงินระดับโลก, รักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน, เเก้ไขปัญหาดุลการชำระเงินของประเทศสมาชิกไม่ให้ลุกลามไปยังประเทศอื่น
ก.ย. 1945 (พ.ศ. 2488) สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด
- ธ.ค. 1945 (พ.ศ. 2488) ก่อตั้ง World Bank โดยแฮร์รี่ เด็กซ์เตอร์ ไวท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลังแห่งสหรัฐฯ เเละ จอห์น เมนาร์ด เคนส์ ที่ปรึกษากระทรวงการคลังแห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งถือเป็น บิดาผู้ก่อตั้งของทั้งสององค์กร
- ก.ย. 1946 (พ.ศ. 2489) Annual Meeting ครั้งแรก จัดขึ้นที่ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ประเด็นสำคัญการประชุม คือ จัดตั้งโครงสร้าง กฎเกณฑ์ และกลไกทางการเงินของ IMF เเละ World Bank ให้พร้อมดำเนินงานช่วยเหลือประเทศสมาชิก
- ก.ย. 1947 (พ.ศ. 2490) Annual Meetings นอกสหรัฐฯ ครั้งแรก จัดขึ้นที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ประเด็นการประชุม: การฟื้นฟูประเทศในยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเน้นการสร้างความร่วมมือทางการเงินระหว่างประเทศ
- พ.ค. 1949 (พ.ศ. 2492) ประเทศไทยเข้าไปเป็นสมาชิก IMF เเละ World Bank ในยุคนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลสงคราม สมัยที่ 2 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิวัฒนไชย และผู้ว่าการธนาคารเเห่งประเทศไทยคือ เล้ง ศรีสมวงศ์ ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนั้น
ส.ค. 1971 (พ.ศ. 2514) Nixon Shock ยุติ Bretton Woods System
ประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน เเห่งสหรัฐฯ ยกเลิกการนำเงินดอลลาร์ไปแลกเปลี่ยนเป็นทองคำ นับได้ว่าเป็นการ ยุติ Bretton Woods System ที่เคยผูกค่าเงินดอลลาร์ไว้กับทองคำ
ต.ค. 1991 (พ.ศ. 2534) Annual Meetings ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย
ในยุคนายกรัฐมนตรี คือ อานันท์ ปันยารชุน โดย มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือ สุธี สิงห์เสน่ห์ เเละผู้ว่าการธนาคารเเห่งประเทศไทย คือ วิจิตร สุพินิจ ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม
1997 (พ.ศ. 2540) วิกฤตต้มยำกุ้ง ไทยรับความช่วยเหลือจาก IMF
วิกฤตครั้งนั้นส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสร้างความเสียหายอย่างมากต่อประเทศไทย และส่งผลไปถึงภูมิภาคอาเซียนและอีกหลายประเทศในเอเชียจนเป็นวิกฤตทางการเงินในที่สุด
- ต.ค. 2026 (พ.ศ. 2569) ไทยเป็นเจ้าภาพ Annual Meetings ปี 2026 อีกครั้งในรอบ 35 ปี ในยุคที่อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ วิทัย รัตนากร เป็นผู้ว่าการธนาคารเเห่งประเทศไทย โดยไทยถือเป็น 1 ใน 3 ชาติที่เป็นเจ้าภาพการจัดงานถึง 2 ครั้ง
ความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุม
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวเอาไว้ว่า “งานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกเปรียบเหมือนโอลิมปิกด้านการเงินการคลัง ซึ่งไทยได้มีโอกาสจัดถึงสองครั้ง” ทั้งนี้ ดร.เอกนิติ ยังเห็นว่าการเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงศักยภาพของประเทศในด้านการเงินและการคลัง พร้อมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านพัฒนาประเทศให้นานาชาติได้เห็น
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวเอาไว้ว่า “การเป็นเจ้าภาพจัดงาน IMF-World Bank Group Annual Meetings ครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ไทยจะแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ และนโยบายที่ทำจริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์กับประเทศสมาชิกทั่วโลก” อีกทั้ง ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือ และการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างผู้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจการเงินทั่วโลก
การจัดประชุมในปี 2569 นี้ จะจัดขึ้นภายใต้ธีม “Thailand’s New Horizon, Empowering People, Building Resilience” ซึ่ง ดร.เอกนิติได้ให้คำนิยามไว้ว่า “ประเทศไทยบนขอบฟ้าใหม่ ใส่พลังไปที่คน เท่าทันต่อความเสี่ยง” แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญต่อการพัฒนาที่มีคนเป็นแกนกลาง เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศที่มีภูมิคุ้มกัน
ด้าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะเจ้าบ้าน ได้ยืนยันถึงความพร้อมในการต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก โดยกล่าวเอาไว้ว่า “กรุงเทพฯ มีความพร้อมทุกด้านในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม ที่พัก ความปลอดภัย สาธารณสุข และบริการทางการแพทย์ระดับนานาชาติ”


ABOUT THE PHOTOGRAPHER
ณาฌารัฐ ภักดีอาสา
ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD