classicliterature.it.com

อดีต กสทช. เสนอทางออกวิกฤตบอร์ด 'คนเดียวพ้น อุปสรรคหาย'

  1. หน้าหลัก 
  2. Cyber BIZ 
  3. ข่าวไอที 
  4. กระทรวงดีอี 

อดีต กสทช. เสนอทางออกวิกฤตบอร์ด 'คนเดียวพ้น อุปสรรคหาย'

เผยแพร่: 28 ก.ค. 2569 12:49   ปรับปรุง: 28 ก.ค. 2569 13:08   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นพ.ประวิทย์ อดีต กสทช. ผ่าวิกฤตบอร์ด ชี้ปมคุณสมบัติ 'หมอสรณ' ทำงานสะดุด กระทบอนาคตทีวีดิจิทัล-แผน USO ค้างยาว ขอรัฐบาลยึดกฎหมาย พร้อมหนุน 6 กรรมการเลือกประธานชั่วคราว สะสางงานค้าง

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.69 นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ถึงความขัดแย้งภายในบอร์ด กสทช. ซึ่งทวีความรุนแรงและส่งผลต่อการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญขององค์กร ภายหลัง ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยังคงนั่งเป็นประธานการประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา แม้คณะกรรมการสรรหา กสทช. จะมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า มีลักษณะต้องห้ามและถือว่าสละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่ง

นพ.ประวิทย์กล่าวว่า สภาพที่สำนักงาน กสทช. เริ่มมีบทบาทเหนือคณะกรรมการไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในบอร์ดชุดปัจจุบัน แต่ปรากฏมาตั้งแต่ช่วงปลายวาระของ กสทช. ชุดที่ตนดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะเมื่อบุคลากรในสำนักงานบางส่วนรู้สึกว่าสามารถเข้าถึงศูนย์อำนาจ หรือมีผู้มีอำนาจทางการเมืองสนับสนุน จึงอาจเกิดความมั่นใจว่าสามารถเข้ามากำหนดทิศทางการทำงาน หรือส่งสัญญาณว่าบอร์ดควรลงมติอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี และ พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ทำหน้าที่ประธาน กสทช. ทั้งสองคนยังคงรักษาศักดิ์ศรีและขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการ พร้อมควบคุมไม่ให้สำนักงานแสดงบทบาทเกินหน้าที่ในที่ประชุม เนื่องจากเวทีดังกล่าวเป็นการประชุมของกรรมการ ซึ่งสำนักงานมีหน้าที่สนับสนุนข้อมูลและดำเนินงานตามมติ ไม่ใช่เข้ามากำหนดทิศทางแทนบอร์ด

ขณะเดียวกัน นพ.ประวิทย์ตั้งข้อสังเกตว่า ความขัดแย้งในปัจจุบันสะท้อนถึงปัญหาความสามารถในการควบคุมการประชุมและรักษาขอบเขตการใช้อำนาจภายในองค์กร หากปล่อยให้สำนักงานกล่าวล่วงเกินหรือพาดพิงประเด็นอ่อนไหวอย่างไม่เหมาะสม ย่อมกระทบต่อศักดิ์ศรีของคณะกรรมการและความน่าเชื่อถือของ กสทช. โดยตรง

นอกจากนี้ ภาวะที่บอร์ดไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ยังทำให้นโยบายระดับประเทศหลายเรื่องค้างอยู่ โดยเฉพาะอนาคตของกิจการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ซึ่งใบอนุญาตจะสิ้นสุดลงในปี 2572 แต่ผู้ประกอบการยังไม่ได้รับคำตอบว่าจะมีการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่หรือไม่ ราคาประมูลจะอยู่ในระดับใด และจะจัดสรรใบอนุญาตให้เหลือจำนวนกี่ช่อง

ทั้งนี้ ภาคธุรกิจจำเป็นต้องทราบทิศทางล่วงหน้า เพื่อประเมินว่าผู้ประกอบการรายใดมีความพร้อมเข้าร่วมประมูลและดำเนินกิจการต่อ ขณะที่รายใดไม่พร้อมจะได้วางแผนยุติธุรกิจอย่างเป็นระบบ รวมถึงพิจารณาว่าจะสามารถย้ายไปออกอากาศผ่านแพลตฟอร์มอื่น เช่น โทรทัศน์ดาวเทียม ได้หรือไม่

