PTT โกยกำไร Q2 โต 144% แตะ 5.25 หมื่นล้าน รับค่าการกลั่น-ปิโตรเคมีฟื้น

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 และงวด 6 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 PTT มีกำไรสุทธิ 52,524.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 21,532.88 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 830,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% และ EBITDA รวมการปรับปรุงผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยงอยู่ที่ 156,302 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.1% จากแรงหนุนของกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจก๊าซธรรมชาติ
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจาก กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งมีกำไรจากการดำเนินงานตามส่วนงาน 34,086 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 4,790 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจการกลั่นได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่นตลาด หรือ Market GRM เพิ่มขึ้นเป็น 16.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จาก 4.6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบที่ปรับตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการกลั่นยังเผชิญแรงกดดันจาก ขาดทุนสต๊อกน้ำมันประมาณ 21,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุนประมาณ 7,200 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 รวมถึงมีผลขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง ขณะที่ปริมาณขายลดลงจากระดับน้ำมันคงคลังในประเทศที่อยู่ในระดับสูงและข้อจำกัดการส่งออก
ด้าน กลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม มีกำไรจากการดำเนินงานตามส่วนงาน 46,035 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งจากราคาขายและปริมาณขายเฉลี่ย ส่วน กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติ มีกำไรจากการดำเนินงาน 19,893 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว จากธุรกิจโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่มีกำไรขั้นต้นสูงขึ้น หลังการปรับโครงสร้างราคาก๊าซใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทำให้ต้นทุนก๊าซลดลง ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยและปริมาณขายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน กลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ มีกำไรจากการดำเนินงานรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการป้องกันความเสี่ยง 5,529 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 243 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ปริมาณขายลดลง 15.5% เหลือ 21,884 ล้านลิตร เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก
ส่วนธุรกิจที่ยังเป็นแรงกดดัน ได้แก่ กลุ่มธุรกิจน้ำมันและการค้าปลีก ซึ่งมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานตามส่วนงาน 1,862 ล้านบาท เทียบกับกำไร 2,705 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย EBITDA ลดลง 99% เหลือ 47 ล้านบาท สาเหตุหลักจากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของน้ำมันดีเซลลดลง แม้ธุรกิจ Non-oil มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม
นอกจากนี้ PTT มีส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วม 2,621 ล้านบาท ลดลง 67% จากปีก่อน เนื่องจากฐานไตรมาส 2/2568 มีรายการกำไรจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิของ TOP ในสิงคโปร์ ขณะเดียวกันไตรมาสนี้มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,321 ล้านบาท และรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำสุทธิภาษีเป็นผลขาดทุนประมาณ 1,400 ล้านบาท โดยหลักมาจากการประมาณการค่าใช้จ่ายจากการปรับแผนดำเนินธุรกิจของ GCP ในกลุ่ม GC
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินลดลง 17.3% เหลือ 8,738 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้และซื้อคืนหุ้นกู้ของ GC และ TOP ขณะที่บริษัทมีกำไรจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงิน 4,031 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยปัจจัยลบบางส่วน ก่อนส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 PTT มีกำไรสุทธิ 78,262.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 44,848.37 ล้านบาท โดย EBITDA รวมการปรับปรุงผลกระทบจากการป้องกันความเสี่ยงอยู่ที่ 272,181 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.5% จากการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจก๊าซธรรมชาติ
ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรก PTT และบริษัทย่อยมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันประมาณ 24,300 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนประมาณ 5,700 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยังรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำสุทธิภาษีเป็นผลขาดทุนประมาณ 4,300 ล้านบาท โดยหลักจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ใน GCP ของ GC
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก LSEG Consensus ระบุว่า นักวิเคราะห์ประมาณการรายได้รวมของ PTT ในไตรมาส 2/2569 ไว้ที่ 904,835.25 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 42,918.19 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิที่บริษัททำได้จริง 52,524.59 ล้านบาท สูงกว่าคาดประมาณ 22.4% ขณะที่ประมาณการรายได้รวมทั้งปี 2569 อยู่ที่ 2,998,604.76 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 107,656.80 ล้านบาท พร้อมให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ 38.50 บาท จาก 17 โบรกเกอร์