มาแล้ววว Prototype แพ็กเกจจิ้งต้นแบบ ‘ปุ๋ย กับ ตัน‘ วางเป้า 3 ปี โกยยอด 1,500 ล้านบาท - Brand Buffet
แชร์ :

หลังจาก บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป (ICHI) ที่มี “คุณตัน ภาสกรนที” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ได้แจ้งตลาดหลักหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 8 กันยายน ถึงการเข้าร่วมลงทุนกับ บริษัท อีวายดับบลิว กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (HoldCo) (กลุ่มบริษัท เอกยงวงศ์ จำกัด) ผู้ประกอบการธุรกิจปุ๋ยรายใหญ่ของไทย
ในการจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ “บริษัท ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์ จำกัด” ทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท โดย ICHI ถือหุ้น 51% และกลุ่มเอกยงวงศ์ถือหุ้น 49% เพื่อลงทุนร่วมกันในธุรกิจที่เกี่ยวกับการนำเข้า ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประเภท ปุ๋ยปั้นเม็ด (Compound Fertilizer) สำหรับพืชไร่และพืชสวน รวมถึงเคมีภัณฑ์และอุปกรณ์การเกษตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุด วันนี้ (9 กันยายน) ถุงปุ๋ยเวอร์ชั่นต้นแบบ ก็เฉยโฉมให้เห็นกันแล้ว งานนี้ยังคงอาศัย Personal Branding ของคุณตัน ที่เอาหน้าตัวเองประทับตราลงบนถุงปุ๋ย สร้างความเชื่อมั่น และสร้างการรับรู้ อย่างตรงไปตรงมา เล่นกับคำว่า ‘กัปตัน’ ที่คุณตันใส่หมวกกัปตัน จนเป็นเอกลักษณ์

คุณตัน ภาสกรนที กล่าวว่า ถ้าพูดถึงธุรกิจใหม่ของอิชิตัน กรุ๊ป ถูกนำมาพูดถึงครั้งแรก 5 ปีที่ผ่านมา ทางบริษัทมีการมองกาธุรกิจใหม่ตลอด ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการพูดคุยราว 10 บริษัทต่อปี หรือราว 50 บริษัทแล้ว แต่ไม่เกิดการลงทุนขึ้น เพราะหากยังไม่มั่นใจก็ยังต้องระมัดระวัง
ส่วนการตกลงจับมือทำธุรกิจปุ๋ย ด้วยการกลุ่มบริษัท เอกยงวงศ์ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ใหญ่และยาก แต่หลังจากที่ผ่านมาเคยซื้อปุ๋ยกับทางเอกยงวงศ์หลายตัน มองเห็นโอกาสอะไรที่เข้ายากหากทำได้จะมั่นคงกว่า
ก้าวแรกของ“ตัน เฟอร์ทิไลเซอร์” จะเริ่มจากการรับโอนแบรนด์ปุ๋ยพรีเมียม Rampatec (แรมปาเทค) ซึ่งกลุ่มเอกยงวงศ์ทำตลาดมาแล้วประมาณ 3 ปี และมียอดขายล่าสุดประมาณ 70 ล้านบาทต่อปี การเข้ามาอยู่ภายใต้ JV ทำให้บริษัทสามารถเริ่มสร้างรายได้และขยายตลาดได้ทันที โดยไม่ต้องใช้เวลาสร้างแบรนด์ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น

“แม้ปุ๋ยจะเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศ และมองว่าเข้ายาก แต่นี่คือโอกาสสำคัญ หากทำได้ก็จะสามารถสร้างการเติบโตได้ดีการจับมือกับเอกยงวงศ์ที่มีความเชี่ยวชาญและความน่าเชื่อถือคือจุดสำคัญ” คุณตันกล่าว
ขณะที่กลยุทธ์จากนี้จะไม่เริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ แต่ใช้โมเดล Asset Light และต่อยอดโครงสร้าง พื้นฐาน ทีมขาย เครือข่ายพันธมิตรจากต่างประเทศทั่วโลก และคู่ค้าภายในประเทศ ตลอดจนความเชี่ยวชาญด้าน Sourcing และ Supply Chain ของเอกยงวงศ์มีอยู่มาต่อยอด โดยวางเป้ารายได้ 3 ปี 1,500 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งการตลาด 4% ในกลุ่มปุ๋ยพรีเมี่ยม

การเปิดตัวดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นตลอด 5 ปีที่ผ่านมาของ อิชิตัน ที่ต้องการต่อยอดธุรกิจใหม่ ด้วยการมองหาพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสมมาตลอด เป็นการสร้างการเติบโตในเซกเตอร์ใหม่ นอกอาณาจักรชาพร้อมดื่ม และเครื่องดื่ม
ขณะที่กลุ่มเอกยงวงศ์ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2534 มีรายได้ปี 2568 ประมาณ 3,200 ล้านบาท และอยู่ในระดับชั้นนำของกลุ่มผู้ประกอบการ โดยมีจุดแข็งสำคัญทั้งเครือข่ายพันธมิตรจากต่างประเทศทั่วโลก โดยปัจจุบันตลาดปุ๋ยเคมีไทยมีมูลค่า กว่า 80,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ตลาดปุ๋ย Compound NPK ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์พรีเมียมหลักที่ JV จะเข้าไปแข่งขัน มีมูลค่า ประมาณ 32,000 ล้านบาท
แชร์ :