Riot ชี้ตลาดเกมไทย 66,000 ล้านบาท ยังโตได้อีก พร้อมเปิดเทคนิค เชื่อม Gen Z สู่ Gaming Culture - Brand Buffet
แชร์ :

ตลาดเกมไทยยังคงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมความบันเทิงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย Riot Games ประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลจาก Digital in Asia ระบุว่า มูลค่าตลาดเกมไทยในปัจจุบันอยู่ที่ราว 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 66,285 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้เล่นไทยที่ยังเปิดรับทั้งเกมใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และประสบการณ์ความบันเทิงรูปแบบใหม่อยู่เสมอ พร้อมเปิดเทคนิคของ League of Legends (LoL) เกม MOBA ของทาง Riot ที่กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 กับการเชื่อมโยง Gen Z เข้าสู่การสร้าง Gaming Culture ที่แข็งแกร่งในระยะยาว
คุณดิษยภัทร กมลสุนทร Market Community Lead, League of Legends, Riot Games ประเทศไทย เปิดเผยว่า พฤติกรรมของผู้เล่นชาวไทยมีความซับซ้อนและเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยผู้เล่นกลุ่มแรกที่เติบโตมากับเกมตั้งแต่วัยเรียน ปัจจุบันเข้าสู่วัยทำงานแล้ว แต่ยังคงมีความผูกพันกับเกมและกลับมาเล่นกับกลุ่มเพื่อนเมื่อมีโอกาส
Gen Z มองเกมเป็น Pop Culture มากกว่าแค่การแข่งขัน
สำหรับผู้เล่นรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Gen Alpha ผู้บริหาร Riot Games มองว่าพวกเขามีความคาดหวังต่อเกมแตกต่างจากผู้เล่นยุคก่อนอย่างชัดเจน โดยผู้เล่นรุ่นก่อนอาจให้ความสำคัญกับระบบเกมที่ซับซ้อนและการแข่งขันที่เข้มข้น
แต่ผู้เล่นรุ่นใหม่กลับมองเกมเป็นส่วนหนึ่งของ Pop Culture และไลฟ์สไตล์ พวกเขาคาดหวังให้เกมเชื่อมโยงกับแฟชั่น เทรนด์ ครีเอเตอร์ และ KOLs ที่ติดตามอยู่ รวมถึงต้องการประสบการณ์การเล่นที่สะดวกและเป็นมิตรกับผู้เล่นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม Riot พบว่า แม้คนรุ่นใหม่จะคุ้นเคยกับเกมมือถือที่รวดเร็ว แต่ยังคงต้องการประสบการณ์การแข่งขันแบบจริงจังบนแพลตฟอร์ม PC และการเล่นเป็นทีมที่มีความท้าทายสูงไปพร้อม ๆ กันด้วย

คุณดิษยภัทร กมลสุนทร Market Community Lead, League of Legends, Riot Games ประเทศไทย
จุดเด่นเกมเมอร์ไทย “รักการแข่งขัน-ให้คุณค่ากับมิตรภาพ”
Riot มองว่าตลาดเกมไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผู้เล่นไทยมีความเป็นสายแข่งขันสูง ชื่นชอบความท้าทายและอีสปอร์ต แต่ในเวลาเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับมิตรภาพและความสัมพันธ์ภายในคอมมูนิตี้อย่างมาก
พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ของ League of Legends ในประเทศไทย โดยเฉพาะงาน Viewing Party ที่มักจำหน่ายบัตรหมดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของคอมมูนิตี้และการมีส่วนร่วมกับแบรนด์
Riot ยังมองว่าตลาดเกมไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยอ้างอิงข้อมูล Digital in Asia ที่ประเมินว่ามูลค่าตลาดเกมไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 66,285 ล้านบาทเลยทีเดียว
LoL Classic สะพานเชื่อม OG Summoners กับผู้เล่นรุ่นใหม่
หนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญของ Riot ในปีนี้คือการเปิดตัว LoL Classic ซึ่งเกิดขึ้นจากการรับฟังเสียงสะท้อนของคอมมูนิตี้ที่เรียกร้องบรรยากาศและเกมเพลย์ยุคแรกของ League of Legends มาอย่างต่อเนื่อง
Riot มองว่าการเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปลุกกระแส Nostalgia แต่เป็นการเติมเต็ม Ecosystem ของเกมให้ครอบคลุมผู้เล่นทุกกลุ่ม ทั้ง OG Summoners หรือผู้เล่นรุ่นบุกเบิกที่ต้องการย้อนกลับไปสัมผัสประสบการณ์เดิมและกลับมาเล่นกับเพื่อนเก่า และผู้เล่น Gen Z หรือผู้เล่นหน้าใหม่ที่สนใจประสบการณ์ Retro Gaming ในรูปแบบคลาสสิก
เป้าหมายสำคัญของ LoL Classic จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้เล่นในระยะสั้น แต่เป็นการสร้างความผูกพันระยะยาวระหว่างผู้เล่นเก่า ผู้เล่นใหม่ และคอมมูนิตี้
จากผู้ให้บริการเกม สู่ผู้สร้าง Gaming Culture
เมื่อถามถึงความท้าทายในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 17 Riot มองว่าความท้าทายในปัจจุบันแตกต่างจากช่วง 5-10 ปีแรกอย่างสิ้นเชิง “ในอดีต ความท้าทายหลักคือการสร้างฐานผู้เล่นและขยายการเติบโต แต่ปัจจุบัน Riot ต้องดูแลผู้เล่นหลายเจเนอเรชันที่มีความต้องการแตกต่างกัน พร้อมแข่งขันกับตัวเลือกความบันเทิงดิจิทัลที่หลากหลายมากขึ้น บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเกมให้สดใหม่อยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็ต้องรักษา DNA และตัวตนที่แฟน ๆ ผูกพันไว้”
“เราไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้ให้บริการเกมอีกต่อไป แต่กำลังขยับบทบาทสู่การเป็นผู้ร่วมสร้าง Gaming Culture ที่ยั่งยืน” คุณดิษยภัทรกล่าว
คอมมูนิตี้แข็งแกร่ง ไม่ได้วัดจากรายได้
สำหรับ Riot นิยามของ “คอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง” ไม่ได้วัดจากยอดขายหรือรายได้เป็นหลัก แต่หมายถึงพื้นที่ที่สร้างความบันเทิง ความปลอดภัย และมิตรภาพระยะยาวให้กับผู้เล่น ตัวชี้วัดสำคัญที่สุดคือ Positive Community Sentiment หรือความรู้สึกเชิงบวกและความสุขของผู้เล่นที่มีต่อเกม
หนึ่งในตัวอย่างของความสำเร็จด้านคอมมูนิตี้คือกิจกรรม Arcane World ซึ่งมีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าเกือบ 20,000 คน รวมถึงการจัดทัวร์นาเมนต์ท้องถิ่น การทำงานร่วมกับสตรีมเมอร์ และการตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องของผู้เล่นผ่านการเปิดตัว LoL Classic ซึ่งในอนาคต Riot ยังมีแผนผลักดันบทบาทของครีเอเตอร์และแฟนคอมมูนิตี้ให้มากขึ้น ผ่านโครงการ Riot Partner Program (RPP) ที่จะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1-30 กันยายน 2026 โดยผู้ที่เข้าร่วมจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การสนับสนุนด้านคอนเทนต์ ไอเทมโค้ดสำหรับแจกผู้ชม และ League Unlocked ที่ช่วยปลดล็อกคอนเทนต์ภายในเกมสำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน
ขณะเดียวกัน Riot ยังมองว่า AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมเกม โดยปัจจุบันมีการนำ Machine Learning มาใช้ในการตรวจจับพฤติกรรมไม่เหมาะสม ป้องกันการโกง และเพิ่มประสิทธิภาพระบบจับคู่ผู้เล่นให้มีความแม่นยำและยุติธรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร Riot ย้ำว่า แม้เทคโนโลยี AI จะมีความสำคัญ แต่หัวใจของการพัฒนาเกมยังคงเป็นความเข้าใจในมนุษย์และคอมมูนิตี้อยู่ดีนั่นเอง
“การที่เราเห็นผู้เล่นที่เคยเล่นด้วยกันสมัยเรียน วันนี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ยังกลับมาชวนกันเล่น League of Legends นั่นคือความสำเร็จที่แท้จริง” คุณดิษยภัทรกล่าวปิดท้าย
แชร์ :