classicliterature.it.com

Thai Craft Studio สตูดิโอสอนหัตถศิลป์ไทยที่ใครก็เรียนได้

Thai Craft Studio เป็นสตูดิโอสอนหัตถศิลป์ไทยขนาดกะทัดรัดที่ซอยวุฒากาศ 24 เขตธนบุรี กรุงเทพฯ ก่อตั้งโดย เพียง-เพียงอัมพร ทองยัง ช่างฝีมือที่ทำงานด้านศิลปะไทยมากว่าสิบปี ก่อนผันตัวเป็นครูผู้เชื่อว่า ไม่ว่าใครก็เรียนงานหัตถศิลป์ไทยได้ ด้วยการแปลงวิชาช่างสิบหมู่ที่ฟังดูยากให้คนทั่วไปเข้าใจง่าย ใช้เวลาเรียนสั้น และนำไปต่อยอดได้ทันที กระบวนการถ่ายทอดหัตถศิลป์ไทย

สตูดิโอเล็กที่อบอวลกลิ่นอายไทย

ผู้เขียนบรรยายว่าหลังประตูบานใหญ่ของสตูดิโอเต็มไปด้วยบรรยากาศความเป็นไทย ทั้งม่านดอกรักโยงระย้า เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ความอบอุ่นสงบ และโต๊ะไม้เข้าชุดขนาดนั่งได้ 15 คน พร้อมอุปกรณ์งานฝีมือที่เรียงอย่างเป็นระเบียบ ผู้ที่ต้อนรับสวมผ้าไทยและทักทายด้วยรอยยิ้ม สตูดิโอเปิดรับนักเรียนทุกเพศ ทุกวัย และทุกเชื้อชาติ

จากช่างซ่อมวัดวังสู่ครูผู้เปิดประตู

Thai Craft Studio

ครูเพียงจบสาขาศิลปะประจำชาติจากวิทยาลัยเพาะช่าง แล้วเข้าทำงานกับกรมศิลปากรในตำแหน่งช่างซ่อมแซมบูรณะวัดและวังที่ชำรุดทรุดโทรม เมื่อทำไปถึงจุดหนึ่ง เธอย้อนถามตัวเองว่านี่คือสิ่งที่ต้องการจริงหรือไม่ และค้นพบว่าอยากเป็นนักอนุรักษ์ที่รักษาและสืบทอดหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่ จึงลาออกจากงานประจำมาทำสิ่งที่รัก Thai Craft Studio ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 3 ปีก่อนบทความตีพิมพ์ เพื่อสอนคนที่หลงใหลงานคราฟต์ไทยเหมือนเธอ

เธอเล่าว่าช่วงแรกมีคนมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ภาพของงานหัตถศิลป์ฟังดูล้าสมัย แต่เธอพิสูจน์ด้วยการทำให้ข้อจำกัดของงานคราฟต์เข้าใจง่ายขึ้น เพื่อให้คนสนใจเข้าถึงได้ด้วยแนวคิดสมัยใหม่ เธอมองว่างานหัตถศิลป์ไทยมีเสน่ห์ จึงสร้าง “ประตูบานนี้” ให้ใครก็เปิดเข้ามาเรียนรู้เพื่อต่อยอดเป็นงานศิลปะหรือผลิตภัณฑ์ของตัวเอง และสตูดิโอไม่ได้ขึ้นตรงกับองค์กรใด สิ่งที่ขับเคลื่อนคือพลังของผู้ที่ร่วมกันทำ

คราฟต์ไทยเป็นของทุกคน

ครูเพียงอธิบายว่า งานหัตถศิลป์ไทยมักถูกมองเป็นงานชั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์ วัด และคนในวงการศิลปะ แถมมีเรื่องเล่าอาถรรพ์ที่ส่งต่อกันมา คนจึงกลัวและไม่กล้าเข้าไปทำความรู้จัก ทั้งที่งานเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ตั้งแต่จิตรกรรมฝาผนังไปจนถึงชุดผ้าไหมของแม่ แต่คนส่วนใหญ่รู้จักเพียงความสวยงามที่มองเห็น เพราะแหล่งความรู้เข้าถึงยาก ต้องเป็นทายาทช่างศิลป์จึงจะได้รับการถ่ายทอดวิชา

เธอยังมองว่ารูปแบบศิลปะวัฒนธรรมไทยไม่ได้เป็นของไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมที่บางครั้งมาจากประเทศอื่นแล้วหลอมรวมกัน และคนไทยเก่งเรื่องปรับเปลี่ยนและต่อยอด จึงไม่จำเป็นต้องหวงความรู้มากเกินไป เพราะทุกคนมีเสรีภาพที่จะเรียนรู้เท่ากัน สตูดิโอจึงชวนผู้สนใจมาทำความเข้าใจว่าความงามที่เห็นเกิดขึ้นอย่างไร ใครเป็นผู้ทำ และตัวเองจะทำได้ด้วยวิธีใด ผ่านหลักสูตรสั้นกระชับ

