classicliterature.it.com

Radical Grandma Collective ผ้าฝ้ายต้านเหมืองทอง จังหวัดเลย

Radical Grandma Collective คือชื่อที่กลุ่มสนับสนุนชาวอเมริกันใช้ขายผ้าฝ้ายอินทรีย์จากศูนย์ทอผ้าต้านเหมืองแร่ ที่บ้านนาหนองบง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ผ้าทอผืนเหล่านี้ฝีมือแม่หญิงอาวุโสที่ลุกขึ้นคัดค้านเหมืองทองคำในพื้นที่มานานกว่า 10 ปี และใช้รายได้จากการทอผ้าเลี้ยงชีพ พร้อมสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อบ้านเกิด การวิเคราะห์ความขัดแย้งในพื้นที่เหมืองทอง

เรื่องราวนี้เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ แม่รจน์-ระนอง กองแสน คำให้การและตัวเลขต่อไปนี้เป็นคำบอกเล่าของแม่รจน์และลูกสาวตามที่ปรากฏในบทความ CloudPang

เมื่อหมู่บ้านเงียบสงบเจอเหมืองทอง

Radical Grandma Collective1

นาหนองบงเป็นหมู่บ้านชายป่าที่ล้อมด้วยภูเขา ชาวบ้านทำไร่ทำนา แบ่งผักและพืชผลกันกิน แม่รจน์ ซึ่งขณะนั้นอายุ 58 ปี เล่าว่าชุมชนไม่ได้รับข่าวสารเรื่องเหมืองล่วงหน้า เมื่อมีการอนุมัติเมื่อปี 2549 หลายคนเข้าใจว่าเป็นโอกาส ลูกหลานจะได้มีงานทำโดยไม่ต้องเข้ากรุงเทพฯ เธอเองยังคิดจะขายส้มตำไก่ย่างในเหมืองด้วยซ้ำ

ความเห็นเปลี่ยนไปเมื่อเธอเห็นรถแบคโฮดันปากป่าที่ชาวบ้านเคยหากินจนหายไปในพริบตา จากที่เคยมีแต่เสียงจิ้งหรีดยามค่ำ กลายเป็นเสียงระเบิดและเครื่องจักรในรัศมีราว 500 เมตรจากชุมชน ชาวบ้านเล่าถึงฝุ่นที่ทำให้แสบตา น้ำที่ระคายผิว และผักปลาที่เริ่มตาย กระทบหมู่บ้านนาหนองบงและอีก 5 หมู่บ้านใกล้เคียง

กลุ่มแม่หญิงที่ไม่ยอมแพ้

แม่หญิงอาวุโสไม่ถึง 10 คนจาก 6 หมู่บ้านรวมตัวกันเป็น “กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด” ตามข้อมูลในบทความ หน่วยงานสาธารณสุขตรวจพบระดับไซยาไนด์สูงในเลือดของชาวบ้าน 54 คน และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลยออกประกาศเตือนให้ระวังการใช้น้ำจากลำน้ำฮวย เนื่องจากพบสารหนู แมงกานีส แคดเมียม และไซยาไนด์สูงเกินมาตรฐาน รวมถึงแนะนำให้ลดการบริโภคหอยขมต้นน้ำ

แม่รจน์เล่าว่าเริ่มสงสัยตั้งแต่ปี 2552 เมื่อทารกแรกเกิดอาบน้ำของหมู่บ้านแล้วเป็นผื่นแดง กลุ่มจึงทำหนังสือร้องเรียน เข้าร่วมเวทีประชาคม พาเด็กและวัยรุ่นไปด้วย และใช้รถติดเครื่องเสียงประกาศชวนชาวบ้านไปร่วมกิจกรรมที่จังหวัด เธอยอมรับว่าถูกดำเนินคดีข้อหาปลุกระดมจากการตั้งคำถามกับหน่วยงานท้องถิ่น

เดินทางไปยื่นหนังสือ และข้อสรุปจากรัฐ

ในปี 2554 แม่รจน์กับเพื่อนอีก 4 คนเรี่ยไรเงินกันได้ 5,000 บาท แล้วนั่งรถประจำทางไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีที่จังหวัดอุบลราชธานี ทั้งที่ไม่รู้จักเส้นทาง ระหว่างทางต้องพักค้างกับเครือข่าย และเผชิญความตึงเครียดจากเหตุการณ์ม็อบ จนเพื่อนตัวเล็กคนหนึ่งต้องขี่คอตำรวจเพื่อยื่นหนังสือถึงมือ หนึ่งเดือนต่อมา กลุ่มได้รับหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีมีมติให้กระทรวงอุตสาหกรรมชะลอการขยายพื้นที่และการขอประทานบัตรของบริษัท จนกว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องสารปนเปื้อน

แม้เป็นข่าวดี แต่เหมืองยังดำเนินการต่อ และแม่รจน์รู้สึกว่ารัฐและทุนไปด้วยกัน ชาวบ้านจึงใช้ทุกวิถีทาง ทั้งปิดถนน สร้าง “กำแพงใจ” เพื่อกั้นการขนส่งสารเคมีและทอง ขึ้นป้ายไม่เอาเหมือง และฟ้องศาล ในคืนวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 มีชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธกว่า 200 คนบุกทำลายกำแพงและทำร้ายชาวบ้านหลายสิบคน แม่รจน์ยังเล่าว่าเคยได้รับข่าวว่ามีผู้ว่าจ้างให้ทำร้ายแกนนำ ชาวบ้านจึงตั้งป้อมยามเฝ้าระวัง และถูกบริษัทฟ้องกลับหลายคดี

