รีวิว TECNO POVA 8 Pro 5G รุ่นพิเศษ Tonino Lamborghini สวย!ตั้งแต่ภายนอก แรง!ไปถึงภายใน
TECNO POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition รุ่นพิเศษ
8.0
เจิดจรัส
ภาพรวมของ TECNO POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition รุ่นนี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงเพราะชื่อ Tonino Lamborghini แต่เป็นการนำคาแรกเตอร์ของรถหรูเข้ามาเสริมให้กับสมาร์ตโฟนสายเน้นประสิทธิภาพในตลาดกลางได้ค่อนข้างชัด เพิ่มความน่าใช้ขึ้นไปให้มากกว่าแค่เรื่องสเปกและความอึดของตัวเครื่อง
งานออกแบบโดดเด่นมาก ตั้งแต่ตัวเครื่องสีดำแดง เส้นสาย Pulse Line โลโก้ Tonino Lamborghini ปุ่ม Power สีแดง ไปจนถึงระบบไฟ Alive Matrix Display ที่ทำให้ดีไซน์ด้านหลังมีลูกเล่นมากกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไป
ด้านฮาร์ดแวร์ก็จัดมาในระดับที่น่าสนใจตามสไตล์ของ POVA ทั้ง MediaTek Dimensity 7400 Ultimate 5G และ P1 Graphic Chip การประมวลผลแบบชิปคู่ที่ทำให้การใช้งานและการเล่นเกมมีความแรง, ประสิทธิภาพสูง ตอบสนองได้ไวจริงในการใช้งาน
เสริมด้วยหน้าจอ 1.5K 144Hz HyperLux AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 4500nits และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6500mAh ขณะที่ตัวเครื่องยังคงความบางเพียง 7.39 มม. พร้อมมาตรฐานความทนทาน SGS Five Star รองรับการทนน้ำทนฝุ่น IP69K/IP69/IP68/IP66 และกระจก Corning Gorilla Glass 7i
ทำให้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ค่อนข้างหนักได้ด้วย
อีกจุดที่น่าสนใจคือซอฟต์แวร์ HiOS 16.3 บน Android 16 mujมาพร้อมธีมและชุดไอคอนเฉพาะของ Tonino Lamborghini ซึ่งเป็น Exclusive เฉพาะของรุ่น
ดังนั้น หากกำลังมองหาสมาร์ตโฟนที่ ดีไซน์แตกต่าง มีความเป็น Limited Edition ชัดเจน พร้อมสเปกสำหรับการใช้งานและความบันเทิงที่ครบเครื่อง รุ่นนี้ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนที่ชอบงานออกแบบสไตล์สปอร์ตและต้องการสมาร์ตโฟนที่แตกต่างไปมากกว่ามือถือทั่วไป
The Good
-
Co-Design กับ Tonino Lamborghini ให้ความรู้สึกเป็นสมาร์ตโฟน Limited Edition ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน
-
Alive Matrix Display ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ฝาหลัง พร้อมเอฟเฟกต์ไฟและการแจ้งเตือน
-
ตัวเครื่องบางเพียง 7.39 มม. แต่ให้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6,500mAh
-
หน้าจอ 6.78 นิ้ว 1.5K HyperLux AMOLED ความสว่างหน้าจอสูงสุด 4,500 nits รองรับรีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz
-
สเปคแรง ใช้ MediaTek Dimensity 7400 Ultimate 5G ทำงานร่วมกับ P1 Graphic Chip
-
ระบบระบายความร้อน 5K IceShield VC ช่วยรองรับการเล่นเกมและการประมวลผลหนัก
-
มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP69K/IP69/IP68/IP66 และ SGS Five Star ด้านความทนทาน
-
หน้าจอรองรับ Wet & Oily Finger Touch Recognition 2.0 ใช้งานได้แม้มือหรือหน้าจอเปียก
-
HiOS 16.3 บน Android 16 พร้อมธีมและไอคอนเฉพาะ Tonino Lamborghini
-
มีฟีเจอร์ TECNO AI หลายรูปแบบ ทั้ง AI Writing, AI Translator, AI Captions และ YouTube Summary
-
อุปกรณ์ในกล่องจัดเต็ม ทั้งเคสลายเคฟลาร์ หัวชาร์จ 45W และสายชาร์จถักสีดำแดง
The Bad
-
ไม่มีเลนส์เทเลโฟโต้โดยตรง
-
ไม่รองรับการใส่ microSD Card เพิ่มเติม
-
ความคุ้มค่าต่อราคา 7.5
-
ประสิทธิภาพ 8
-
วัสดุและการประกอบ 8.5
-
กล้องถ่ายรูป 7.5
-
ฟังก์ชั่นและประโยชน์ในการใช้งาน 8.5
TECNO POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition คือสมาร์ตโฟนรุ่นพิเศษที่เกิดจากการออกแบบร่วมกันระหว่าง TECNO และ Tonino Lamborghini โดยนำเทคโนโลยีของตระกูล POVA มาผสานเข้ากับงานออกแบบสไตล์อิตาลี ที่เน้นความหรูหราและความสปอร์ต
เปิดตัวพร้อมจุดเด่นดีไซน์ฝาหลังแบบลวดลายหลายชั้น, ทั้งเส้นสาย Pulse Line, โลโก้ Tonino Lamborghini และระบบไฟ Alive Matrix Display ซึ่งเป็นหน้าจอแสดงผลแบบพิกเซลสีขาว รองรับการแสดงผลมากกว่า 50 สถานะ ตั้งแต่อนิเมชั่นสวยๆ ไปจนถึงการแจ้งเตือน และใช้เล่นเกมสุ่มตัวเลขหรือการหมุนขวดได้เช่นกันด้วย
ต้องบอกว่าเป็นสมาร์ตโฟนกลุ่มระดับกลางที่ตัวเครื่องสวย ดูดี มีสไตล์ที่โดดเด่นมากครับ