ย่อวิชาช่างสิบหมู่ให้เรียนได้จริง

ครูเพียงเล่าว่าเธอเคยต้องดิ้นรนเรียนรู้เองจนเจอทางตัน จึงไม่อยากให้นักเรียนรู้สึกเช่นนั้น เธอจำลองตัวเองเป็นคนที่ไม่เคยทำหัตถศิลป์มาก่อน เพื่อปรับหลักสูตรที่มีวิชาช่างสิบหมู่เป็นแกนหลักให้เหมาะกับยุคสมัย ด้วยการย่อส่วนข้อมูล ร่นระยะเวลาเรียน และสอดแทรกกำลังใจ

ตัวอย่างที่เธอยกคือคลาสทำปิ่นปักผม ซึ่งใช้วิชาช่างสิบหมู่แบบเดียวกับการทำเรือพระราชพิธี ผู้เขียนยังเล่าว่าระหว่างพูดคุย ครูเพียงขอตัวไปสอนคลาสปักสไบแก้วกรองทองสำหรับห่มองค์พระพุทธรูป โดยมีนักเรียนหลายวัย รวมถึงผู้เรียนชาวญี่ปุ่น จับจ้องการสอนอย่างตั้งใจ

เนื้อหาของคลาสเปลี่ยนทุกเดือนไม่ซ้ำกัน ทั้งปักผ้า ปิดทอง ลายรดน้ำ และทอผ้าด้วยกี่ สตูดิโอยังกระจายความรู้ออกนอกห้องเรียน ด้วยการอาสาไปสอนหัตถศิลป์ไทยให้ทหารผ่านศึก และทำสื่อการสอนทางไกลออนไลน์ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

จุดเด่นอีกข้อคือสตูดิโอรับให้คำปรึกษาปัญหางานคราฟต์ตลอดชีวิต ใครเรียนไปแล้วลืมวิธีทำ ก็กลับมาขอคำแนะนำได้ เป็นการสนับสนุนให้ทุกคนได้ทำสิ่งที่รัก และคอยเป็นกำลังใจจนอยากกลับมาเรียนอีก

คนรุ่นใหม่ ครูรุ่นใหม่

Thai Craft Studio

ครูเพียงมองว่าเด็กยุคนี้ถูกสอนให้กล้าแสดงออก การเริ่มต้นจึงง่ายขึ้น จำนวนคนรุ่นใหม่ที่สนใจหัตถศิลป์ไทยก็เพิ่มขึ้นมาก พวกเขาไม่ได้มองว่าการเข้าสตูดิโอคือการก้มหน้าทำงานเงียบๆ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนและสนทนาด้วยภาษาศิลปะรอบโต๊ะยาวร่วมกับผู้คนหลากหลาย บางคนหยิบลวดลายไทยไปใช้กับงานแฟชั่น บางคนนำไปประยุกต์ทำวิทยานิพนธ์ และบางคนต่อยอดเป็นอาชีพ ช่วยเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้วงการคราฟต์ไทย

อีกความพยายามหนึ่งคือการเชิญครูช่างผู้ชำนาญซึ่งไม่ค่อยออกมาสู่สายตาคนทั่วไป มาพบปะและสอนวิชาที่ถนัด ครูเพียงเล่าว่าหลายท่านยังติดกับความเป็นของโบราณและออกมายาก แต่เมื่อได้เห็นโลกของความเอ็นดูและเมตตาในสตูดิโอ จากผู้ไม่อยากสอนก็กลายเป็นอยากสอนให้คนทำเป็นมากๆ เพราะกลัวว่าเมื่อจากไปแล้วจะไม่มีใครสานต่อ ซึ่งเธอนับเป็นความสำเร็จของสตูดิโอ

นักอนุรักษ์รุ่นใหม่กว่าพันคน

ในช่วงที่บทความถูกเขียน Thai Craft Studio มีนักเรียนที่จบหลักสูตรไปแล้วมากกว่าพันคน เป็นเครือข่ายเล็กๆ ที่ช่วยกระจายความงามของศิลปะไทยและสร้างความภูมิใจจากการย้อนมองรากเหง้าของตัวเอง ครูเพียงเล่าว่าเคยมีคนบอกว่าเธอบ้า เพราะจะไม่มีใครมาเรียนและแต่งตัวผ้าไทยตลอดเวลา แต่ก็มีคน “บ้า” มาเรียนกับเธอจำนวนมาก เธอไม่ได้คาดหวังเกินตัว หวังเพียงได้มีพื้นที่ทำสิ่งที่รักและเปิดโอกาสให้คนทุกอาชีพได้เรียนในสิ่งที่รักเหมือนกัน และเชื่อว่าการให้ความรู้คือการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนที่สุด

ข้อมูลสำหรับผู้สนใจ

  • ที่อยู่: 276/20 ซอยวุฒากาศ 24 แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพฯ
  • เวลาทำการ: วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00–17.00 น. (ตามข้อมูลที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2563)

อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ CloudPang

Update: 2026-10-24
Tags: