SET แกว่งตัวพักฐาน จับตาเฟดส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยหลังราคาน้ำมันพุ่ง

InnovestX ประเมินว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น โดยสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านต่อเนื่อง ขณะที่อิหร่านตอบโต้และควบคุมช่องแคบฮอร์มุซทำให้การเดินเรือเกือบหยุดชะงักนั้น มีแก่นความขัดแย้ง คือ สิทธิเก็บค่าผ่านทางผ่านช่องแคบ ซึ่งการโจมตีทางอากาศอย่างเดียวเปิดช่องแคบไม่ได้ ทำให้สงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อและย้ายสู่ภาคเศรษฐกิจผ่านการปิดล้อมการส่งออกน้ำมัน
ทั้งนี้ InnovestX มองราคาน้ำมันจะอยู่ที่ระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ก่อนลดลง แต่หากรุนแรงเกินคาดอาจขึ้นสู่ 105-120 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งหากค้างระดับนี้จะดันเงินเฟ้อคาดการณ์สูงขึ้น อย่างไรก็ดี InnovestX มองว่า Fed จะยังคงดอกเบี้ยที่ 3.63% ตลอดปีนี้ แต่อาจส่งสัญญาณเข้มงวดขึ้น สะท้อนผ่านผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีที่ 4.65%
ทั้งนี้สัปดาห์หน้าต้องติดตามการประชุม FOMC เช้าวันที่ 30 ก.ค. ซึ่งตลาดคาดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% หลังเงินเฟ้อ มิ.ย. ชะลอลง แต่ความเสี่ยงเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงจากราคาพลังงาน ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่มุมมองของ FOMC ต่อการดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไป ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ชะลอลงแต่ยังอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% และพัฒนาการของ AI ที่ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจจริงมากขึ้น ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ ติดตาม GDP ไตรมาส 2/2569 และ Core PCE มิ.ย. (30 ก.ค.) เพื่อประเมินว่า เศรษฐกิจยังขยายตัวแข็งแกร่งเพียงพอให้ Fed คงดอกเบี้ยในระดับสูงหรือไม่
รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานยังมีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่องหรือเริ่มเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ด้านจีนติดตามการประชุม Politburo ช่วงปลายเดือน ก.ค. หลัง GDP ไตรมาส 2/2569 ชะลอลงเหลือ 4.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน ท่ามกลางการบริโภคและภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังอ่อนแอ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่าทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมหรือไม่ โดยเฉพาะการสนับสนุนการบริโภค การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการรักษาเสถียรภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์
ส่วนตลาดหุ้นไทย InnovestX มองช่วงสั้น SET มีแนวโน้มแกว่งตัวพักฐาน หลัง Valuation เริ่มตึงตัว โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่หนุนราคาน้ำมันและอาจปลุกความกังวลด้านเงินเฟ้อระลอกใหม่ ซึ่งต้องจับตาการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไปของเฟด (30 ก.ค.) แม้การประชุมนโยบายการเงินรอบนี้คาดจะยังคงดอกเบี้ยที่ 3.75% ก็ตาม, ความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีโลก และการเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบไตรมาส 2/2569 ของกลุ่ม Real Sector ซึ่งแม้จะหนุนการเก็งกำไรได้บ้าง แต่ต้องระวังแรงขาย Sell on Fact ในช่วง 2-3 สัปดาห์ กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ Selective Buy ผ่าน 3 ธีมการลงทุนหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้ง ดังนี้
1.New Normal Play ซึ่งได้ประโยชน์จากแผนเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การย้ายฐานการผลิต และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวตามเมกะเทรนด์โลก ได้แก่ GULF, GPSC, BGRIM, GUNKUL, WHA, AMATA
2.High Dividend Play เพื่อเป็นหลุมหลบภัยในช่วงตลาดผันผวน และสร้างกระแสเงินสดกลับเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ แบ่งเป็น 1) ดักปันผลระหว่างกาลโดยคาดให้ Div. Interim Yield >2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC, OR, PTT, PTTEP, SCCC, SIRI, TQM, TU และ 2) ดักปันผลระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืน โดยคาดให้ Div. Yield >5% ต่อปี ได้แก่ AP, BBL, FTREIT, LHSC, PTT
3.Domestic Play เน้นหุ้นบิ๊กแคปที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อีกทั้งราคาหุ้นยัง Laggard ได้แก่ CPALL, CPN, GLOBAL, ADVANC, TRUE, MTC, BEM, ERW
Trading Idea : 1) Earning Play ซึ่งคาดใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้จะประกาศกำไรไตรมาส 2/2569 เติบโตดีเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ Outperform ได้แก่ HMPRO, PTTEP, GLOBAL, TRUE, ADVANC, GULF, PTTGC
2) Foreign Underowned Play เน้นหุ้น SET50 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard และมีสัดส่วนถือครองจากต่างชาติยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยหลัง 5 ปี อีกทั้งมีโมเมนตัมกำไรไตรมาส 2-4 ปี 2569 ที่คาดจะเติบโตได้จากงวดเดียวของปีก่อน ได้แก่ BEM, CPALL, HMPRO, MTC, OR, TRUE, TU
3) Geopolitical Play ซึ่งได้อานิสงส์จากสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาปะทุ อย่างพลังงานต้นน้ำ (PTTEP) โดยเน้นตั้งรับเมื่อย่อตัวและตั้งจุด Stop Loss เคร่งครัด
และ 4) Bond Yield Play รับอานิสงส์หากเฟดเริ่มส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินตึงตัวขึ้นจากกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่ ได้แก่ BLA, TLI, KBANK, KTB
นางสาวณัฏฐ์วริน ไตรภพสกุล
ผู้อำนวยการอาวุโส Equity Strategy Team
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX)
บริษัทหลักทรัพย์ภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์