TECNO POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition เปิดราคาเริ่มต้น 15,999 บาท และเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
นอกจากดีไซน์ที่สวยมากแล้ว POVA 8 Pro 5G ยังเป็นสมาร์ตโฟนที่มีประสิทธิภาพความแรงและความทนทานที่ดีอีกด้วยครับ ประมวลผลด้วยระบบชิปคู่ MediaTek Dimensity 7400 Ultimate 5G ทำงานร่วมกับ P1 Graphic Chip ภายในได้ติดตั้งระบบระบายความร้อน 5K IceShield VC ที่ช่วยดันประสิทธิภาพชิปให้วิ่งไปได้สุดแรงโดยไม่ต้องกังวลกับความร้อน

หน้าจอความละเอียด 1.5K HyperLux AMOLED รีเฟรชเรทสูง 144Hz ขนาด 6.78 นิ้ว จอใหญ่และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,500mAh ในตัวเครื่องที่บางเพียง 7.39 มม. ขณะที่กล้องหลัก 50MP ใช้เซนเซอร์ Sony’s LYTIA™ 700C พร้อม OIS

และยังมีฟีเจอร์ TECNO AI สำหรับช่วยงานในชีวิตประจำวันมาให้ครับภายในระบบครับ เป็นรุ่นที่น่าสนใจสำหรับความสามารถในการใช้งานรอบด้าน
ในบทความนี้ ผมจะพามารู้จัก TECNO POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition กันให้มากขึ้นในแต่ละด้านครับ
ในบทความนี้
- ดีไซน์และงานประกอบ
- Alive Matrix Display เปลี่ยนฝาหลังให้มีชีวิต
- หน้าจอ 144Hz HyperLux AMOLED สีสวย สว่างสูง ตอบสนองไว
- อุปกรณ์ภายในกล่อง จัดเต็มสมกับรุ่น Limited Edition
- ประสิทธิภาพการใช้งาน
- กล้อง 50MP Sony’s LYTIA™ 700C พร้อม OIS
- สรุปรีวิว TECNO POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition
ดีไซน์และงานประกอบ
สิ่งแรกที่ทำให้ TECNO POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition แตกต่างจากสมาร์ตโฟนทั่วไป คือดีไซน์ที่ทำมาให้ดูหรู ด้วยการใช้เทคนิคการผลิตตัวเครื่องแบบลวดลายหลายชั้น โดยใช้โทน สีดำตัดแดง เป็นแกนหลัก แล้วนำรายละเอียดลายเส้นแบบสปอร์ตเข้ามาสร้างเอกลักษณ์ให้กับตัวเครื่อง เมื่อมองจากด้านหลังจะเห็นลวดลาย Pulse Line พาดบริเวณกลางฝาหลัง พร้อมลวดลายหกเหลี่ยม Signature Shield ตลอดทั้งตัวเครื่อง

