classicliterature.it.com

บล.ฟินันเซีย ไซรัส มอง THAI กำไรครึ่งปีหลังฟื้น รับผู้โดยสารเพิ่ม-ต้นทุนน้ำมันลด


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 3 สิงหาคม 2569 ประเมินแนวโน้มผลประกอบการของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI โดยมองว่าแรงกดดันต่อผลการดำเนินงานเริ่มผ่อนคลาย และคาดว่ากำไรจะทยอยฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จากการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารและต้นทุนน้ำมันที่ลดลง

สำหรับไตรมาส 2/2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่า THAI จะรายงาน กำไรสุทธิ 342 ล้านบาท ลดลง 97% ทั้งจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ผลการดำเนินงานก่อนภาษีจะขาดทุนประมาณ 548 ล้านบาท แต่ได้รับแรงสนับสนุนจากการกลับรายการภาษี (Tax Reversal) ประมาณ 1.1 พันล้านบาท

ขณะที่ กำไรปกติคาดอยู่ที่ 542 ล้านบาท ลดลง 94% จากไตรมาสก่อน และลดลง 92% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผลประกอบการที่อ่อนตัวมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 69% จากไตรมาสก่อน และ 70% จากปีก่อน

ด้านปริมาณผู้โดยสารคาดลดลง 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) ลดลง 11% หลังบริษัทลดกำลังการผลิต หรือ ASK ลงประมาณ 4% โดยในช่วงไตรมาส 2 บริษัทให้น้ำหนักกับการรักษาระดับ Yield มากกว่าการเร่งเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร

อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มราคาค่าโดยสารเฉลี่ยประมาณ 15% จากปีก่อน และ Passenger Yield ที่เพิ่มขึ้น 19% ช่วยชดเชยผลกระทบจาก Load Factor ที่ลดลง 6 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้รายได้รวมยังสามารถเติบโตได้ประมาณ 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ฟินันเซียฯ คาดว่า THAI จะปรับกลยุทธ์เชิงพาณิชย์จากการเน้นรักษา Yield ไปสู่การเร่งฟื้นฟูปริมาณผู้โดยสารมากขึ้น หลังเริ่มปรับลดราคาค่าโดยสารตามการลดค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

แม้ Passenger Yield มีแนวโน้มอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนในไตรมาส 3/2569 แต่การฟื้นตัวของ Load Factor และการเพิ่มกำลังการผลิต คาดว่าจะช่วยให้โครงสร้างกำไรมีความสมดุลมากขึ้น

นอกจากนี้ ความต้องการเดินทางระยะไกล โดยเฉพาะเส้นทางยุโรป ซึ่งคิดเป็นประมาณ 38% ของรายได้จากผู้โดยสาร มีแนวโน้มทยอยฟื้น หลังปัจจัยกดดันชั่วคราว ทั้งคลื่นความร้อนในยุโรป ผลกระทบจากการแข่งขันฟุตบอลโลก และสถานการณ์ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มคลี่คลาย

ด้านต้นทุนน้ำมัน THAI คาดว่าต้นทุนในช่วงครึ่งปีหลังจะต่ำกว่าไตรมาส 2 โดยบริษัทมีการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไว้ประมาณ 40% ของปริมาณการใช้น้ำมันในครึ่งปีหลัง เทียบกับประมาณ 60% ในไตรมาส 2 ขณะที่ภายใต้สถานการณ์ราคาน้ำมันปัจจุบัน บริษัทมองว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาค่าโดยสารเพิ่มเติม

ฟินันเซียฯ จึงคาดว่าต้นทุนน้ำมันที่ลดลงจะช่วยให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานของ THAI กลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และสนับสนุนให้กำไรปกติทยอยฟื้นตัวใน ไตรมาส 3 และไตรมาส 4/2569

สำหรับประมาณการทั้งปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่า THAI จะมีกำไรปกติประมาณ 17,208 ล้านบาท ลดลง 41% จากปีก่อน ก่อนกลับมาเติบโตประมาณ 37% เป็น 23,564 ล้านบาทในปี 2570 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายฝูงบิน ซึ่งบริษัทมีแผนรับมอบเครื่องบินเพิ่มสุทธิ 22 ลำในปีนี้ และจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตในปีถัดไป

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะสั้นคือการสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น หรือ Lock-up สำหรับหุ้นที่เหลืออีกประมาณ 1.98 หมื่นล้านหุ้น คิดเป็น 70% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อราคาหุ้นจากปริมาณหุ้นหมุนเวียนในตลาดที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ฟินันเซียฯ มองว่าหากราคาหุ้น THAI อ่อนตัวจากปัจจัยดังกล่าว อาจเป็นจังหวะที่น่าสนใจมากขึ้นในการเข้าลงทุน เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังไม่ได้เปลี่ยนแปลง โดยยังคงคำแนะนำ “ถือ” พร้อมราคาเป้าหมาย 6.10 บาท จากราคาหุ้นอ้างอิง 5.60 บาท คิดเป็น Upside ประมาณ 8.9%

Update: 2026-08-04
Tags: