ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก

ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก
บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com
หลังจากที่เราได้ทราบถึงรากฐานอันมั่นคงของตระกูลชิมะซึในตอนที่ 1 กันไปแล้ว บัดนี้เข็มนาฬิกาแห่งประวัติศาสตร์ได้เดินหน้าเข้าสู่ยุคที่แผ่นดินญี่ปุ่นลุกเป็นไฟ ยุคที่กฎเกณฑ์เก่าถูกทำลายและผู้อ่อนแอต้องตกเป็นเหยื่อของผู้เข้มแข็ง นั่นคือช่วงเวลาที่เรารู้จักกันดีในชื่อ ยุคเซ็งโงกุ (Sengoku Jidai) หรือยุคสงครามกลางเมืองที่ยาวนานนับร้อยปี ในช่วงเวลานี้ อำนาจของโชกุนแห่งรัฐบาลมุโรมาจิเสื่อมถอยลงจนแทบไม่เหลือชิ้นดี บรรดาไดเมียวหรือเจ้าแคว้นทั่วประเทศต่างลุกขึ้นมาจับอาวุธเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ แผ่นดินถูกแบ่งแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า และแน่นอนว่า พยัคฆ์แดนใต้อย่างตระกูลชิมะซึที่สั่งสมกำลังพลและความมั่งคั่งมาอย่างยาวนาน ย่อมไม่ยอมอยู่เฉยๆ เป็นแน่
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตระกูลชิมะซึผงาดขึ้นมาเหนือไดเมียวคนอื่นๆ ในภูมิภาคคิวชู เกิดขึ้นในสมัยของผู้นำตระกูลรุ่นที่ 15 นามว่า ชิมะซึ ทาคาฮิสะ (Shimazu Takahisa) ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานความยิ่งใหญ่ในยุคเซ็งโงกุ ทาคาฮิสะเป็นขุนศึกที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เขาตระหนักดีว่าการจะเอาชนะศัตรูที่มีกำลังพลสูสีกันได้นั้น อาศัยเพียงความกล้าหาญของซามุไรอย่างเดียวย่อมไม่พอ แต่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและยุทธวิธีใหม่ๆ และโอกาสทองนั้นก็มาถึงในปี ค.ศ. 1543 เมื่อมีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นไปตลอดกาล นั่นคือการที่เรือสำเภาของชาวโปรตุเกสมาเกยตื้นที่เกาะทาเนกะชิมะ ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของแคว้นซัตสึมะ ชาวต่างชาติเหล่านั้นได้นำสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นไม่เคยเห็นมาก่อนมาด้วย นั่นก็คือปืนไฟ หรืออาวุธที่สามารถพ่นไฟและลูกตะกั่วสังหารคนได้ในพริบตา ทาคาฮิสะไม่รอช้า เมื่อได้เห็นอานุภาพของมัน เขาสั่งให้ช่างตีดาบฝีมือดีในแคว้นทำการศึกษากลไก ถอดชิ้นส่วน และพยายามลอกเลียนแบบปืนไฟจนสำเร็จ ทำให้ตระกูลชิมะซึกลายเป็นตระกูลแรกๆ ในญี่ปุ่นที่มีกองทหารปืนไฟเป็นของตนเอง ถือเป็นการติดปีกให้กับพยัคฆ์ร้ายแห่งซัตสึมะอย่างแท้จริง

การเข้ามาของปืนไฟไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนรูปแบบการรบของตระกูลชิมะซึเท่านั้น แต่มันได้พลิกโฉมหน้ายุทธวิธีการทำสงครามของพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เหนือกว่า ประกอบกับความห้าวหาญของทหารซัตสึมะที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันและไม่กลัวตาย ตระกูลชิมะซึภายใต้การนำของผู้นำรุ่นที่ 16 ชิมะซึ โยชิฮิสะ (Shimazu Yoshihisa) ซึ่งเป็นลูกชายของทาคาฮิสะ จึงเริ่มแผนการรุกรานแคว้นรอบข้างอย่างเต็มรูปแบบ โยชิฮิสะผู้นี้ไม่ได้เก่งกาจแค่ตัวเขาเองเพียงคนเดียว แต่เขายังมีน้องชายที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ทางการทหารอีก 3 คน ได้แก่ โยชิฮิโระ (Yoshihiro) โทชิฮิสะ (Toshihisa) และ อิเอฮิสะ (Iehisa) พี่น้องทั้งสี่คนนี้เป็นที่รู้จักในนามสี่พี่น้องชิมะซึ ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วแผ่นดิน พวกเขาร่วมมือกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แบ่งหน้าที่รับผิดชอบและนำทัพบุกตะลุยไปทั่วเกาะคิวชู โยชิฮิสะเป็นมันสมองในการวางแผน โยชิฮิโระเป็นขุนพลแนวหน้าที่ดุดัน โทชิฮิสะเชี่ยวชาญกลยุทธ์ และอิเอฮิสะคือนักรบพรสวรรค์ที่หาตัวจับยาก

การขยายอำนาจของตระกูลชิมะซึดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและรุนแรง พวกเขาสามารถเอาชนะและปราบปรามตระกูลคู่แข่งที่ทรงอิทธิพลในคิวชูอย่างตระกูลอิโต (Ito) ตระกูลโอโตโมะ (Otomo) และตระกูลริวโซจิ (Ryuzoji) จนราบคาบ ยุทธวิธีการรบของตระกูลชิมะซึนั้นจัดว่าแยบยลและสร้างความหวาดหวั่นให้กับศัตรู พวกเขามักใช้กลยุทธ์ล่อเสือออกจากถ้ำ หรือที่เรียกกันในตำราพิชัยสงครามว่ากลยุทธ์นกต่อ โดยจะส่งกองกำลังขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูงไปทำทีเป็นปะทะแล้วแกล้งพ่ายแพ้และถอยร่น เพื่อล่อให้กองทัพข้าศึกตายใจและเร่งรีบไล่ตามเข้ามาในภูมิประเทศที่เป็นช่องเขาแคบๆ หรือป่าทึบ จากนั้นกองกำลังหลักของชิมะซึที่แอบซุ่มอยู่ทั้งสองข้างทางก็จะระดมยิงปืนไฟและระดมยิงธนูเข้าใส่ทัพศัตรูที่เสียขบวนจนแตกพ่ายยับเยิน กลยุทธ์นี้สร้างความครั่นคร้ามให้กับเหล่าไดเมียวเป็นอย่างมาก จนกระทั่งในช่วงปลายทศวรรษที่ 1580 ตระกูลชิมะซึก็สามารถกวาดล้างศัตรูและยึดครองพื้นที่เกือบทั้งหมดของเกาะคิวชูได้สำเร็จ ความฝันที่จะรวมเกาะคิวชูให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้ธงกากบาทในวงกลมของชิมะซึอยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อมมือเท่านั้น
เรื่องราวดูเหมือนจะไปได้สวยและไร้ซึ่งอุปสรรคสำหรับตระกูลชิมะซึ แต่ในความเป็นจริงแล้ว บนหน้าประวัติศาสตร์มักมีตัวแปรที่คาดไม่ถึงโผล่มาเสมอ ในขณะที่ตระกูลชิมะซึเกือบจะรวมเกาะคิวชูเป็นปึกแผ่นได้สำเร็จนั้นเอง ทางฝั่งเกาะฮอนชูหรือเกาะหลักของญี่ปุ่น ก็ได้มีบุรุษผู้หนึ่งก้าวขึ้นมาเรืองอำนาจสูงสุดแทนโอดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga) ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์กบฏที่วัดฮอนโนจิ บุรุษผู้นั้นคือ โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) ขุนพลผู้มีฉายาว่าพญาวานร ผู้ไต่เต้าจากชาวนาจนกลายมาเป็นผู้สำเร็จราชการ ฮิเดโยชิกำลังดำเนินนโยบายรวบรวมแผ่นดินญี่ปุ่นให้เป็นหนึ่งเดียวภายใต้การปกครองของตน และแน่นอนว่า แว่นแคว้นที่แข็งข้อและทรงอิทธิพลทางตอนใต้อย่างคิวชูภายใต้การนำของชิมะซึ ย่อมเป็นเสี้ยนหนามชิ้นโตที่ฮิเดโยชิไม่อาจปล่อยผ่านหรือทำเป็นมองไม่เห็นได้
จุดพลิกผันแห่งชะตากรรมเกิดขึ้นเมื่อไดเมียวตระกูลโอโตโมะที่กำลังเพลี่ยงพล้ำและถูกชิมะซึต้อนให้จนมุม ได้ตัดสินใจส่งสารไปขอความช่วยเหลือจากฮิเดโยชิถึงเมืองโอซาก้า นี่เป็นข้ออ้างและโอกาสทองชั้นดีที่ทำให้ฮิเดโยชิสามารถส่งกองทัพลงใต้มาแทรกแซงกิจการของคิวชูได้อย่างชอบธรรม ในปี ค.ศ. 1587 ฮิเดโยชิได้สั่งระดมพลครั้งมโหฬาร ว่ากันว่ากองทัพผสมของฮิเดโยชิมีจำนวนมากถึงระดับนับแสนนาย เคลื่อนพลข้ามช่องแคบมายังเกาะคิวชูราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งขวางหน้า กองทัพของตระกูลชิมะซึแม้จะขึ้นชื่อเรื่องความห้าวหาญและมีชัยชนะเหนือคู่แข่งมาโดยตลอด แต่เมื่อต้องเผชิญกับกองทัพที่ใหญ่กว่าหลายเท่าตัว แถมยังมีเสบียงและยุทโธปกรณ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากส่วนกลางอย่างมหาศาล ความพ่ายแพ้ก็เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าน้องชายคนเล็กของผู้นำตระกูลอย่าง ชิมะซึ อิเอฮิสะ (Shimazu Iehisa) จะสามารถสร้างปาฏิหาริย์เอาชนะกองทัพล่วงหน้าของฮิเดโยชิได้ในศึกที่แม่น้ำเฮตสึกิ แต่นั่นก็เป็นเพียงชัยชนะทางยุทธวิธีเล็กๆ ที่ไม่อาจเปลี่ยนภาพรวมและหยุดยั้งทัพหลวงของฮิเดโยชิได้ กองทัพของชิมะซึถูกกองทัพหลักของรัฐบาลส่วนกลางตีถอยร่นกลับมาเรื่อยๆ เสียทั้งดินแดนและปราสาทที่ยึดมาได้อย่างยากลำบาก จนในที่สุดก็ต้องถอยกลับมาตั้งรับที่ปราสาทหลักในดินแดนซัตสึมะ ชิมะซึ โยชิฮิสะ ในฐานะผู้นำตระกูล ตระหนักดีว่าหากขืนดึงดันทำสงครามต่อไป ตระกูลชิมะซึที่บรรพบุรุษสร้างมานับร้อยปีอาจจะต้องล่มสลายและถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นแผ่นดิน ด้วยความรับผิดชอบต่อสายเลือดและชีวิตของประชาชนในแคว้น โยชิฮิสะจึงกลืนความหยิ่งทะนงและตัดสินใจทำในสิ่งที่ยากลำบากที่สุดสำหรับซามุไรผู้คว้าชัยชนะมาตลอด นั่นคือการยอมจำนน
เพื่อแสดงออกถึงการสละอำนาจและยอมจำนนโดยดุษฎีต่อฮิเดโยชิ โยชิฮิสะได้ปลงผมบวชเป็นพระ เขาเดินทางไปพบฮิเดโยชิที่ค่ายทหารด้วยตนเองเพื่อขอขมาและขอให้ละเว้นชีวิตผู้คนในตระกูล ฮิเดโยชิซึ่งเป็นนักการเมืองที่ชาญฉลาดและมองการณ์ไกล มองเห็นว่าการไว้ชีวิตและรักษาตระกูลชิมะซึเอาไว้ จะเป็นประโยชน์ในการควบคุมภูมิภาคทางใต้ที่มีความสลับซับซ้อนมากกว่าการใช้กำลังทหารทำลายล้าง ฮิเดโยชิจึงสั่งลงโทษเพียงแค่การริบดินแดนส่วนใหญ่ในคิวชูที่ชิมะซึอุตส่าห์ยึดครองมาได้ทั้งหมด คืนให้กับไดเมียวเจ้าของเดิม แต่ทว่า ฮิเดโยชิยังคงปรานีและอนุญาตให้ตระกูลชิมะซึปกครองแคว้นซัตสึมะและโอซุมิซึ่งเป็นดินแดนของบรรพบุรุษต่อไปได้ การรอดพ้นจากการสูญสิ้นตระกูลในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชิมะซึต้องกลับมาทบทวนท่าทีของตนเอง ลดความทะเยอทะยานลง และเตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกใหม่ทางการเมืองที่กำลังจะมาถึงในหน้าประวัติศาสตร์อีกไม่ช้า