จุดที่ผมชอบเป็นพิเศษคือทั้ง Pulse Line และ Signature Shield มันไม่ได้เป็นเพียงลวดลายที่พิมพ์อยู่บนฝาหลัง แต่จะเล่นกับแสงที่มากระทบตามการถือจับ เมื่อขยับหรือหมุนตัวเครื่องในมุมต่าง ๆ เส้นสายสีแดงจะสะท้อนแสงและค่อย ๆ ปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น ทำให้ฝาหลังดูมีชีวิตและเปลี่ยนความเข้มของสีสันและลายเส้นไปตามมุมที่มอง รายละเอียดแบบนี้ทำให้ตัวเครื่องดูแตกต่างจากมือถือเกมมิ่งที่มักเน้นความดุดันแบบกลไกแมคคานิค แต่ POVA 8 Pro 5G เลือกนำความสปอร์ตมาผสมกับงานออกแบบจาก Tonino Lamborghini ได้ค่อนข้างลงตัวครับ

อีกจุดที่สะดุดตาก็คือโลโก้ Tonino Lamborghini ที่นำมาวางอยู่บนฝาหลัง ตราสัญลักษณ์ที่ช่วยเสริมความพรีเมียม ตัวเครื่องสีดำเข้มกับลวดลายสวยๆ ขณะที่ด้านข้างใช้ปุ่ม Power สีแดงตัดกับตัวเครื่องสีดำชัดเจน เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตให้กับเครื่อง

เมื่อรวมกับกรอบสีแดงบริเวณโมดูลกล้อง Trinity Camera Module แล้ว ภาพรวมจึงมีความเป็นรถสปอร์ตอิตาลีอยู่ในตัวครับ

บนตัวเครื่องมีปุ่มพิเศษ “One Tap”ซึ่งเป็นปุ่มเรียกใช้งานด่วนที่เราตั้งค่าได้ สำหรับเรียกใช้แอปพลิเคชั่นหรือการทำงานต่างๆ ที่เราระบุ รวมถึงใช้กดค้างเพื่อเข้าสู่กล้องถ่ายภาพได้ในทันทีอีกด้วย

Alive Matrix Display เปลี่ยนฝาหลังให้มีชีวิต
สิ่งที่ทำให้ดีไซน์ของรุ่น Limited Edition นี้น่าสนใจขึ้นไปอีกขั้นคือ Alive Matrix Display ระบบไฟแบบ Dot-matrix ที่ฝังอยู่บริเวณด้านหลังของตัวเครื่อง
เมื่อเราเปิดเครื่อง Alive Matrix จะแสดงเอฟเฟกต์ไฟ Exclusive “L” Emblem ซึ่งเป็นตัวอักษรตัวแรกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Tonino Lamborghini บน Alive Matrix Display

สามารถแสดงผลและตอบสนองกับการใช้งานได้ สามารถรองรับสถานการณ์ได้มากกว่า 50 รูปแบบ ทั้งการบอกเวลา แสดงสัญลักษณ์ การแจ้งเตือนจากแอปต่าง ๆ เอฟเฟกต์ระหว่างชาร์จไฟ เล่นเกมและฟังเพลง
รวมถึงมินิเกมหมุนขวด และสุ่มตัวเลข 0-9 ใช้เป็นการเสี่ยงดวงในกลุ่มเพื่อนได้ทันทีแค่เขย่าเครื่องครับ ผู้ใช้ยังสามารถปรับแต่งรูปแบบแสงของตัวเองได้อีกด้วย สามารถลากเส้นเพื่อสร้างภาพ Dot-matrix ได้เองในการตั้งค่า
บางเพียง 7.39 มม. แต่ยังใส่แบตเตอรี่ 6,500mAh
ภาพลักษณ์ภายนอกเป็นสมาร์ตโฟนสายเกมมิ่งที่จัดเต็มเรื่องดีไซน์ ตัวเครื่องจึงมีความเพียวบางเพื่อความกระทัดรัดสวยงาม ตัวเครื่องมีขนาด 162.48 × 77.27 และบางแค่ 7.39 มม. แม้ภายในจะใส่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6500mAh เอาไว้ให้
รองรับระบบชาร์จ Honor Super Charge 45W ชาร์จแบตเตอรี่ 50% ได้ในเวลาครึ่งชั่วโมง มีโหมดการชาร์จที่ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ใช้ได้ยาวนาน โดยรุ่นนี้ตัวแบตรองรับการชาร์จได้มากถึง 2000 Cycles มีอายุการใช้งานยาวนานถึง 6 ปี! เป็นแบตเตอรี่ที่คุณภาพสูงมาก

