สิงคโปร์เผยยอดเลิกจ้าง Q2/69 พุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2563
กระทรวงแรงงานสิงคโปร์เปิดเผยในวันนี้ (21 ก.ย.) ว่า ยอดการเลิกจ้างงานในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อปลายปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการจัดระเบียบธุรกิจใหม่
รายงานสถานการณ์ตลาดแรงงานประจำไตรมาสที่ 2 ของกระทรวงแรงงานสิงคโปร์ ระบุว่า มีแรงงานถูกเลิกจ้างทั้งสิ้น 4,620 คน เพิ่มขึ้นจาก 3,830 คนในไตรมาสแรก และนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2563 ซึ่งขณะนั้นมียอดการเลิกจ้างสูงถึง 5,640 คนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงของโรคโควิด-19
ทั้งนี้ ภายหลังปี 2563 ตัวเลขการเลิกจ้างเคยปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมาตรการคุมเข้มการเดินทางและการตกงานส่งผลให้แรงงานต่างชาติเดินทางออกจากสิงคโปร์ จนทำให้ตลาดแรงงานเข้าสู่ภาวะตึงตัว
กระทรวงแรงงานฯ ชี้แจงว่า ยอดการเลิกจ้างที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านั้น กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่พึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ได้แก่ ภาคการผลิต ภาคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รวมถึงภาคบริการทางการเงิน
นอกจากนี้ สัดส่วนของผู้มีถิ่นพำนัก (ครอบคลุมพลเมืองสิงคโปร์และผู้ถือสถานะผู้มีถิ่นพำนักถาวร) ที่ถูกเลิกจ้างและสามารถกลับเข้าสู่ระบบการจ้างงานได้ภายใน 6 เดือน ปรับลดลงเหลือ 54.9% ในไตรมาสที่ 2 จากเดิม 60.7% ในไตรมาสแรก ขณะที่อัตราการได้งานใหม่ภายในระยะเวลา 12 เดือน ยังคงทรงตัวอยู่ที่ 69.8%
อย่างไรก็ดี อัตราการว่างงานโดยรวมของสิงคโปร์ยังคงทรงตัวอยู่ที่ 1.9% โดยอัตราการว่างงานของผู้มีถิ่นพำนักอยู่ที่ 2.9% และอัตราการว่างงานของพลเมืองสิงคโปร์อยู่ที่ 3%
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า จำนวนตำแหน่งงานว่างในไตรมาส 2 ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะโอกาสการจ้างงานในกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้จัดการ ผู้บริหาร และช่างเทคนิค (PMET) ในสายงานบริการทางการเงิน และสารสนเทศและการสื่อสาร
ถึงกระนั้น ตำแหน่งงานว่างในตลาดยังคงมีจำนวนมากกว่าผู้ว่างงาน โดยคิดเป็นสัดส่วน 1.48 ตำแหน่ง ต่อผู้ว่างงาน 1 คน ในช่วงเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์