classicliterature.it.com

ส่องกระแสชาวเน็ต TH-AI PASS คุ้มค่าหรือไม่?

โครงการ THAI PASS ที่มีรูปแบบการใช้งานโดยจุดเด่นที่มีการรวบรวม AI จากหลายค่าย มารวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ผู้ใช้สามารถเลือกโมเดลให้เหมาะกับงาน เช่น แชต สร้างภาพ วิดีโอ เพลง หรือการค้นคว้าเชิงลึก แต่เมื่อเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการไปเมื่อ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีเสียงสะท้อนของชาวโซเชียล อย่างกว้างขวางทั้งสนับสนุน และไม่เห็นด้วย

*ไทม์ไลน์โครงการ TH-AI Passport จากข้อสงสัยงบ 1.6 พันล้านบาท สู่การเปิดใช้งานจริง

  • 11 มิ.ย. 69: กระทรวงดีอี จัดเวที TH-AI Passport Forum เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อฝ่ากระแสต้าน โดยปลัดกระทรวงดีอี เสนอทางออกเจรจาปรับสัญญาแนบท้ายเปลี่ยนเกณฑ์เป็น ใช้เท่าไร จ่ายเท่านั้น
  • 16 มิ.ย. 69: พรรคประชาชน เปิดหลักฐานดิจิทัลฟุตพรินต์ ว่าโครงการถูกสร้างตั้งแต่ ต.ค. 68 ก่อนทำ TOR ชี้ส่อทุจริตและจี้ให้ยกเลิกสัญญา
  • 19 ส.ค. 69: สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนล่วงหน้าวันแรก ผ่าน de.aipass.net
  • 28 ส.ค. 69: พิธีเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport อย่างเป็นทางการ
  • 31 ส.ค. 69: เปิดใช้งานแพลตฟอร์ม AiPASS จริงวันแรก โดยมียอดลงทะเบียนสะสมก่อนเปิดใช้งาน 1.34 ล้านคน
  • 1 ก.ย. 69: พรรคประชาชน นำสำนวนและพยานหลักฐานยื่นต่อ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ รมว.ดีอี และคณะ ในความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และส่อล็อกสเปก TOR สื่อประชาสัมพันธ์โครงการฯ
  • 12 ก.ย. 69: กระทรวงดีอี หารือ AIS จัดแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในแอปพลิเคชัน AiPASS ได้แบบไม่จำกัด ตลอดระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้มีคนเข้ามาใช้งานมากขึ้น ขณะที่ฝ่ายค้าน เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจภายใน ก.ย. นี้ โดยชูประเด็นเรื่อง AI Passport
  • 30 พ.ย. 69: สิ้นสุดโปรโมชันรับสิทธิ์ อัปเกรด 30 วันแรก (นับจากวันที่เริ่มใช้งาน)
  • 31 ส.ค. 70: สิ้นสุดระยะเวลาดำเนินโครงการ

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมข้อมูล Social Listening ผ่านเครื่องมือ dxt:360 เพื่อฟังเสียงในสื่อสังคมออนไลน์ (Social Listening) ทั้ง FACEBOOK TikTok YouTube Instagram Tiktok และX (Twitter) ในช่วงวันที่ 31 ส.ค. 14 ก.ย. 69 (รวม 15 วัน) โดยมีจำนวนการกล่าวถึงและการมีส่วนร่วม หรือ Buzz (มาจากการกล่าวถึง (Mention) รวมกับการมีส่วนร่วม (Engagement)) 574,793 และมีการโพสต์กล่าวถึงโดยตรง 5,436 Mentions


ตลอด 15 วันหลังจากเปิดโครงการฯ กระแสตอบรับของ TH-AI Passport บนโลกออนไลน์เต็มไปด้วยความคึกคักอย่างต่อเนื่อง จาก 3 ปัจจัยหลัก ทั้งการเปิดใช้งานวันแรก ไวรัลรีวิวสุดปัง และประเด็นร้อนทางการเมือง

ส่องสไตล์คอนเทนต์-คอมเมนต์ของแต่ละโซเชียล

อันดับ 1: YouTube คิดเป็น 43.5%

รูปแบบคอนเทนต์ และความคิดเห็น: เนื้อหาและความคิดเห็นส่วนใหญ่เน้นการแชร์ความรู้ การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI (เช่น คอร์สเรียน TH-AI Passport / AiPASS) รวมถึงการประยุกต์ใช้ AI ในการทำงาน ขณะเดียวกัน มีความกังวลเรื่อง AI จะมาแย่งงาน หรือประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้อง

อันดับ 2: TikTok คิดเป็น 31.3%

รูปแบบคอนเทนต์ และความคิดเห็น: คอนเทนต์เน้นความบันเทิงและการใช้งานจริง เช่น การแจกพรอมต์ และคลิปรีวิวสั้น ๆ สรุปวิธีลงทะเบียน TH-AI Passport มีประเด็นล้อเลียนเรื่องปัญหาอินเทอร์เน็ตที่ทำให้เข้าใช้งานไม่ได้ หรือการตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของโครงการรัฐ

อันดับ 3: Facebook คิดเป็น 10.5%

รูปแบบคอนเทนต์ และความคิดเห็น: ภาพรวมเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีทั้งกลุ่มที่เข้ามาชี้แจง/ แนะนำวิธีลงทะเบียนรับสิทธิ์ TH-AI Passport Pro และกลุ่มที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด เกี่ยวกับงบประมาณโครงการ ความคุ้มค่า ความโปร่งใสของรัฐบาล ตลอดจนคำถามเชิงการเมืองที่มองว่า AI ตอบคำถามได้ไม่ดีพอ หรือควรเอางบไปใช้อย่างอื่น

อันดับ 4: Instagram คิดเป็น 8.9%

รูปแบบคอนเทนต์ และความคิดเห็น: สำนักข่าว/ อินฟลูเอนเซอร์ ส่วนใหญ่โพสต์สรุปข่าวสาร ประเด็นการเมือง การถูกนำไปเป็นหัวข้ออภิปรายไม่ไว้วางใจ ตลอดจนบทวิเคราะห์ทางสังคมและเศรษฐกิจเกี่ยวกับ AI

อันดับ 5: X (Twitter) (ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 4-14 ก.ย.) คิดเป็น 5.8%

ประเด็นความคิดเห็น: ในภาพรวมเป็นการพูดถึงและส่งต่อข่าวสาร มีการประชาสัมพันธ์สถิติการเรียนรู้คอร์ส AI และการรีวิวประสบการณ์ใช้งานจริง แต่ก็มีกระแสถกเถียงเชิงลบ ที่แฝงการประชดประชัน เช่น ประเด็นคำแก้ตัวเรื่องคนใช้น้อยเพราะไม่มีเน็ต รวมถึงการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของ TH-AI Passport กับ AI ค่ายอื่น ๆ

ตัวอย่างเสียงสะท้อนจากโซเชียล

ช่วงเวลาที่ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ TH-AI Passport อยู่ในช่วงคืนวันเปิดโครงการฯ มาแรงสุด และ หลังจากมีการทดลองใช้งาน ก็เริ่มมีคอมเมนต์เปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้งาน ทั้งจากสายเทค หรือประชาชนทั่วๆ ไป โดยประเด็นที่มีการพูดถึงหลักๆ ได้แก่ ความคุ้มค่า คุณภาพ และข้อจำกัดการใช้งาน

*ความคุ้มค่า

ความสามารถไม่เท่าตัว Pro/ เวอร์ชันเต็ม: โมเดล AI ที่แจกให้ใช้ฟรีถูกจำกัดฟีเจอร์ ความเร็ว หรือโควตาการใช้งาน ไม่ตอบโจทย์สายทำงานระดับลึก

*คุณภาพ

เจนภาพแล้วไม่ตรงปก/ หน้าเพี้ยน: การสร้างภาพบุคคลยังมีปัญหาเรื่องใบหน้าเปลี่ยน ไม่ตรงกับรูปต้นฉบับ หรือรายละเอียดผิดรูป

ตัวอักษรและภาษาไทยเพี้ยน: การเจนข้อความหรือตัวหนังสือภาษาไทยลงบนภาพยังทำได้ไม่ดี ตัวอักษรลอยหรือสะกดผิด เป็นตัวหนังสือภาษาอื่น

คุมธีม/ สไตล์ภาพได้ยาก: ต้องใส่ Prompt ภาษาอังกฤษยาว ๆ ถึงจะได้ภาพตามต้องการ ภาษาไทยยังแปลความหมายบริบทเฉพาะได้ไม่ตรง

คำตอบไม่ตรงประเด็น/ ข้อมูลไม่แม่นยำ: ถามคำถามเชิงลึก ข่าวสาร หรือเรื่องละเอียดอ่อนแล้ว AI ตอบหลีกเลี่ยงหรือไม่สามารถตอบได้

ตอบคำถามเอนเอียง (Bias): มีกระแสตั้งคำถามเกี่ยวกับชุดข้อมูลที่ใช้ฝึกฝน เมื่อทดลองถามคำถามเกี่ยวกับการเมืองหรือบุคคลสำคัญ แล้วได้คำตอบที่ดูมีอคติ

*ข้อจำกัดการใช้งาน

ใช้งานยุ่งยาก/ ระบบซับซ้อน: ขั้นตอนการลงทะเบียนและการเข้าใช้งานผ่านเว็บ/ แอปพลิเคชันยังไม่เป็นมิตรกับผู้ใช้ทั่วไป งงกับเมนูคำสั่ง

ข้อจำกัดเรื่องอินเทอร์เน็ต/ อุปกรณ์: ประชาชนในหลายพื้นที่ยังขาดแคลนอินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ที่รองรับ ทำให้เข้าไม่ถึงการใช้งานจริง

แต่กระแสก็ไม่ได้เป็นลบทั้งหมด ความคิดเห็นเชิงบวก เน้นไปที่ความง่ายในการเริ่มใช้งาน การรวมเครื่องมือไว้ในจุดเดียว และการมีผู้ช่วยสำหรับงานประจำ

อย่างไรก็ตามโครงการ TH-AI Passport ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงและเรียนรู้ AI โดยไม่มีกำแพงเรื่องค่าใช้จ่าย แต่หากจะวัดว่าโครงการประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายหรือไม่นั้น คงยังต้องตอบโจทย์ในอีกหลายประเด็นด้วยกัน ทั้งในเรื่องของการความคุ้มค่าและคุณภาพหากเปรียบเทียบกับ AI ที่มีการใช้ฟรีอยู่แล้ว

โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา


Update: 2026-09-18
Tags: