classicliterature.it.com

Rissara เชียงใหม่ แบรนด์ผ้าย้อมใบไม้ดอกไม้ด้วยเทคนิค

เมื่อพูดถึงงานย้อมผ้าในเชียงใหม่ หลายคนนึกถึงผ้ามัดย้อม ผ้าคราม หรือผ้าม่อฮ่อม แต่ Rissara เลือกเดินในอีกเส้นทางหนึ่ง คือการให้ใบไม้และดอกไม้เป็นผู้วาดลวดลายลงบนผืนผ้าด้วยเทคนิค Eco-printing บทความนี้รวบรวมเรื่องราวของแบรนด์จากบทสัมภาษณ์ผู้ก่อตั้งทั้งสองคนที่เผยแพร่ในนิตยสาร

Rissara ก่อตั้งโดยสองคู่คิด คือ ส้ม นริศรา ธีระพันธ์ศิลปิน และตั้ม พลกฤษณ์ อุทัยกรณ์ ชื่อแบรนด์มาจากชื่อของส้มเอง ก่อนหน้านี้ส้มทำงานในแวดวงอุตสาหกรรมญี่ปุ่น ดูแลกิจกรรมเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับญี่ปุ่น ส่วนตั้มเป็นกราฟิกดีไซเนอร์อิสระ

ความฝันที่อยากมีธุรกิจของตัวเอง ประกอบกับความชอบงานผ้า ทำให้ส้มลงมือศึกษาการย้อมผ้าด้วยสีจากพืช เธอเริ่มจากภาพผ้าที่เห็นในอินเทอร์เน็ตโดยยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเทคนิคนี้เรียกว่าอะไร จากนั้นจึงพบว่ามีชื่อเรียกหลากหลาย ทั้ง Leaf Print, Botanical Print และ Botanical Dyeing ข้อมูลแต่ละแหล่งก็ไม่ตรงกัน สิ่งที่ส้มสรุปได้คือการทดลองสำคัญที่สุด

การตัดสินใจย้ายมาเชียงใหม่เกิดขึ้นเร็วอย่างน่าทึ่ง ทั้งคู่ไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่หลังมาเที่ยวเพียง 5 วัน พวกเขาก็เช่าบ้านเพื่อทำ Eco-printing ที่นี่ เพราะเห็นว่าสภาพแวดล้อมเหมาะกับการทำงานและมีวัตถุดิบธรรมชาติใกล้มือ อีกเหตุผลหนึ่งคือตลาดผ้าย้อมในเมืองนี้เต็มไปด้วยสินค้าที่ยังไม่โดดเด่นพอ

ลองผิดลองถูกกว่า 1 ปี
ผืนผ้าตัวอย่างลายพิมพ์ใบไม้หลากเทคนิคติดบอร์ดแสดงวัสดุของ Rissara

ก่อนจะเป็นแบรนด์ที่คนรู้จัก Rissara ผ่านช่วงลองผิดลองถูกราว 1 ปี สองผู้ก่อตั้งตกลงกันว่าจะไม่ทำงานด้วยความกดดัน เพราะทุกครั้งคือการทดลองใหม่ ตั้งแต่การวางดอกไม้ลงบนผ้า ไปจนถึงการนึ่งด้วยอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม โดยไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร

ส้มเล่าว่าเคยทำตามสูตรจากต่างประเทศทุกขั้นตอน แต่ผลไม่เหมือนต้นฉบับ เพราะสภาพภูมิศาสตร์ต่างกัน เธอจึงนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาผสมและปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของไทย ส่วนตั้มบอกว่าสนุกตรงที่ใบไม้สีเขียวบางชนิดย้อมแล้วไม่ได้สีเขียว และต้องลุ้นกับผลลัพธ์ทุกครั้ง

ขั้นตอนทำมือที่ใช้เวลา 2-3 วัน

งานแต่ละชิ้นของ Rissara ใช้เวลาราว 2-3 วัน เริ่มจากทำความสะอาดผ้าและเตรียมผ้าด้วยสารช่วยติดสี (mordant) ให้สีธรรมชาติติดทนขึ้น จากนั้นวางใบไม้หรือดอกไม้เพื่อออกแบบลาย พืชที่ใช้มีทั้งยูคาลิปตัส เพกา สะเดา เปลือกหัวหอม และใบละหุ่ง

หลังจากนั้นม้วนผ้าให้แนบกับใบไม้ แล้วนำไปต้มหรือนึ่งประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งเวลาอาจเปลี่ยนไปตามพรรณไม้ จากนั้นทิ้งผ้าให้สีเซ็ตตัวข้ามคืน และคลี่ผ้าออกมาซักในวันถัดไป

เรื่องการดูแล ส้มแนะนำให้ซักด้วยมือและตากในที่ร่ม เพราะสีย้อมธรรมชาติอาจจางลงได้ตามการใช้งาน

อุปสรรคสองข้อของงานที่ธรรมชาติเป็นผู้ออกแบบ

อุปสรรคแรกคือการควบคุมวัตถุดิบ ความสดหรือความแก่ของพืช ดินที่ปลูก เนื้อผ้า และสภาพอากาศ ล้วนมีผลต่อสีที่ออกมา ใบไม้แต่ละชนิดคายสีในเวลาต่างกัน นึ่งนานเกินไปก็อาจทำให้เม็ดสีเพี้ยนหรือเกิดคราบน้ำมันจากใบไม้ ส้มเคยพยายามจดสูตรให้ชัดเจน แต่สุดท้ายเลือกไม่จดเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะมองว่าเสน่ห์ของเทคนิคนี้คือลายที่ไม่มีวันซ้ำ

อุปสรรคที่สองคือเรื่องการขาย เมื่อผ้าแต่ละชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวในโลก ลูกค้าจึงเลือกลายและไซซ์ตามใจทุกครั้งไม่ได้ ซึ่งทำให้การตอบสนองตลาดวงกว้างเป็นเรื่องท้าทาย

จากสินค้า 10 ชิ้นสู่ออเดอร์ต่างประเทศ
ผ้าย้อมมัดเทคนิค Eco-Printing แขวนพร้อมป้ายแบรนด์ Rissara Natural

การออกขายครั้งแรกของ Rissara เกิดขึ้นที่ตลาดเช้าในโครงการบ้านข้างวัด โดยมีสินค้าเพียง 10 ชิ้น แต่ก็มีลูกค้าสนใจและถามถึงวิธีการผลิต หลังได้รับเสียงตอบรับที่ดี ทั้งคู่จึงเริ่มออกงานอีเวนต์มากขึ้น จนมีคำสั่งซื้อจากฮ่องกงและไต้หวันตามมา

ในช่วงที่บทสัมภาษณ์เผยแพร่ แบรนด์เติบโตจนต้องย้ายหน้าร้านจากโครงการลานเสี่ยว ซอยวัดอุโมงค์ ไปยังโครงการบ้านข้างวัด เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2018 ส่วนกลุ่มลูกค้าที่ส้มระบุคือคนที่รักงานธรรมชาติ งานคราฟต์ และสินค้า Eco โดยไม่จำกัดว่าเป็นคนไทยหรือต่างชาติ

สิ่งที่ Rissara สอนผู้ก่อตั้ง

เมื่อถูกถามถึงบทเรียนตลอดปีแรก ส้มเล่าว่าเคยมองแค่ความสวยงามของสีจากดอกไม้ใบไม้ แต่เมื่อได้ทำจริง ก็มีคนเชียงใหม่บอกเธอว่าไม่เคยคิดเลยว่าทรัพยากรใกล้บ้านจะสร้างคุณค่าได้ขนาดนี้ ตั้มเสริมว่าสิ่งที่ได้คือการเห็นคุณค่าของสิ่งรอบตัว เพราะใบไม้ที่ปล่อยไว้กับต้นสุดท้ายก็แห้งและร่วงไป

ตั้มเปรียบ Rissara ว่าเหมือนลูกที่ต้องเลี้ยงให้โตไปด้วยกัน ส่วนกฎการทำงานของทั้งคู่มี 3 ข้อ คือทำงานให้ดีและมีประสิทธิภาพที่สุด รักงานที่ทำและทุ่มเทให้เต็มที่ และข้อสุดท้ายคือไม่มีกฎ

ก้าวต่อไปของ Rissara

ตามที่ระบุในบทสัมภาษณ์ ก้าวต่อไปในขวบปีที่ 2 คือการขยายไลน์สินค้าให้หลากหลายขึ้นและทดลองลายใหม่อย่างต่อเนื่อง Rissara จึงเป็นตัวอย่างของธุรกิจเล็กที่เติบโตจากความอยากรู้และการลงมือทำ โดยใช้ทรัพยากรใกล้ตัวสร้างงานที่เป็นเอกลักษณ์

Update: 2026-10-11
Tags: