classicliterature.it.com

SICT รายได้ไตรมาส 2/2569 แตะ 200 ล้านบาท Animal ID รักษาโมเมนตัม Immobilizer รีบาวด์ อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสู่ระดับ 45% - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

มิติหุ้น – SICT รายได้ไตรมาส 2/2569 แตะ 200 ล้านบาท Animal ID รักษาโมเมนตัม Immobilizer รีบาวด์ อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสู่ระดับ 45%

บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT ผู้ออกแบบและจำหน่ายไมโครชิปอัจฉริยะสัญชาติไทย รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2/2569 มีรายได้ 202.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.2 จากไตรมาสก่อนหน้า และร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากการส่งมอบสินค้ากลุ่ม Animal Identification ได้ตามแผน การกลับมาสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องของลูกค้าเดิมในกลุ่ม Immobilizer และแรงหนุนบางส่วนจากการอ่อนค่าของเงินบาทระหว่างไตรมาส ขณะที่รายได้รวมในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 6.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ การบริหารโครงสร้างต้นทุนและการปรับกลยุทธ์การกำหนดราคาอย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นสู่ระดับร้อยละ 45 และมีกำไรสุทธิ 37.18 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 18

สำหรับโครงสร้างรายได้ในไตรมาสนี้ ไมโครชิปกลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์ (Animal Identification) ยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทซึ่งมีรายได้จำนวน 134.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ยังคงอยู่ในทิศทางตามกรอบเป้าหมายที่บริษัทได้วางแผนไว้ โดยได้รับปัจจัยบวกจากแนวโน้มการบังคับใช้ป้ายทะเบียนสัตว์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับปศุสัตว์ที่ขยายตัวในยุโรปและอเมริกาเหนือ ไมโครชิปกลุ่ม IoT ในภาคอุตสาหกรรม (Industrial IoT) มีรายได้จำนวน 48.22 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 13 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เนื่องจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อจากลูกค้าในเอเชีย อย่างไรก็ตาม กลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ยังคงมีศักยภาพการเติบโตที่น่าจับตา จากปัจจัยบวกด้านการขยายตัวของระบบดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ (Internet of Things: IoT) ในหลากหลายภาคส่วน รายได้จากไมโครชิปกลุ่มระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ (Immobilizer) มีจำนวน 18.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 128 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากการที่ลูกค้าเดิมในยุโรปกลับมาสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในหลายผลิตภัณฑ์ ตามระดับสินค้าคงคลังในตลาดที่ทยอยลดลง สำหรับไมโครชิปกลุ่ม NFC และอื่นๆ มีรายได้จำนวน 0.66 ล้านบาท เนื่องจากการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่และ Ecosystem ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ต้องใช้เวลาตามกระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงผลักดันการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งในกลุ่ม Industrial NFC, Authentication และ Sensors ในกลุ่ม NFC ร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปีบริษัทได้รับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้เปิดตัวในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ของบริษัทในอนาคต และช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอย่างมั่นคง โดยในครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 4 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเน้นขยายพอร์ตโฟลิโอในผลิตภัณฑ์กลุ่มระบบลงทะเบียนสัตว์ (Animal ID) และกลุ่ม IoT ในภาคอุตสาหกรรม (Industrial IoT) ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ควบคู่กับการวิจัยพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ และเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน

บริษัทยังคงติดตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ สถานการณ์ห่วงโซ่อุปทาน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานงานกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น โดยนอกจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจมหภาคในบางภาคส่วนแล้ว ต้นทุนการผลิตในหลายส่วนยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากอุปทานชิ้นส่วนที่ตึงตัวขึ้นตามความต้องการชิป AI ที่เติบโตสูง ซึ่งทำให้ผู้ผลิตชิปปรับสัดส่วนกำลังการผลิตไปยังกลุ่มชิปขั้นสูงและศูนย์ข้อมูล (Data Center) มากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ Strategic Sourcing เพื่อจัดซื้อวัตถุดิบให้เป็นไปตามแผนและมีราคาที่เหมาะสม พร้อมปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและระดับสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและราคาน้ำมัน

นอกเหนือจากผลการดำเนินงานทางการเงิน บริษัทยังมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ โดยในปีนี้บริษัทได้รับคัดเลือกจากสถาบันไทยพัฒน์ ให้เป็น 1 ใน 100 หลักทรัพย์จดทะเบียนจากทั้งหมด 921 หลักทรัพย์ และเป็น 2 ใน 24 หลักทรัพย์ในตลาด mai กลุ่มเทคโนโลยี ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยบริษัทได้รับมอบ ESG100 Certificate ประจำปี 2569 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการเติบโตทางธุรกิจ คิดค้นนวัตกรรม ไปพร้อมกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างคุณค่าให้กับสังคม และรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลที่เป็นเลิศ เพื่อสร้างความยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว

ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

Web : https://www.mitihoon.com/
Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

Update: 2026-08-13
Tags: