PTTEPกำไรเหนือคาด 27,197ล้านบ.Q2-ครึ่งปีโกย 39,032 ล้านบ.ปันผล 4.50 บาท ยีลด์ 3.02% - Hoonsmart
HoonSmart.com>>ปตท.สผ.(PTTEP) สุดยอด!ไตรมาส 2/69 กำไรสุทธิพุ่งขึ้น 101.24% เป็น 27,197 ล้านบาท รวมครึ่งปีแรก 39,032 ล้านบาท เติบโต 29.78% ยังคงผลิตก๊าซธรรมชาติเต็มกำลัง รองรับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ นำส่งรายได้ให้กับรัฐกว่า 27,700 ล้านบาท สร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง บอร์ดมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.50 บาทต่อหุ้น อัตราผลตอบแทน 3.02% ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมหรือปตท.สผ.(PTTEP) รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาสที่ 2/2569 มีกำไรสุทธิ 27,197 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 6.85 บาท กระโดดขึ้น 13,682 ล้านบาท คิดเป็น 101.24% จากที่มีกำไรสุทธิ 13,515 ล้านบาท หรือ 3.41 บาทต่อหุ้นในช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรวมครึ่งปีนี้มีกำไรทั้งสิ้น 39,032 ล้านบาท กำไรหุ้นละ 9.83 บาท เพิ่มขึ้น 8,956 ล้านบาท เติบโต 29.78% จากที่มีกำไรสุทธิ 30,076 ล้านบาท หรือ 7.58 บาทต่อหุ้น ในระยะเดียวกันของปีก่อน

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปตท.สผ. ยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการแหล่งพลังงานภายในประเทศ โดยยังคงเดินหน้าผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งในประเทศอย่างเต็มศักยภาพ ด้วยอัตราประมาณ 2,680 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน สูงกว่าปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา (Daily Contractual Quantity หรือ DCQ) ที่ประมาณ 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานต่อประชาชนและภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
ในด้านความยั่งยืน ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จในการนำแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่สิ้นสุดการผลิตกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ทั้งโครงสร้าง (Total Wellhead Platform Reuse) เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่แท่นหลุมผลิตจักรวาลเค (JKWK) ของแหล่งฟูนาน ในโครงการจี 1/61 โดยได้นำทั้งส่วนบนของแท่นหลุมผลิต (Topside) ขาแท่น (Jacket) และเสาเข็มบางส่วน (Piles Section) ไปติดตั้งและใช้งานใหม่ในแหล่งเดียวกัน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งผสานกับวิศวกรรมการก่อสร้างและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การบริหารจัดการทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างจนถึงติดตั้ง ลดต้นทุนการก่อสร้าง ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย
นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) กับกรมประมง และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อนำขาแท่น (Jacket) หลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว มาจัดทำปะการังเทียมในอ่าวไทย โดยเป็นการนำโครงสร้างเหล็กที่หมดภาระการใช้งานแล้วในกิจการปิโตรเลียมซึ่งยังคงแข็งแรง และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม มาใช้ให้เกิดคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดกับท้องทะเลไทยและชุมชน ทั้งนี้ ปตท.สผ. ภายใต้การกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะดำเนินการจัดวางและส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว จำนวน 9 ขาแท่นให้กับกรมประมง เพื่อเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มแหล่งอาศัยให้แก่สัตว์ทะเล และสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคการประมง โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาส 4 นี้
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรก/ 2569 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 176,756 ล้านบาท (เทียบเท่า 5,495 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 563,179 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลักมาจากโครงการในอ่าวไทยและโครงการที่ ปตท.สผ. ได้เข้าร่วมลงทุนในปีก่อน ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และโครงการมาเลเซีย เอสเค408 ในขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์ฉลี่ยอยู่ที่ 49.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 10% ตามทิศทางการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 39,032 ล้านบาท (เทียบเท่า 1,209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
จากความแข็งแกร่งทางธุรกิจและฐานะการเงินที่มั่นคง บริษัทเดินหน้าสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี 2569 ในอัตรา 4.50 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 14 ส.ค. 2569 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 ส.ค.2569 ทั้งนี้ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลประมาณ 3.02% เทียบกับราคาหุ้นปิดที่ 149 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาทหรือ+0.34% วันที่ 31 ก.ค.2569
ขณะเดียวกัน ปตท.สผ.ได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ จำนวนกว่า 27,700 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา นอกจากนี้ รัฐยังได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 และจี 2/61 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ซึ่งเป็นรายได้ทางตรงจากการผลิตปิโตรเลียมที่รัฐสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย
———————————————————————————————————————————————————–