ในตอนหน้า จะเป็นช่วงการเล่าถึงวีรกรรมอันบ้าบิ่นที่สุดในประวัติศาสตร์การศึกของตระกูลชิมะซึ เมื่อแผ่นดินญี่ปุ่นเข้าสู่ศึกชี้ชะตาที่ทุ่งเซกิงาฮาระ กองทัพของชิมะซึที่ตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูนับหมื่นจะหาทางเอาชีวิตรอดกลับมายังแคว้นซัตสึมะได้อย่างไร แล้วจิตวิญญาณแห่งนักรบของพวกเขาจะถูกทดสอบหนักหนาแค่ไหน รอติดตามอ่านกันได้เลยครับ
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน
การนำเข้าปืนไฟครั้งแรกที่เกาะทาเนกะชิมะนั้น ชิมะซึ ทาคาฮิสะ ได้ยอมทุ่มเทและจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อปืนไฟเพียง 2 กระบอกจากชาวโปรตุเกส แต่การลงทุนในเทคโนโลยีครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่ามหาศาล เพราะมันเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์การสงครามของญี่ปุ่นไปตลอดกาล จนคนญี่ปุ่นในยุคนั้นพากันเรียกปืนไฟติดปากว่า ทาเนกะชิมะ ตามชื่อเกาะที่มันถูกค้นพบครั้งแรกนั่นเอง นอกจากนี้ มีเกร็ดประวัติศาสตร์ที่น่าสะเทือนใจอีกเรื่องคือ แม้ชิมะซึ โยชิฮิสะจะยอมจำนนและปลงผมบวชเพื่อรักษาตระกูลไว้ แต่ชิมะซึ โทชิฮิสะ น้องชายคนที่สามของเขากลับปฏิเสธที่จะยอมแพ้ต่อฮิเดโยชิอย่างเด็ดขาด โทชิฮิสะเลือกที่จะขัดขืนและทำการต่อต้านรัฐบาลของฮิเดโยชิต่อไป จนท้ายที่สุดเขาถูกบีบคั้นทางการเมืองอย่างหนักจนต้องกระทำการเซ็ปปุกุหรือคว้านท้องฆ่าตัวตาย เพื่อรักษาเกียรติของตนเองและเพื่อไม่ให้ตระกูลหลักต้องเดือดร้อนรับโทษทัณฑ์จากความดื้อรั้นของเขา
บทความโดย : Histo Dawn www.marumura.com
เรื่องแนะนำ :
– ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งพยัคฆ์แดนใต้
– Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 8: จากโรนินพเนจรสู่ปาฏิหาริย์ไดเมียวผู้หวนคืน และการปรับตัวสู่โลกธุรกิจยุคปัจจุบัน
– Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 7: ทาจิบานะ กิงจิโย พยัคฆ์สาวเจ้าปราสาท และการสืบทอดทางการเมือง
– Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 6: ทาจิบานะ โดเซ็ตสึ “เทพอสูรผู้ฟันสายฟ้า” แห่งสมรภูมิเซนโกคุ
– Tachibana มหาตระกูลพลิกแผ่นดินญี่ปุ่น ตอนที่ 5: สายเลือดใหม่แห่งคิวชู จุดตัดจากขุนนางวังหลวงสู่คมดาบซามุไร
ขอบคุณรูปภาพ และข้อมูลอ้างอิง :
• Shimazu Clan – Japan Reference (https://jref.com/articles/shimazu-clan.855/)
• Introduction of firearms to Japan – Wikipedia (https://en.wikipedia.org/wiki/Firearms_of_Japan#Introduction_of_firearms_to_Japan)
• https://samuraihistoryculture.substack.com/p/shimazu-takahisa
• https://jref.com/articles/shimazu-yoshihisa-1533-1611.1006/
#ตามรอยตระกูล Shimazu: จากนักรบสู่ผู้นำยุคใหม่ ตอนที่ 2 ไฟสงครามยุคเซ็งโงกุ และอาวุธปืนกระบอกแรก #Shimazu Clan
Tags :


