classicliterature.it.com

ไทยขาดดุลค้า Q2/69 หนักสุดในรอบกว่า 30 ปี เหตุเร่งนำเข้าสินค้าทุนเพื่อสร้าง ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’ ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดอ่อนแอที่สุดในรอบกว่า 20 ปี แม้ GDP ขยายตัว 1.9%

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงาน GDP ของไทย ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 ขยายตัว 1.9% YoY ชะลอตัวลงจากที่ขยายตัว 2.8% YoY ในไตรมาสแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หรือเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยหดตัว 0.2% QoQ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

อาริส ดาคาเนย์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจําภูมิภาคอาเซียน ธนาคารเอชเอสบีซี เปิดเผยว่า การเติบโตของ GDP ประเทศไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ออกมาขยาย 1.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ชะลอตัวลงแต่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และสินค้าคงคลัง ช่วยพยุง GDP ไว้ได้

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย ส่งผลให้ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นของดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลสูงถึง 12% ของ GDP

โดยคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงนโยบายการเงินในระดับผ่อนคลายต่อไปตลอดปี 2569 เนื่องจากประโยชน์จากการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์และการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับ AI กระจุกตัวอยู่ในบางกลุ่มอุตสาหกรรม

สำหรับข้อเท็จจริง การเติบโตในไตรมาส 2 ปี 2569 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เล็กน้อย โดย HSBC คาดไว้ที่ 2.1% ขณะที่ Bloomberg คาดที่ 1.8% โดยชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงจากระดับ 2.8% ในไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ GDP ไตรมาส 2 ปี 2569 ของประเทศไทยที่ออกมายังเติบโตช้ากว่าอัตราการเติบโตในไตรมาส 2 ปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 2.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อปรับตามฤดูกาลแล้ว GDP ลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวลงบางส่วนจากการเติบโต 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2569

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์การเติบโตปี 2569 ไว้ที่ 2.0-2.5%

ภาพศูนย์ข้อมูล (Data Center) แสดงถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล 1

อาริส ดาคาเนย์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจําภูมิภาคอาเซียน ธนาคารเอชเอสบีซี

อาริส ยังอธิบายถึงนัยยะต่อเศรษฐกิจว่า ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง การเติบโตของเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงในไตรมาส 2 ปี 2569 แต่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมี 2 ปัจจัยหลักที่ช่วยพยุงการเติบโตไว้ ดังนี้

  • เชื้อเพลิงและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: การบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลงในช่วงไตรมาสดังกล่าว เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกที่พุ่งสูงขึ้นส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของครัวเรือน ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวก็ลดลงเช่นกัน จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงอันเนื่องมาจากราคาบัตรโดยสารเครื่องบินที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทั้งสองได้รับการชดเชยบางส่วนจากโครงการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ซึ่งเป็นโครงการช่วยลดค่าครองชีพจากภาครัฐรูปแบบร่วมจ่ายที่รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% ของสินค้าที่ซื้อในร้านค้าที่ลงทะเบียน (ภายใต้เงื่อนไขวงเงินรายวันและรายเดือน) โครงการนี้มีงบประมาณรวม 175,000 ล้านบาท และดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายนปีนี้

  • ปัญญาประดิษฐ์ (AI): จากความต้องการฮาร์ดแวร์ที่รองรับ AI ทั่วโลก การส่งออกสินค้ายังคงขยายตัวในอัตราสองหลักอย่างต่อเนื่อง โดยไทยเป็นผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สำคัญ เช่น ระบบระบายความร้อน แผงวงจรพิมพ์ (PCB) และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์

นอกจากนี้ การนำเข้าสินค้ายังพุ่งขึ้น 27.5% เทียบปีต่อปี เนื่องจากไทยเร่งนำเข้าสินค้าทุนที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ส่งผลให้ดุลการค้าสุทธิ (ในรูปตัวเงิน) พลิกกลับมาขาดดุลจำนวนมากถึง 509,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับการขาดดุลที่กว้างที่สุดนับตั้งแต่ปี 2536 ซึ่งเป็นปีแรกที่มีข้อมูล แม้ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าน้ำมันจะเพิ่มขึ้น แต่เรามองว่าการพลิกกลับของดุลการค้าครั้งนี้ อาจมีลักษณะเชิงโครงสร้าง

เนื่องจากไทยกำลังเร่งขยายขีดความสามารถด้านการประมวลผลอย่างต่อเนื่อง

เราคาดว่าการเติบโตตลอดทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 2.2% ซึ่งสอดคล้องกับที่ สศช. คาดการณ์ไว้ โดยได้แรงหนุนจากมาตรการการคลังที่แข็งแกร่งและตัวเลขการส่งออกที่แข็งแกร่ง การเติบโตมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ดังที่สะท้อนจากการเพิ่มขึ้นของการเปลี่ยนแปลงในสินค้าคงคลัง ซึ่งการสะสมสินค้าคงคลังมีส่วนช่วยการเติบโตถึง 7.2%

อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่า ธปท. มีแนวโน้มที่จะยังคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป แม้การเติบโตอาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ติดต่อกันสองไตรมาส แต่แนวโน้มของปี 2570 ยังคงอ่อนแอ โดยการใช้จ่ายทางการคลังมีแนวโน้มที่จะหยุดชะงักในปีหน้า เพื่อรักษาสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ให้อยู่ในกรอบที่ไทยกำหนดไว้เอง โดยคาดว่าการเติบโตของ GDP ตลอดปี 2570 จะชะลอลงมาอยู่ที่ 1.7%

นอกจากนี้ การเติบโตยังคงกระจายตัวไม่ทั่วถึง ซึ่งเรามองว่าเป็นประเด็นสำคัญสำหรับ ธปท. โดยอ้างอิงจากรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือนกรกฎาคม 2569 และคำแถลงของ วิทัย รัตนากร ธปท. ระบุว่า ว่า การขยายตัวของการลงทุนในปัจจุบันกระจุกตัวอยู่ในภาคดิจิทัลเป็นหลัก เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ และการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทั้งสองภาคส่วนพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าเป็นอย่างมาก

และเมื่อเราพูดว่า ‘พึ่งพาอย่างมาก’ ก็หมายถึงมากจริง ๆ หลังจากตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ปีนี้ ประกาศออกมา ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 ปี 2569 แย่ลงมาอยู่ที่ 12% ของ GDP ซึ่งเป็นระดับที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลในปี 2548

นอกจากนี้ แผนภูมิที่ 2 ยังแสดงให้เห็นว่าสัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุนต่อการสะสมทุนถาวรเบื้องต้น (gross capital formation) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจจึงยังไม่ส่งผลดีไปถึงครัวเรือนและผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งยังคงเผชิญกับภาวะสินเชื่อที่ตึงตัว

แม้จะมีการลงทุนภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่คาดว่า ธปท. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ไปจนถึงอย่างน้อยปี 2570 การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่แย่ลงอาจนำไปสู่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่การรักษาความสามารถในการแข่งขันของเงินบาทผ่านนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอาจช่วยให้ SMEs ยังคงประคองตัวได้ท่ามกลางสภาวะการนำเข้าที่ท้าทาย

ภาพศูนย์ข้อมูล (Data Center) แสดงถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล 2

ตารางที่ 1: สรุปตัวเลข GDP ไทยในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา

ภาพศูนย์ข้อมูล (Data Center) แสดงถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล 3

ที่มา: CEIC, HSBC

ภาพ: Sashkin/Shutterstcock, Shutterstock AI

Update: 2026-08-18
Tags: