“ลิสซิ่ง” ไฮซีซั่นครึ่งปีหลัง SAWAD-TIDLOR-MTC รุกหนักสินเชื่อ-ประกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถและไมโครไฟแนนซ์สะท้อนความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการ แม้จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยทิศทางในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD, บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR และ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC ต่างเดินหน้าขยายธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการสินเชื่อที่จะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไฮซีซั่น
ด้าน นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ว่า บริษัทจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นเนื่องจากความต้องการสินเชื่อและการใช้สภาพคล่องของลูกค้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดย SAWAD ยังคงมุ่งขยายพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนภายใต้กลยุทธ์การเติบโตอย่างเลือกสรร ควบคู่กับการขยายธุรกิจนายหน้าประกันภัย และเร่งนำแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่าง e-KYC รวมถึงต่อยอดสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านระบบ Locked Phone มาเสริมศักยภาพ
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2/2569 SAWAD มีกำไรสุทธิ 1,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 2,743 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนผลจากการควบคุมค่าใช้จ่ายและการปรับโครงสร้างสาขา โดยค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารในไตรมาสที่ 2 ลดลง 4.87% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ขณะที่ นางอาฑิตยา พูนวัตถุ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR กล่าวว่า ทีมผู้บริหารระดับสูงยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรอบคอบและมีวินัย โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโต ผลตอบแทน และการบริหารความเสี่ยง เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมทางการเงิน ส่วน นางสาวชลธิชา ทองไทย ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายบัญชีและการเงิน TIDLOR เสริมว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวม 6,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,533.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 3,147.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่เติบโต 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ขยายตัวได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.54%
ขณะที่ นายปริทัศน์ พัชรชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2569 บริษัทมั่นใจว่าพอร์ตสินเชื่อจะสามารถเติบโตได้ประมาณ 10% และสามารถควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมมุ่งมั่นส่งมอบโอกาสทางการเงินให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 MTC มีพอร์ตสินเชื่อรวม 188,699 ล้านบาท ดันรายได้รวม 8,127 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 1,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสามารถควบคุมคุณภาพหนี้เสียไว้ที่ 2.61% ส่วนงวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิรวม 3,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้บริษัทยังได้รับรางวัลระดับภูมิภาค Best Social Bond Thailand และเดินหน้าร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกเพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน
Back to top button