ตำหูก: ทอผ้าเพื่อต่อสู้

Radical Grandma Collective2

การต่อสู้ยืดเยื้อทำให้ชาวบ้านไม่มีเวลาทำมาหากิน ปี 2556 กลุ่มแม่หญิงจึงมองหาวิธีหารายได้และทุนทำกิจกรรม และกลับมาที่ “ตำหูก” ภาษาอีสานแปลว่าทอผ้า ซึ่งเป็นภูมิปัญญาประจำถิ่น แม่รจน์เล่าว่าสมัยก่อนผู้หญิงต้องทอผ้าเป็นเพื่อทอให้สามีและลูก

เจ้าหน้าที่เอ็นจีโอนำพันธุ์ฝ้ายมาแนะนำให้ปลูกแบบไร้สาร ไม่ฉีดยา ไม่ใส่ปุ๋ย แปลงอยู่เหนือเหมือง แม่รจน์อธิบายว่านี่เป็นการสู้กับเหมืองด้วย เพราะผ้าที่ผลิตอย่างปลอดสารและตรวจแล้วไม่พบสารเคมี หากวันหนึ่งตรวจพบ ก็แสดงว่าเป็นผลกระทบจากเหมือง กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ปลูกฝ้าย เก็บเกี่ยว ทอเส้นฝ้าย ย้อมสีธรรมชาติ ไปจนถึงถักทอลวดลาย เป็นวิธีดั้งเดิมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เธอยังคิดลายผ้าใหม่ 2 ลายชื่อ “หลุมเหมือง” และ “รอยแร่” เพื่อให้คนรู้ที่มา

คนรุ่นหนุ่มสาวเปิดเพจ “กลุ่มตำหูกบ้านนาหนองบง – สู้เหมือง” ขายผ้าออนไลน์ ต่อมา Becky Goncharoff อดีตนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวอเมริกันที่เคยพักกับแม่รจน์ ช่วยขายผ้าให้เพื่อนๆ และหาออร์เดอร์ จนได้เงินสร้างโครงอาคารสำหรับให้แม่ๆ ยายๆ มานั่งทอผ้า กลายเป็นศูนย์ทอผ้าต้านเหมืองแร่

ในปี 2559 เบ็กกี้และเพื่อนชาวอเมริกันตั้งชื่อ Radical Grandma Collective เพื่อขายผ้าฝ้ายอินทรีย์ผ่านเพจและเว็บไซต์ ภายใต้แบรนด์ RadGram แม่รจน์เล่าด้วยเสียงหัวเราะว่าเมื่อได้ยินคำแปลว่า “ยายหัวรุนแรง” เธอตกใจ แต่เบ็กกี้อธิบายว่าในต่างประเทศคำนี้ไม่ได้มีความหมายเชิงลบ

รายได้จากการขายผ้าถูกหักเข้ากลุ่มส่วนหนึ่ง เธอยกตัวอย่างว่าหากขายได้ 3,500 บาท จะหักเข้ากลุ่ม 500 บาท ใช้เป็นค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง และค่าอาหารในการไปขับเคลื่อน และอีกส่วนใช้ในงานบุญประจำปี เพื่อฟื้นวิถีชุมชนและปลูกฝังความรักบ้านเกิดให้เด็กๆ ภายหลังศูนย์ได้รับการสนับสนุนบางส่วนจากจังหวัดเลย เปิดเป็นศูนย์ผลิตและแสดงสินค้า พร้อมเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนและการต่อสู้เหมืองทองคำ

การต่อสู้ที่ยังไม่สิ้นสุด

ขณะที่บทความถูกเขียน เหมืองทองในเขตตำบลเขาหลวงถูกปิดแล้ว และตามที่แม่รจน์เล่า ศาลพิพากษาให้ชาวบ้านชนะคดีทั้งหมด รวมถึงให้บริษัทฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและเยียวยาชาวบ้าน 149 คนจาก 6 หมู่บ้าน แต่ยังไม่มีใครได้รับเงินเยียวยา หรือเห็นการฟื้นฟูพื้นที่

รจนา กองแสน ลูกสาวที่กลับมาต่อสู้เคียงข้างแม่ เล่าว่าประทานบัตรยังเหลือถึงปี 2572 บริษัทประกาศล้มละลายเพื่อหลีกเลี่ยงการชดเชย มีกฎหมายฉบับใหม่ที่เอื้อให้โอนขายสิทธิได้ และพื้นที่ยังเหลืออีก 106 แปลงที่ยังไม่ได้ทำเหมือง สารพิษที่ค้างอยู่อาจอยู่ในพื้นที่ไปอีกนานมาก

มรดกถึงลูกหลาน

แม่รจน์เล่าว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่ปรามเมื่อลุกขึ้นพูดในศาล และมองว่าสื่อและเวทีต่างประเทศให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนมากกว่า เธอได้รับรางวัลผู้หญิงปกป้องสิทธิชุมชนจากการทำเหมืองจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในวันสตรีสากลปี 2559 เธอเชื่อว่าคนเรามีหน้าที่รับผิดชอบต่อบ้านเมือง ชีวิต และผู้คน และกำลังถ่ายทอดอุดมการณ์นี้ให้ลูกหลาน เพราะเชื่อว่าสักวันพวกเขาจะลุกขึ้นปกป้องบ้านเกิดของตนต่อไป

Update: 2026-10-24
Tags: