classicliterature.it.com

QUICK เคาะราคาไอพีโอ 5.65 บ. ระดมทุน 180.80 ล้านบาท เปิดจอง 9-12-14 ต.ค.นี้


นางยอดฤดี สันตติกุล กรรมการบริหารและผู้บริหารสูงสุดสายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ IPO จำนวน 32 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 31.37% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขาย โดยกำหนดราคาเสนอขายที่ 5.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าระดมทุนรวม 180.80 ล้านบาท

บริษัทเปิดให้นักลงทุนจองซื้อหุ้นในวันที่ 9, 12 และ 14 ตุลาคม 2569 และคาดว่าจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือ mai กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ในวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ภายใต้ชื่อย่อหลักทรัพย์ “QUICK”

สำหรับการเสนอขายครั้งนี้ มี บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ทำหน้าที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ บีวายดีเอช จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

ราคา IPO ที่ 5.65 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ P/E ภายหลังการเสนอขายหุ้นแบบ Fully Diluted ที่ 8.29 เท่า โดยอิงกำไรสุทธิช่วง 4 ไตรมาสย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2569 ประกอบกับปัจจัยพื้นฐาน ศักยภาพการเติบโต ภาวะตลาดทุน และการเปรียบเทียบกับบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกัน

ด้าน นางสาวจิรยง อนุมานราชธน ประธานกรรมการ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ระบุว่า QUICK มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 20 ปี และพัฒนาธุรกิจจากความเชี่ยวชาญด้านระบบ ERP สู่การให้บริการ Digital Transformation แบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระบบหลังการติดตั้ง

นอกจากนี้ QUICK ยังเป็น Solutions Partner ของ Microsoft และให้บริการโซลูชันบนแพลตฟอร์ม Microsoft Dynamics 365 พร้อมต่อยอดการเชื่อมโยงเทคโนโลยีด้าน IT, IoT และ AI เพื่อให้ข้อมูลจากระบบบริหารองค์กร กระบวนการผลิต และเครื่องจักร สามารถนำมาใช้วิเคราะห์และสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ นายไพศาล แซ่ลี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร QUICK กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาด mai จะช่วยยกระดับศักยภาพของบริษัทเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าองค์กรที่เร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจ

บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้น IPO สุทธิประมาณ 164.42 ล้านบาท ไปใช้ลงทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ แบ่งเป็นการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชัน หรือ R&D จำนวน 32.88 ล้านบาท การพัฒนา Academy & Talent Pool Program จำนวน 32.88 ล้านบาท การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลัก จำนวน 32.88 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 65.78 ล้านบาท

ทั้งนี้ QUICK มีแผนต่อยอดจากฐานความเชี่ยวชาญด้าน ERP ไปสู่ผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่พัฒนาขึ้นเอง อาทิ Quick MES, Quick PM, Quick Carbon R, Quick CRM และ Qoot AI พร้อมเชื่อมโยง ERP, IoT และ AI เข้าด้วยกัน เพื่อขยายโอกาสในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และเพิ่มเครือข่าย Dealer, Partner และพันธมิตรด้านเทคโนโลยี

ด้านผลประกอบการ ช่วงปี 2566-2568 บริษัทมีรายได้รวม 229.74 ล้านบาท, 240.78 ล้านบาท และ 301.44 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 34.49 ล้านบาท, 42.71 ล้านบาท และ 51.97 ล้านบาท

ล่าสุดงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 166.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 34.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.10% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 47.49% จาก 42.01% และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 20.51% จาก 12.71%

สำหรับรายได้หลัก มาจากหน่วยธุรกิจ Business Solutions ซึ่งคิดเป็นประมาณ 87% ของรายได้จากการขายและบริการ โดยเน้นการออกแบบ ติดตั้ง และพัฒนาระบบบริหารจัดการองค์กร ใช้ ERP จาก Microsoft เป็นแกนหลัก และต่อยอด AI เข้ามาผสานกับระบบ เพื่อรองรับแนวโน้มการลงทุนด้าน Data Center, Public Cloud, Data Analytics และ AI ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย

Update: 2026-10-07
Tags: