"เมื่อที่ดินแพงขึ้นทุกปี บ้านที่คุ้มค่าต้องให้มากกว่าตัวเงิน" ถอดวิธีคิด Providence Lane Lasalle บ้านที่คืนเวลาให้ชีวิต จาก ‘สัมมากร’ [ADVERTORIAL]
ตลอด 5 ทศวรรษในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สัมมากรเป็นที่ยอมรับเรื่องความน่าเชื่อถือและคุณภาพบ้าน แต่โจทย์การสร้างบ้านในปัจจุบันมีมากกว่านั้น ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค และความต้องการต่อพื้นที่พักอาศัยที่เปลี่ยนแปลงไป
- คนซื้อบ้านหรูวันนี้ พวกเขาคิดถึงอะไร?
- การสร้างบ้านต้องเริ่มจากความเข้าใจในวิถีชีวิตผู้อยู่อาศัย
- ทำไมต้องลาซาล? ทำเลที่คืนเวลาให้คนอยู่อาศัย
- Providence Lane Lasalle บ้านที่ออกแบบเพื่อยกระดับให้ชีวิต
- ก้าวต่อไปของสัมมากร แบรนด์ที่ต้องอยู่ในใจคนรุ่นต่อไป
นั่นคือโจทย์สำคัญของ ‘ณพน เจนธรรมนุกูล’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) ด้วยการนำความน่าเชื่อถือที่สะสมหลายสิบปีมาตอบคำถามใหม่ว่า บ้านแบบไหนจะตอบโจทย์ชีวิตยุคนี้และในอนาคต
วันนี้ THE STANDARD WEALTH ชวนคุยเรื่องความเปลี่ยนแปลงของผู้ซื้อบ้าน วิธีคิดในการพัฒนาโครงการ และความน่าสนใจของ “Providence Lane Lasalle” หนึ่งในโครงการของสัมมากร ที่สะท้อนแนวคิดต่อพื้นที่ เวลา และชีวิตที่เปลี่ยนไป

‘ณพน เจนธรรมนุกูล’
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน)
คนซื้อบ้านหรูวันนี้ พวกเขาคิดถึงอะไร?
แม้ลูกค้าสัมมากรจะต่างกันทั้งเซกเมนต์ งบประมาณ ทำเล และช่วงชีวิต แต่ณพนเผยว่าสิ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนกันคือ ‘Space’ ซึ่งวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่จำนวนตารางเมตร
“การซื้อบ้านคือความต้องการ Space ทั้งเพื่อตัวเองและกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะงานเสริม ออกกำลังกาย หรือพักผ่อน บ้านช่วยปลดล็อกให้ทำทุกอย่างได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องออกไปข้างนอก ทำให้มีเวลาเพลิดเพลินกับสิ่งที่ชอบได้มากขึ้น”

ณพนมองว่าช่วงโควิดทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น เมื่อคนอยู่บ้านมากขึ้น พื้นที่เดิมจึงต้องรองรับทั้งการทำงาน พักผ่อน ออกกำลังกาย และกิจกรรมของทุกคนในครอบครัว ประกอบกับความสนใจเรื่อง Well-being ที่ชัดเจนขึ้น ทำให้คนคาดหวังให้บ้านเป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย
“หลังโควิด ไลฟ์สไตล์การใช้บ้านเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนครับ บ้านไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับพักผ่อนหรือหลับนอน แต่กลายเป็นทั้งพื้นที่ทำงาน พื้นที่ปลอดภัย และพื้นที่สำหรับชาร์จพลัง ดังนั้นโจทย์ของเราคือ ทำอย่างไรให้ทุกตารางเมตรของบ้านเอื้อต่อการใช้ชีวิตจริง และช่วยส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้อยู่อาศัย การออกแบบบ้านในวันนี้จึงต้องคิดถึงทั้งฟังก์ชัน ความยืดหยุ่น และคุณภาพชีวิตควบคู่กันครับ”

สำหรับกลุ่มผู้ซื้อบ้านระดับ 15-30 ล้านบาท สิ่งที่มองหาไม่ใช่แค่พื้นที่ที่กว้างขึ้น แต่คือบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้จริง ทั้งพื้นที่ทำงาน ความเป็นส่วนตัว รองรับสัตว์เลี้ยง และทำเลที่ช่วยประหยัดเวลาในชีวิตประจำวัน
“สำหรับบางคน นี่อาจไม่ใช่บ้านหลังแรก สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกันคือทำเลกับพื้นที่ หากต้องการบ้านขนาดใหญ่มีสวนก็อาจต้องอยู่ไกลออกไป แต่ถ้าต้องการประหยัดเวลาและอยู่ใกล้เมืองมากขึ้น ก็ต้องบริหารพื้นที่อีกรูปแบบหนึ่ง”
การสร้างบ้านต้องเริ่มจากความเข้าใจในวิถีชีวิตผู้อยู่อาศัย
สำหรับสัมมากร การพัฒนาโครงการไม่ได้เริ่มจากตัวบ้าน แต่เริ่มจากการ “สวมหมวกเป็นผู้อยู่อาศัย” เพื่อเข้าใจให้ชัดเจนว่าคนที่จะมาอยู่มีวิถีชีวิตแบบไหน มีกิจกรรมอะไร และมี Pain Point อะไรในชีวิตประจำวัน
“เพราะบ้านหลังหนึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องความสวยงาม แต่คือเรื่องของการใช้งานจริง การออกแบบจึงต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ทีมการตลาดและทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมมือกันตอบโจทย์ชีวิต ทั้งพื้นที่ รูปแบบ ราคา และสิ่งอำนวยความสะดวก อย่างบ้านสำหรับผู้ที่ไม่ได้ซื้อเป็นหลังแรก ซึ่งมักมีกิจกรรมและของสะสมเยอะขึ้นตามจำนวนคน พื้นที่ต่าง ๆ เช่น ตู้เสื้อผ้า หรือห้องน้ำสำหรับอยู่ร่วมกันจึงต้องเพียงพอ เราจึงนำ Pain Point และความต้องการเหล่านี้มาใช้เป็นโจทย์ตั้งต้นในการออกแบบ”

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเรื่องที่จอดรถ สัมมากรออกแบบให้กว้างกว่าขั้นต่ำตามกฎหมาย เพื่อรองรับรถขนาดใหญ่หรือหลายคันของบ้านระดับบน และป้องกันปัญหาประตูชนกันที่ดูเล็กน้อยแต่สามารถสร้างความหงุดหงิดได้ในชีวิตประจำวัน
“การพัฒนาบ้านลักชัวรีสำหรับผม ไม่ได้หมายถึงการใส่ทุกฟังก์ชันหรูหราเข้าไปเพื่อให้บ้านดูสวยงามแค่วันแรก แต่คือการออกแบบที่คิดถึงการอยู่อาศัยระยะยาว หากฟังก์ชันไหนมีอายุใช้งานจำกัด หรือเสี่ยงเป็นภาระในการดูแลในอนาคต เราเลือกที่จะหลีกเลี่ยง เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่แห่งความสบายใจเมื่อเวลาผ่านไป”
การออกแบบบ้านต้องคำนึงถึงอนาคตระยะยาว เพราะครอบครัวมักอยู่อาศัยในบ้านหลังเดิมกว่า 50 ปี พื้นที่ในบ้านจึงต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับชีวิตที่เปลี่ยนไปในแต่ละช่วง

“ตัวอย่างเช่น การกั้นห้องเพิ่มเมื่อลูกเติบโตขึ้น หรือการปรับพื้นที่เก็บของให้รองรับการติดตั้งลิฟต์ในอนาคตเมื่อขึ้นบันไดไม่สะดวก โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างใหญ่ การคิดเผื่อลักษณะนี้ช่วยให้บ้านรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า”
ทำไมต้องลาซาล? ทำเลที่คืนเวลาให้คนอยู่อาศัย
สัมมากรเลือกทำเลลาซาลสำหรับโครงการ Providence Lane Lasalle เพราะตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริง โดยเป็นทำเลที่เดินทางเข้าเมืองสะดวก แต่ยังรักษาบรรยากาศความสงบเอาไว้ได้อย่างลงตัว
“ลาซาลเป็นซอยที่ค่อนข้างเงียบ และมี Community ที่แข็งแรง ที่สำคัญคือโครงการหมู่บ้านใหม่มีไม่เยอะ เพราะที่ดินขนาดใหญ่หาได้ยาก ส่วนใหญ่เราจะเห็นการพัฒนาเป็นคอนโดมากกว่า เพราะฉะนั้นบ้านที่อยู่ในพื้นที่ลักษณะนี้จึงมีความหายากอยู่ในตัว”
การมีโรงเรียนนานาชาติในพื้นที่ยิ่งตอกย้ำคุณค่าของทำเล เพราะความใกล้โรงเรียนและเมืองไม่ได้แค่อำนวยความสะดวก แต่แปลงเป็น “เวลา” ที่คืนให้ครอบครัวในทุกวัน
“ทำเลใกล้เมืองหรือใกล้โรงเรียนช่วยคืนเวลามหาศาลให้ผู้อยู่อาศัย จากที่ต้องเสียเวลาเดินทางวันละหลายชั่วโมง ก็เปลี่ยนเป็นเวลาคุณภาพสำหรับครอบครัว ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน หรือมีเวลาออกกำลังกาย หากคำนวณเวลาที่ประหยัดได้สะสมหลายปี มันคือสิ่งที่มีคุณค่ามหาศาลจนประเมินค่าเป็นตัวเลขได้ยาก”
การอยู่ใกล้เมืองมีข้อจำกัดเรื่องราคาที่ดินที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาบ้านขยับตาม สัมมากรจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างทำเล พื้นที่ใช้สอย และระดับราคาที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย

“โจทย์ของเราคือการหาสมดุลระหว่างทำเลใกล้เมือง พื้นที่ใช้สอย และมูลค่าที่สมเหตุสมผลในทำเลศักยภาพอย่างลาซาล เราตั้งใจให้บ้านมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง รองรับกิจกรรมของผู้อยู่อาศัยได้จริง และสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับเวลาและการใช้ชีวิตใกล้เมือง ลาซาลคือทำเลที่ตอบโจทย์ครับ”
Providence Lane Lasalle บ้านที่ออกแบบเพื่อยกระดับให้ชีวิต
ก่อนเริ่มออกแบบโครงการ Providence Lane Lasalle สัมมากรกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายตั้งแต่ต้น ทั้งครอบครัวที่ต้องการลดเวลาเดินทางให้ลูก คู่รักที่ต้องการขยายพื้นที่จากคอนโด รวมถึงคู่รักที่ไม่มีลูกแต่ต้องการพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงและกิจกรรมส่วนตัว
“Providence Lane Lasalle อาจไม่ใช่บ้านหลังแรกของทุกคน แต่เราตั้งใจพัฒนาขึ้นเพื่อคนที่ให้ความสำคัญกับ ‘เวลา’ เป็นอันดับต้น ๆ เพราะเราเชื่อว่าเวลาคือต้นทุนที่มีค่าที่สุด การออกแบบของเราจึงมุ่งเน้นที่การตัดทอนข้อจำกัด และคืนเวลาส่วนตัว เพื่อให้บ้านรองรับทุกความสุขได้อย่างเต็มที่”

“ผมมองว่าบ้านที่ดีต้องปรับตัวตามผู้อยู่อาศัยได้ ไม่ใช่คนอยู่ต้องปรับตัวตามบ้าน เราจึงตั้งใจทลายกรอบสถาปัตยกรรมแบบเดิม ๆ ทิ้งไป เพื่อมอบอิสระสูงสุดให้ลูกบ้าน ไม่ว่าอนาคตครอบครัวจะขยายหรือไลฟ์สไตล์จะเปลี่ยนไป บ้านหลังนี้ก็พร้อมที่จะถูกปรับแต่งและเติบโตไปพร้อมกับพวกเขาได้เสมอ”
โครงสร้างบ้านออกแบบให้ยืดหยุ่น ไร้เสากลางบ้าน มีพื้นที่ Double Volume ที่สามารถกั้นห้องหรือต่อเติมพื้นเพิ่มได้ในอนาคตตาม Life Stage ของสมาชิกที่เติบโตขึ้น โดยไม่ต้องรื้อบ้านครั้งใหญ่
Providence Lane Lasalle ถูกออกแบบเป็นโครงการเพียง 14 ยูนิตที่เน้นความเป็นส่วนตัวเป็นหลัก ทั้งเรื่องจำนวนบ้าน ระยะห่าง และการลดเสียงในพื้นที่สำคัญ
“ความเป็นส่วนตัวคือจุดสำคัญที่เราตั้งใจออกแบบให้ดีที่สุด นอกจากการเว้นระยะห่างระหว่างบ้านแล้ว ยังมีการเสริมฉนวนกันเสียงในห้องสำคัญ ใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่การคำนวณช่องอากาศไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุลดทอนเสียงอย่างมีประสิทธิภาพ”
นอกจากฟังก์ชัน ตัวบ้านยังสะท้อนปรัชญาการออกแบบที่สัมมากรรักษาไว้ คือความสวยเหนือกาลเวลา ซึ่งณพนมองว่าจากประสบการณ์ยาวนาน ทำให้เห็นว่าดีไซน์บางแบบอาจดูเก่าเร็ว แต่บางแบบยังคงมีเสน่ห์ยาวนานหลายสิบปี
“จากประสบการณ์ 56 ปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้ว่าดีไซน์ที่ตามกระแสมาก ๆ มักจะดูเก่าเร็ว สัมมากรจึงให้ความสำคัญกับความงามแบบ Timeless ที่เน้นความสมมาตรและการเลือกใช้วัสดุที่ทนทาน สำหรับ Providence Lane Lasalle เรานำหลักการนี้มาต่อยอดด้วยสไตล์ Modern Contemporary เพื่อให้บ้านดูร่วมสมัย แต่ยังคงความคลาสสิกที่มองกี่ปีก็ยังสวยงาม โดยยึดหลักเดิมคือภายนอกเรียบง่ายและภายในยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้ตามความต้องการของชีวิตตัวเอง”

สำหรับณพน Providence Lane Lasalle จึงเป็นหนึ่งในภาพของบ้านที่สัมมากรอยากทำต่อไป คือบ้านที่ไม่ได้เพิ่มเพียงพื้นที่ใช้สอย แต่ช่วยลดความเครียด เพิ่มเวลา และเปิดพื้นที่ให้เจ้าของบ้านทำสิ่งที่ตัวเองให้คุณค่าได้มากขึ้น
“Providence Lane Lasalle มุ่งสร้างบ้านเพื่อยกระดับประสิทธิภาพชีวิต โดยลดความเครียด เพิ่มเวลาพักผ่อน และสร้างความสุขอย่างแท้จริง สำหรับผู้ซื้อระดับนี้ที่ประสบความสำเร็จแล้ว การเลือกที่อยู่อาศัยจึงควรเพิ่มคุณค่าให้ชีวิต ทั้งการเพิ่มเวลา พื้นที่ส่วนตัวสำหรับทำงาน และพื้นที่กระชับความสัมพันธ์กับลูกหรือสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งใจมอบให้แก่ผู้อยู่อาศัยทุกคน”
ก้าวต่อไปของสัมมากร แบรนด์ที่ต้องอยู่ในใจคนรุ่นต่อไป
สัมมากรปรับโปรดักต์และวิธีคิดให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น แต่ณพนยังคงให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือที่สะสมมานาน เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกบ้านในระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่วันที่ตัดสินใจซื้อ
“สิ่งที่มีค่าที่สุดของสัมมากรตลอด 5 ทศวรรษ คือความไว้วางใจจากลูกบ้าน การที่เรายังเห็นบ้านหลังแรกๆ ของโครงการเมื่อหลายสิบปีก่อนยังคงอยู่ นั่นไม่ใช่แค่เครื่องพิสูจน์คุณภาพการก่อสร้าง แต่คือความรับผิดชอบที่เราต้องรักษามาตรฐานนี้ไว้ พร้อมๆ กับการพัฒนาโปรดักต์ให้ตอบโจทย์ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป”

