ตำรวจเกาหลีใต้บุกสนง.ใหญ่สตาร์บัคส์ ค้นหลักฐานดราม่า Tank Day ที่บานปลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก - Marketeer Online
เมื่อ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตำรวจเกาหลีใต้ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ไปยังสำนักงานใหญ่สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ที่ชั้น 20-22 ของอาคารเซอร์ติฟาย อีสต์ เขตกังนัมในกรุงโซล เข้าไปตรวจค้น ยึดทรัพย์สิน และเก็บหลักฐานต่างๆ
สำหรับการสืบสวนแคมเปญ Tank Day ตามการร้องเรียนของกลุ่มภาคประชาสังคมว่า เป็นแคมเปญที่จงใจหรือมีจุดประสงค์ที่จะหมิ่นประมาทและลบหลู่ผู้เสียชีวิต รวมถึงครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ทางการเมืองเมื่อ 46 ปีก่อนหรือไม่

สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า เป็นการสืบสวนเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ทางตำรวจพบข้อบกพร่องในกระบวนการตรวจสอบภายในของบริษัท ที่อนุญาตให้จัดทำแคมเปญนี้ จนกลายเป็นดราม่าระดับชาติ
ต่อเนื่องไปถึงจุดชนวนการต่อต้านสตาร์บัคส์ครั้งใหญ่ในหมู่ชาวเกาหลีใต้ และที่สุดก็กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก
ซึ่งหากมีการตัดสินว่ามีความผิดจริงเกิดขึ้น โทษปรับของในคดีหมิ่นประมาทตามกฏหมายเกาหลีใต้โทษจำคุกสูงสุดอยู่ที่ 7 ปี หรือปรับสูงสุดเป็นเงิน 50 ล้านวอน (ประมาณ 1.1 ล้านบาท)
ดราม่า Tank Day ในเกาหลีใต้เกิดขึ้นเมื่อ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากรายงานข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า ทีมการตลาดของสตาร์บัคส์เกาหลีใต้จัดทำแคมเปญ เพราะเห็นว่าเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญของประเทศในช่วงเวลาดังกล่าว
ประกอบกับคำว่า Tank ที่ใช้เป็นชื่อแคมเปญยังสามารถสื่อไปถึงแก้วเครื่องดื่มทรงสูงของสตาร์บัคส์อีกด้วย
ทว่าก็เกิดผลเสียที่คาดไม่ถึงตามมา พร้อมกันนี้ยังเป็นการสะท้อนถึงความบกพร่องในการตรวจสอบและใช้เทคโนโลยีโดยไม่ระวังของ ชินเซแก กรุ๊ป เครือธุรกิจใหญ่ระดับประเทศที่ถือครองลิขสิทธิ์ สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ อีกด้วย
หลังแคมเปญนี้ออกมาได้เพียงไม่กี่วัน ครอบครัวผู้เสียชีวิตและชาวเกาหลีใต้กลุ่มใหญ่ ก็ออกมาแสดงความไม่พอใจ
เพราะเห็นว่า สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ นำบาดแผลทางประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์ Tank Day เมื่อปี 1980 ซึ่งมีผู้เรียกร้องประชาธิปไตยจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียชีวิตจากการล้อมปราบของทหาร มาใช้เพื่อประโยชน์ทางการตลาด
ซ้ำร้ายว่า Tank ยังสามารถสื่อไปถึงรถถังและเสียงการกระแทกโต๊ะ ซึ่งเป็นวิธีทรมานฝ่ายต่อต้านของรัฐบาลของอีกเหตุการณ์หนึ่งในอีก 7 ปีต่อมาอีกด้วย

กระแสต่อต้านแคมเปญ Tank Day บานปลายอย่างรวดเร็ว โดยกลุ่มที่ไม่พอใจได้ทุบทำลายแก้วสตาร์บัคส์ ขณะที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ก็ได้วิจารณ์ด้วยว่า สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ทำไม่เหมาะสม
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น โดยต่อมามีการเผยว่า ทีมการตลาดของสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ ใช้เอไอคิดไอเดียแคมเปญที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์เพื่อหวังเรียกความสนใจ แต่กลับไม่ได้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนให้ไฟเขียว
โดยหลังจากนั้นแม้ทางประธาน ชินเซแก กรุ๊ป ได้ออกมาขอโทษผ่านสื่อถึงสองครั้งและปลดซีอีโอ สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ตามด้วยระงับแคมเปญ แต่ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าที่กระแสต่อต้านจะลดลงไป
ดราม่าครั้งนี้ฉุดให้ยอดขาย สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ และการใช้จ่ายผ่านบัตรสมาชิกลดลง จนต่อมาต้องมีการปิดร้านสตาร์บัคส์ทั่วเกาหลีใต้ในช่วงบ่ายเป็นครั้งแรก
เพื่ออบรมพนักงานจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งถัดมาทีมผู้บริหารที่สำนักงานใหญ่ก็ต้องเข้าอบรมเรื่องเดียวกัน
ด้านพนักงานสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ได้ออกมาเคลื่อนไหวจากดราม่าแคมเปญ Tank Day เช่นกัน โดยเมื่อปลายกรกฎาคมที่ผ่านมา ได้จัดตั้งสหภาพแรงงานขึ้น
เพื่อหวังให้เป็นตัวแทนพนักงานสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ซึ่งมีอยู่มากถึงราว 23,000 คน และสามารถรวมพลังไม่ทำแคมเปญใดก็ตามที่ดูไม่เหมาะสม จะเกิดกระแสต่อต้าน และเป็นการโยนภาระให้พนักงาน
ทั้งนี้ดราม่า Tank Day ที่เกิดกับสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ เป็นข่าวที่ทั่วโลกให้ความน่าสนใจ ในหลายประเด็น
เริ่มจากเกาหลีใต้เป็นตลาดใหญ่อันดับ 3 ของ สตาร์บัคส์ ด้วยจำนวนสาขากว่า 2,000 แห่ง รองจากสหรัฐฯ และจีน
ประเด็นต่อมาคือเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่บริโภคกาแฟมากเฉลี่ย 416 แก้วต่อปี ซึ่งมากอันดับต้นๆ ของโลก จึงทำให้มีร้านกาแฟกระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 100,000 แห่ง
ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดกับธุรกิจร้านกาแฟจึงกลายเป็นข่าวที่ชาวเกาหลีใต้สนใจ
ส่วนประเด็นสุดท้ายคือ นี่เป็นอุทาหรณ์ทางการตลาดยุคใหม่ในการใช้เอไอช่วยคิดแคมเปญ โดยหากใช้คนที่ใช้ก็ควรรอบคอบและตรวจสอบเสียก่อนว่าไปแตะประเด็นอ่อนไหวที่อาจจุดชนวนต่อต้านแบรนด์หรือองค์กรหรือไม่
เพราะหากพลาดขึ้นมา ต้องใช้เวลาแก้ไขนานและที่ได้มาอาจไม่คุ้มกับที่เสียไป ดังที่เกิดกับสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ / koreatimes