บล.ทิสโก้ เชียร์ซื้อ SCCC ชูเป้า 174 บาท คาดกำไรครึ่งปีแรกโต 39%

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ว่า บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC มีแนวโน้มรายงานยอดขายไตรมาส 2/2569 ประมาณ 13,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.9% จากไตรมาสก่อน แม้รายได้จากธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างจะอ่อนตัวลง แต่คาดว่าจะได้รับการชดเชยจากรายได้ธุรกิจพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาถ่านหิน
ฝ่ายวิจัยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นเป็น 34.6% เพิ่มขึ้น 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตรากำไรของธุรกิจถ่านหินที่ฟื้นตัว ขณะที่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายคาดว่าจะทรงตัวที่ประมาณ 20% หลังบริษัทเดินหน้าโครงการลดต้นทุน FIT++
จากปัจจัยดังกล่าว คาดว่ากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA จะอยู่ที่ประมาณ 3,174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% จากไตรมาสก่อน และมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 4.65 บาท
ทั้งนี้ บล.ทิสโก้คาดว่า SCCC จะมีกำไรสุทธิช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จำนวน 2,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนผลเชิงบวกจากส่วนประสมผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นและการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
ฝ่ายวิจัยระบุว่า การปรับเปลี่ยนไปใช้ถ่านหินคุณภาพต่ำลงของบริษัท ลานนารีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) หรือ LANNA ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และมีแนวโน้มไม่กลับไปสู่ระดับก่อนหน้าไตรมาส 1/2569
อย่างไรก็ตาม สถานะการถือครองถ่านหินสุทธิในระดับสูง หรือ Net-Long Coal Position ของกลุ่ม ยังคงทำให้บริษัทได้รับประโยชน์จากวัฏจักรราคาถ่านหินที่อยู่ในช่วงขาขึ้น
ราคาถ่านหินความร้อน Newcastle ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงระดับโลก เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยประมาณ 122 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในไตรมาส 1/2569 เป็นประมาณ 137 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในไตรมาส 2/2569 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 13% จากไตรมาสก่อน
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลของฝ่ายบริหารที่ระบุว่า ราคาถ่านหินอินโดนีเซียเกรด GAR 4,200 เพิ่มขึ้นจาก 47 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในเดือนมกราคม เป็น 66 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในเดือนพฤษภาคม 2569 แม้ถ่านหินทั้งสองประเภทจะมีคุณภาพและใช้ดัชนีอ้างอิงแตกต่างกัน แต่สะท้อนทิศทางราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกัน
สำหรับธุรกิจเอทานอลภายใต้บริษัท ไทย อะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TAE คาดว่าจะยังรักษาโมเมนตัมการเติบโตที่แข็งแกร่ง จากต้นทุนกากน้ำตาลที่ลดลง ประกอบกับแรงสนับสนุนจากนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง E10 และ E20
ขณะที่ปริมาณจำหน่ายปูนซีเมนต์ยังได้รับแรงหนุนจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐในประเทศไทย เวียดนาม ศรีลังกา และกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์ในประเทศไทยตลอดปี 2569 คาดว่าจะทรงตัวจากปีก่อน
ฝ่ายวิจัยคาดว่า SCCC จะจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 หุ้นละ 4 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลประมาณ 2.7%
ส่วนความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ คุณภาพถ่านหินของ LANNA ที่อาจลดลงมากกว่าคาด ต้นทุนวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลางปรับตัวสูงขึ้นและไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาปูนซีเมนต์ได้เต็มที่ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในศรีลังกาและบังกลาเทศ รวมถึงการเบิกจ่ายงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ต่ำกว่าคาด
ทั้งนี้ บล.ทิสโก้ยังคงประมาณการผลการดำเนินงานปี 2569 พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SCCC และประเมินมูลค่าที่เหมาะสมไว้ที่ 174 บาท อ้างอิงอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2569 ที่ 13.4 เท่า