ขอบตัดเหลี่ยม เครื่องบาง จากการจับถือ ตัวเครื่องมีขนาดสัดส่วนพอดีกับมือ ความบาง 7.39 มม. ช่วยให้เครื่องไม่รู้สึกหนาเมื่อถือใช้งาน และยังช่วยให้ดีไซน์โดยรวมดูเพรียวมากขึ้น
ตัวเครื่องมีความทนทานสูง โดยมาพร้อม Corning Gorilla Glass 7i สำหรับปกป้องหน้าจอ และผ่านมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นถึง 4 ระดับ ได้แก่ IP69K, IP69, IP68 และ IP66 ซึ่งครอบคลุมการป้องกันในหลากหลายสถานการณ์ในระดับที่สูงที่สุดของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนในขณะนี้ อีกทั้งผ่านการรับรอง SGS Five Star ด้านการตกกระแทก โดยใช้ระบบ Omni-shield Impact System เพื่อช่วยรองรับแรงจากการตกกระแทกและเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเครื่อง

โดยรวมแล้ว งานออกแบบของ POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition ถือเป็นส่วนที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของรุ่นนี้ เพราะไม่ได้หยิบชื่อแบรนด์หรูมาใส่บนตัวเครื่องแล้วจบ แต่นำความทนทานระดับสูงของ POVA 8 Pro 5G มาผสมกับเอกลักษณ์จากงานออกแบบของ Tonino Lamborghini ทั้งเส้น Pulse Line, ลวดลาย Signature Shield, โลโก้ Lamborghini ไปจนถึงแสงจากจอ Alive Matrix Display เป็นสมาร์ตโฟนสายอึด ที่ทั้งทนทาน และทั้งหรู ในตัวเดียว
หน้าจอ 144Hz HyperLux AMOLED สีสวย สว่างสูง ตอบสนองไว
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ TECNO POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition น่าสนใจ คือหน้าจอ 6.78 นิ้ว 1.5K HyperLux AMOLED ที่ให้ความละเอียดสูงและรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง
อัตรารีเฟรชสูงสุดถึง 144Hz โดยสามารถปรับอัตรารีเฟรชแบบ Adaptive Refresh Rate ได้ตั้งแต่ 144Hz ลงไปถึง 60Hz ตามลักษณะการใช้งาน

จุดโดดเด่นอย่างมากอีกจุดคือความสว่างสูงสุดที่ 4,500 nits ซึ่งช่วยให้มองเห็นเนื้อหาบนหน้าจอได้ชัดเจน สิ่งที่รู้สึกได้จากหน้าจอ POVA 8 Pro 5G ตัวนี้คือ ภาพสวย ขอบจอเล็ก สีสันสดใสมาก เมื่อเข้าสู่เกมที่รองรับเฟรมเรตสูง การเคลื่อนไหวจะดูต่อเนื่องสมูธสายตาและทำให้รู้สึกว่าการเล่นเกมได้ลื่นขึ้นด้วยครับ
ในเรื่องของระบบเสียง รุ่นนี้มาพร้อมลำโพงคู่ เสียงดังชัดครับ ไม่ใช่ลำโพงแบบแนวเบสหนัก แต่มีพลังแบบแนวแอคชั่น โดยเฉพาะตอนเปิดคลิปเสียงเครื่องยนตร์ที่ใส่มาเป็นตัวอย่าง เสียงดุดันมีพลังสุดๆ ^^
.ใช้ฟังเพลงดูหนังในห้องส่วนตัว ภาพสวย เสียงชัด ไม่ต้องต่อลำโพงภายนอกเพิ่ม

อุปกรณ์ภายในกล่อง จัดเต็มสมกับรุ่น Limited Edition
อีกหนึ่งรายละเอียดที่ทำให้ TECNO POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition ดูพิเศษตั้งแต่ยังไม่ได้หยิบตัวเครื่องออกมา คือแพ็กเกจจิ้ง ตัวกล่องมีดีไซน์ที่พรีเมียม

ภายในกล่องให้เคสสีดำที่มีลวดลายผิวแบบ เคฟลาร์ พร้อมโลโก้ Tonino Lamborghini ในบริเวณกึ่งกลางเคสเว้นช่องเอาไว้สำหรับโชว์เส้น Pulse Line บนฝาหลังโดยเฉพาะ ทำให้แม้จะใส่เคสแล้วก็ยังสามารถมองเห็นเอกลักษณ์ของตัวเครื่องได้
ตัวเคสให้ความรู้สึกแข็งแรงและดูพร้อมสำหรับการใช้งานจริง พื้นผิวทนทาน สีสันของเคสก็ยังคงภาพลักษณ์สปอร์ตและพรีเมียมที่เข้ากับตัวเครื่องเป็นอย่างดี

สำหรับอุปกรณ์ชาร์จ ภายในกล่องมาพร้อมหัวชาร์จ HONOR SuperCharge 45W และสายชาร์จที่เป็นสายถักโทน ดำ-แดง ซึ่งนอกจากจะดูแข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ชุดอุปกรณ์ทั้งหมดมีความเป็น Limited Edition มากขึ้น เมื่อวางคู่กับตัวเครื่องจะเห็นได้ชัดว่าทั้งสี วัสดุ และรายละเอียดต่าง ๆ ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจในทิศทางเดียวกัน

ประสิทธิภาพการใช้งาน
ด้านประสิทธิภาพ TECNO POVA 8 Pro 5G Tonino Lamborghini Limited Edition ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Dual-Chipset ประกอบด้วยชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 7400 Ultimate 5G ทำงานร่วมกับ P1 Graphic Chip ที่ TECNO พัฒนาขึ้นเอง
รองรับการใช้งาน 5G ทั้งสองซิมการ์ด และรองรับการใช้งาน eSIM แทนสล็อตซิมที่สองได้ด้วย สำหรับหน่วยความจำรุ่นนี้มีให้เลือก 3 ความจุ ได้แก่ 256GB + 8GB RAM, 256GB + 12GB RAM และ 512GB + 12GB RAM โดย RAM สามารถขยายด้วย Extended RAM ได้อีกเท่าตัว
Dimensity 7400 Ultimate 5G ถือเป็นชิป 4nm ที่แรงของ MediaTek ในกลุ่มรองท็อป เมือทำงานกับ P1 Graphic Chip มันเสริมประสิทธิภาพด้านกราฟิกและการเล่นเกมโดยเฉพาะ จึวสามารถรองรับเฟรมเรตสูงสุด 144FPS ในเกมอย่าง MLBB, PUBG ในการเล่นจริง จากทีทดสอบ เกมลื่น ตอบสนองเร็ว และภาพสมูธสวยมาก

มีโหมด High Boost ซึ่งเป็นโหมดเกมสำหรับของเครื่อง ช่วยปรับระดับประสิทธิภาพเครื่อง และมีเครื่องมือสำหรับคนเล่นเกมที่ใส่มาเยอะมากๆ ทั้งการควบคุมด้วยการเอียงเครื่อง, การใช้ปุ่ม One-Tap ข้างเครื่องเพื่อแม็ปปิ้งเป็นปุ่ม Turbo, การสร้างชุดคอมโบให้ทำงานทั้งหมดทันทีในคลิ๊กเดียว หรือทริกเกอร์อัจริยะที่จะทำงานทันทีเมื่อพบภาพที่เราระบุ รวมถึงการเปิดปิดโหมดบายพาสชาร์จจิ้งเพื่อให้ตัวเครื่องคุมความร้อนได้ง่ายขึ้น เป็นโหมดเกมที่มีฟีเจอร์เยอะเป็นระดับต้นๆ ของสมาร์ตโฟนเลยครับ
อีกส่วนที่น่าสนใจคือระบบระบายความร้อน 5K IceShield VC Cooling System พื้นที่กระจายความร้อน 5,000 ตารางมิลลิเมตร ซึ่งทำงานร่วมกับ Dual-Chipset ช่วยจัดการความร้อนเมื่อเครื่องต้องประมวลผลหนักหรือเล่นเกมต่อเนื่อง ผลลัพธ์ในการใช้งานจริงถือว่าแรงมากพอสำหรับการเล่นเกมแบบจริงจัง

HiOS 16.3 บน Android 16 พร้อมธีม Tonino Lamborghini