สัมมากรมุ่งขยายความหมายของคำว่า Quality ให้ครอบคลุมการใช้งานจริง ทั้งฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน พื้นที่ที่ยืดหยุ่นตามช่วงชีวิต และทำเลที่ช่วยคืนเวลาให้ผู้อยู่อาศัย
นอกจากนี้บริษัทยังเน้นสร้างแบรนด์กับคนรุ่นใหม่ แม้คาดว่า Gen Z อาจเริ่มจากคอนโดมิเนียม แต่สัมมากรต้องการสร้างความคุ้นเคยกับแบรนด์ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ชื่อสัมมากรอยู่ในใจเมื่อความต้องการเปลี่ยนไปในอนาคต
“เราทราบดีว่าจุดเริ่มต้นการอยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่อาจเริ่มจากคอนโดมิเนียม เราพยายามทำให้แบรนด์สัมมากรเติบโตไปพร้อมกับพวกเขาตั้งแต่วันนี้ เพื่อพิสูจน์ว่าแบรนด์ที่อยู่มายาวนานก็สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้ และเมื่อถึงวันที่พวกเขาพร้อมจะขยับขยาย สัมมากรจะเป็นชื่อแรกที่พวกเขาเชื่อใจในอนาคต”
ความสำเร็จที่แท้จริงเกิดขึ้นหลังการขาย เมื่อผู้อยู่อาศัยได้ใช้งานพื้นที่จริงและเปลี่ยนแบบบ้านบนกระดาษให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

“การได้เห็นผู้อยู่อาศัยเข้ามาใช้ชีวิตและได้รับประโยชน์จริงจากพื้นที่ที่เราตั้งใจออกแบบ คือสิ่งสะท้อนความสำเร็จที่มีความหมายที่สุดสำหรับเรา ไม่ว่าจะเป็นเสียงชื่นชมจากลูกบ้านในแง่ฟังก์ชันการใช้งาน สภาพแวดล้อมภายในหมู่บ้าน หรือการที่พื้นที่เหล่านั้นช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้น”
เมื่อมองย้อนกลับไป สิ่งที่สัมมากรพยายามรักษาจากอดีตกับสิ่งที่กำลังสร้างสำหรับอนาคตอาจไม่ใช่คนละเรื่องกันนัก เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความเชื่อมั่นในบ้านหนึ่งหลังไม่ได้เกิดจากการที่มันยืนอยู่ได้นานเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่บ้านยังสามารถทำหน้าที่กับชีวิตของคนที่อยู่ข้างในได้ แม้ชีวิตนั้นจะเปลี่ยนไปตามเวลา
และสำหรับแบรนด์บ้านที่เดินทางมาหลายทศวรรษ โจทย์ต่อจากนี้จึงไม่ใช่เพียงทำให้คนรุ่นใหม่ “รู้จัก” สัมมากร แต่คือทำให้เมื่อถึงวันที่พวกเขาต้องเลือกบ้านสักหลัง ชื่อของสัมมากรจะยังถูกพูดถึงและนึกถึงเสมอ

เพราะ ‘เวลา’ คือต้นทุนที่มีค่าที่สุด ร่วมค้นหาความหมายของการอยู่อาศัยที่ลงตัวได้ที่ Providence Lane Lasalle บ้านที่คืนเวลาให้คุณได้โฟกัสกับความสุขอย่างเต็มที่ พร้อมดีไซน์ที่คิดเผื่ออนาคต รองรับทุกจังหวะชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์แบบ สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่า ในราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท*
ดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ https://sam.co.th/4qvE0Ow หรือโทร. 1427
ภาพ: Headline on Cover