พร้อมกันนี้ ยังมีประเด็นว่าคลื่นความถี่สำหรับกิจการดาวเทียมในอนาคตจะยังคงถูกใช้เพื่อการแพร่ภาพ หรืออาจถูกจัดสรรใหม่เพื่อรองรับเทคโนโลยีโทรคมนาคม 5G และ 6G ซึ่งล้วนส่งผลเชื่อมโยงทั้งต่ออุตสาหกรรมโทรทัศน์และโทรคมนาคม แต่จนถึงขณะนี้ ภาคธุรกิจยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนเพียงพอสำหรับการเตรียมแผนลงทุน

อีกประเด็นสำคัญคือการจัดทำแผนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือ USO ซึ่งมีเป้าหมายนำบริการโทรคมนาคมไปสู่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โรงเรียนและโรงพยาบาลตามแนวชายแดน ตลอดจนผู้มีรายได้น้อยหรือกลุ่มด้อยโอกาสที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึง

นพ.ประวิทย์อธิบายว่า ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง กสทช. มีการจัดทำแผน USO ระยะ 5 ปี เพื่อกำหนดเป้าหมาย พื้นที่ดำเนินการ และกรอบการขยายบริการอย่างเป็นระบบ ก่อนเรียกเก็บเงินจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ต เพื่อนำไปสนับสนุนการให้บริการในพื้นที่ซึ่งภาคเอกชนอาจไม่เห็นความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์

ถึงอย่างนั้น ช่วงการทำงานของ กสทช. ชุดปัจจุบันกลับมีการจัดทำและขยายแผนเป็นรายปี โดยแผนเดิมซึ่งหมดอายุในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาได้รับการต่อเวลาออกไปอีกหนึ่งปี แต่ยังไม่มีเนื้องานหรือโครงการใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้เกิดคำถามว่าโครงการที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จจะเดินหน้าต่ออย่างไร และประชาชนในพื้นที่เป้าหมายจะได้รับบริการเมื่อใด

สำหรับแนวทางคลี่คลายวิกฤต นพ.ประวิทย์เสนอให้ทุกฝ่ายยุติการยึดโยงกับตัวบุคคล และกลับมายึดกฎหมายเป็นหลัก โดยต้องพิจารณาให้ชัดเจนว่าปัญหาที่ทำให้บอร์ดทั้ง 7 คนไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ เกิดจากความล้มเหลวของโครงสร้างทั้งหมด หรือเกิดจากอุปสรรคเฉพาะตัวที่สามารถแก้ไขได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย

"ใครที่ถือหางใครปล่อยหางเขาทิ้ง แล้วดูว่ากฎหมายเป็นอย่างไรให้เดินตามนั้น ถ้าอุปสรรคเกิดจากคนเพียงคนเดียว และถ้าคนนั้นขาดคุณสมบัติ เมื่อออกไปแล้วอุปสรรคหาย งานจะไหลลื่นหรือไม่ ถ้าใช่ ก็แทบจะไม่ต้องผ่าอะไรเลย" นพ.ประวิทย์กล่าว

นพ.ประวิทย์กล่าวว่า รัฐบาลควรดำเนินการตามกฎหมายและข้อวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องอย่างตรงไปตรงมา โดยอ้างถึงแนวคำพิพากษาของที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดในคดีเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งวางหลักว่าคำสั่งที่มีข้อผิดพลาดอย่างชัดแจ้งและร้ายแรง อาจถือเสมือนว่าไม่เคยมีคำสั่งนั้นมาก่อน

เพราะฉะนั้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ดำรงตำแหน่งขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ผู้มีอำนาจรักษาการตามกฎหมายย่อมสามารถพิจารณาดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว และนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ เพื่อยุติปัญหาและทำให้บอร์ดกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้โดยเร็ว

ส่วนข้อเสนอให้รอการดำเนินการผ่านวุฒิสภานั้น นพ.ประวิทย์ตั้งข้อสังเกตว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ไม่ได้บัญญัติให้การพ้นจากตำแหน่งต้องผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภา หากรัฐบาลเพิ่มขั้นตอนที่ไม่มีอยู่ในกฎหมาย จึงจำเป็นต้องอธิบายต่อสาธารณะให้ชัดเจนว่าเป็นการดำเนินการเพื่อความรอบคอบ หรือเป็นการประวิงเวลา โดยความรับผิดชอบดังกล่าวอยู่ที่ผู้รักษาการตามกฎหมายโดยตรง

ขณะเดียวกัน รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง เห็นว่า ศ.คลินิก นพ.สรณควรหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพื่อไม่ให้ปัญหาด้านคุณสมบัติขยายตัวจนกระทบต่อการบริหารงานขององค์กร โดยกฎหมายกำหนดให้กรรมการ กสทช. ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา พร้อมลาออกจากกิจการหรือการทำงานอื่นทั้งหมดภายใน 15 วัน โดยไม่ได้บัญญัติข้อยกเว้นสำหรับการประกอบวิชาชีพใดไว้ ดังนั้น เมื่อไม่ได้ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด คณะกรรมการสรรหาจึงมีหน้าที่วินิจฉัยตามตัวบทกฎหมายว่า บุคคลดังกล่าวถือเป็นผู้สละสิทธิ์มาตั้งแต่ต้น

นอกจากนี้ ปัญหาคุณสมบัติของประธาน กสทช. ยังส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของคณะกรรมการ หลังกรรมการหลายคนไม่เข้าร่วมประชุมจนองค์ประชุมไม่ครบ ทำให้ภารกิจสำคัญด้านโทรคมนาคมและกิจการโทรทัศน์ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้

"ปัญหาเรื่องคุณสมบัติส่วนตัวดังกล่าว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงานของ กสทช. ขณะที่ผู้ได้รับผลกระทบและเสียประโยชน์อย่างแท้จริง คือประชาชน" รศ.ดร.ธนพรกล่าว

รศ.ดร.ธนพรเสนอว่า กรรมการ กสทช. ที่เหลืออีก 6 คนควรจัดประชุมเพื่อเลือกประธาน กสทช. ชั่วคราว เพื่อให้องค์กรสามารถกลับมาขับเคลื่อนภารกิจที่ค้างอยู่ได้ โดยไม่ปล่อยให้ปัญหาเกี่ยวกับตัวบุคคลกระทบต่อการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมและโทรทัศน์ของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
◉ สรรหา กสทช. ขีดเส้น 1 สัปดาห์ ชี้ปมคุณสมบัติ 'หมอสรณ'
◉ เก้าอี้ ประธาน กสทช. สั่น! 26 มิ.ย.69 ลุ้นคุณสมบัติ 'หมอสรณ' จับตาเกมสู้กลับ
◉ ซูมชื่อ กก.สรรหา 4:0 เสียง วินิจฉัย 'หมอสรณ' ขาดคุณสมบัติ ประธาน กสทช.
◉ กูรูกฎหมายประสานเสียง 'หมอสรณ' หยุดหน้าที่ จี้นายกฯ ทูลเกล้าฯ เปิดทาง 6 กสทช. เดินต่อได้
◉ 'หมอสรณ' ยืนยันลาออกพนักงานรัฐปี 65 ทำหน้าที่แพทย์อิสระ เตรียมสู้ตามกฎหมาย
◉ สหภาพฯ NT เย็นไม่ไหว! ยื่นนายกฯ ขับ 'หมอสรณ' พ้นเก้าอี้ประธาน กสทช.
◉ ไลน์หลุด! พนักงาน กสทช. นัดส่งกำลังใจ 'หมอสรณ' ก่อนประชุมบอร์ดพรุ่งนี้
◉ สมาคมทีวีดิจิทัลบุกทัก 'กสทช.' เคลียร์สถานะ 'หมอสรณ' ก่อนเคาะโรดแมป
◉ บอร์ด กสทช. ล่มไม่เป็นท่า 3 กรรมการวอล์กเอาต์ ค้าน 'หมอสรณ' นั่งประธาน
◉ ค้านมติสรรหา! 'หมอสรณ' จ่อฟ้องศาล ยันยังนั่งประธาน กสทช.

Update: 2026-07-28
Tags: