กฟผ. เดินเครื่องเต็มสูบ! ลุยสร้างความเข้าใจ ดึง "SMR" เสริมทัพพลังงานสะอาด
กฟผ. เดินเครื่องเต็มสูบ! ดึง “SMR” เสริมทัพพลังงานสะอาด ปักหมุด 5 ระยะ ลุยสร้างความเข้าใจ ชูความปลอดภัยขั้นสูงสุด ประชาชนรับมือ Net Zero
นายเอกรัฐ สมินทรปัญญา ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวเสวนาในหัวข้อ SMR : พลังงานสะอาดสู่ความมั่นคงทางพลังงานไทย? ในงานสัมมนา “NEW ENERGY FOR THAILAND เปลี่ยนผ่านพลังงาน เดิมพันอนาคตไทย’ ซึ่งกองบรรณาธิการมติชนจัดขึ้น โดยระบุว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตขับเคลื่อนภารกิจภายใต้กลยุทธ์ Triple S พร้อมเตรียมผลักดัน โรงไฟฟ้า SMR (Small Modular Reactor) เป็นทางเลือกสำคัญในการสนับสนุนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero
จุดเด่นและระบบความปลอดภัยขั้นสูงของ SMR
ผลิตไฟฟ้าเสถียร 24/7 : SMR สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่อง 7 วันตลอด 24 ชั่วโมง ปราศจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิต
ระบบความปลอดภัยแบบ Passive : จุดเด่นสำคัญคือระบบหล่อเย็นอัตโนมัติด้วยน้ำกักเก็บในที่สูง ซึ่งจะไหลลงมาหล่อเย็นระบบได้เองทันทีหากเกิดเหตุขัดข้องหรือไฟฟ้าถูกตัดจากระบบ
อายุการใช้งานยาวนาน : สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 60-80 ปี สูงกว่าโรงไฟฟ้าฟอสซิลหรือพลังงานหมุนเวียนทั่วไปที่มีอายุเฉลี่ยราว 25 ปี
5 ระยะพัฒนาการ และก้าวสำคัญของ กฟผ.
การดำเนินโครงการ SMR ของ กฟผ. ถูกแบ่งออกเป็น 5 ระยะอย่างเป็นระบบ ได้แก่:
ระยะที่ 1 (ศึกษาเบื้องต้น) : ศึกษาความเป็นไปได้ เทคโนโลยี พื้นที่ตั้งที่ไม่เสี่ยงแผ่นดินไหว และกฎหมาย โดยปัจจุบันมีการบรรจุ SMR ไว้ในร่างแผน PDP แล้ว
ระยะที่ 2 (ศึกษาเชิงลึก & ขออนุมัติ) : จัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และขออนุญาตติดตั้งอย่างเป็นทางการ
ระยะที่ 3 (ก่อสร้าง) : มีจุดเด่นด้านระยะเวลาก่อสร้างที่รวดเร็วกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่แบบเดิม
ระยะที่ 4 (เดินเครื่องเชิงพาณิชย์) : ผลิตกระแสไฟฟ้าต่อเนื่องยาวนาน
ระยะที่ 5 (รื้อถอน) : ดำเนินการตามมาตรฐานสากลเมื่อครบอายุการใช้งาน
ปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ จ้างที่ปรึกษาสำรวจพื้นที่ศักยภาพ และทำ MOU ร่วมกับสถาบันการศึกษาและองค์กรระดับโลก เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พันธมิตรจากเกาหลีใต้, จีน, สหรัฐอเมริกา, สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (พส.) และ IAEA เพื่ออัปสกิลบุคลากรและเตรียมความพร้อมรอบด้าน
6 บทเรียนและความท้าทายสู่ความสำเร็จ
นายเอกรัฐกล่าวย้ำถึง 6 ปัจจัยชี้วัดความสำเร็จของโครงการ SMR ในประเทศไทย ได้แก่ นโยบายภาครัฐต้องมีความชัดเจนและสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง, กฎหมายและระเบียบต้องเร่งจัดทำรองรับเทคโนโลยีใหม่, เทคโนโลยีต้องมีความปลอดภัยสูงผ่านการรับรองจากองค์กรระดับโลก
ความโปร่งใสต้องเปิดรับการตรวจสอบจาก IAEA และสากล, การพัฒนาบุคลากรต้องเตรียมความพร้อมทั้งคนรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญ และการยอมรับของประชาชน คือ หัวใจสำคัญที่สุด โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะมุ่งสร้างความเข้าใจผ่านพลังงานจังหวัด และปลูกฝังความรู้ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ เนื่องจากโครงการต้องใช้เวลาระยะยาวกว่า 10 ปี
“การเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ SMR ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน หากเราเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ SMR จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายเอกรัฐกล่าวทิ้งท้าย