SET ปิดลบ 6 จุด โรงกลั่น-DELTA กดดัน จับตางบ บจ.-CPI สหรัฐฯ

10 หุ้นกดดัชนีวันนี้
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET Index วันนี้ (12 ต.ค.2569) ปิดที่ 1,571.74 จุด ลดลง 5.91 จุด หรือ 0.37% มูลค่าการซื้อขาย 55,934.03 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET Index วันนี้ (12 ต.ค.2569) ปิดที่ 1,571.74 จุด ลดลง 5.91 จุด หรือ 0.37% มูลค่าการซื้อขาย 55,934.03 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีแกว่งตัวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ ทำจุดต่ำสุดที่ 1,567.06 จุด และสูงสุดที่ 1,581.13 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมีจำนวน 169 หลักทรัพย์ ลดลง 268 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 203 หลักทรัพย์
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ, IAA ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งผันผวนในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่ปรับตัวลงค่อนข้างมาก หลังตลาดกังวลแนวโน้มอุปทานน้ำมันโลกเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ มีทั้งปัจจัยจากจีนที่กลับมาส่งออกน้ำมันมากขึ้น เช่นเดียวกับรัสเซีย รวมถึงกระแสข่าวว่ากลุ่มประเทศ G7 มีแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน ซึ่งส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันและหุ้นที่เกี่ยวข้องในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน ตลาดยังเผชิญแรงขายในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA จากปัจจัยเฉพาะตัวเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างบริษัทแม่กับทางการสหรัฐฯ ประกอบกับราคาหุ้นก่อนหน้านี้รีบาวด์ขึ้นมาแล้วระดับหนึ่ง ทำให้เมื่อมีข่าวลบเข้ามาจึงเกิดแรงขายทำกำไร
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โรงไฟฟ้า และไฟแนนซ์ยังช่วยประคองดัชนีไม่ให้ปรับตัวลงแรง โดยได้รับแรงหนุนจากธีมวัฏจักรการลงทุน โดยเฉพาะกระแสการลงทุนใน Data Center และ AI ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่ตลาดจับตาจากการประชุมประจำปีของ IMF และ World Bank ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในสัปดาห์นี้
ส่งผลให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน เช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้า และพลังงาน ยังมีแรงซื้อเข้ามาช่วยพยุงตลาดบางส่วน
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพุธ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์จะกลับมาเปิดทำการ คาดว่า SET Index จะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยยังมีแรงกดดันจาก Fund Flow และยังขาดปัจจัยบวกใหม่จากหุ้นขนาดใหญ่ที่จะเข้ามาช่วยผลักดันดัชนี จึงมีโอกาสที่ตลาดจะซึมตัวลงได้ในระยะสั้น
ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุม IMF-World Bank การทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั้งในไทยและสหรัฐฯ โดยฝั่งไทยจะเริ่มจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์ รวมถึงการเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐฯ เดือนกันยายน ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index ในวันพุธ โดยให้ แนวรับ 1,560 จุด และแนวต้าน 1,580 จุด
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก

Back to top button