classicliterature.it.com

รอบทสรุปคดีความ?

หรือสื่อมวลชนที่ออกมาตรวจสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นที่เป็นประโยชน์สาธารณะ

จุดประสงค์หลักของการฟ้องปิดปากไม่ได้หวังผลชนะคดีความ แต่เป็นการสร้าง “ภาวะหวาดกลัว” (Chilling Effect) และภาระค่าใช้จ่ายในการสู้คดี

เพื่อกดดันให้ผู้ถูกฟ้องยอมแพ้และยุติการตรวจสอบไปเอง

หากผู้ฟ้องหวังชนะคดีและเรียกค่าเสียหายอย่างจริงจัง จะไม่ถือว่าเป็น “การฟ้องปิดปาก (SLAPP)” ในความหมายบริสุทธิ์

แต่เป็นการใช้สิทธิทางศาลเพื่อปกป้องสิทธิหรือชื่อเสียงตามปกติ

ข้อแตกต่าง..การฟ้องปิดปาก: มักฟ้องเรียกค่าเสียหายสูงเกินจริง มุ่งสร้างภาระทางเวลาและค่าใช้จ่าย ข้อมูลที่ผู้ถูกฟ้องพูดเป็นความจริงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ส่วนการฟ้องเพื่อชนะคดีจริง: ผู้ฟ้องมีหลักฐานชัดเจนว่าตนเองได้รับความเสียหาย ข้อมูลที่ถูกวิจารณ์เป็นความเท็จ บิดเบือน

หรือเป็นการกลั่นแกล้งโจมตีส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวประโยชน์สาธารณะ

กรณีระหว่าง คุณอนุทิน ชาญวีรกูล (ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย) ที่ประกาศฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่อ คุณยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw

ถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนภาพข้อถกเถียงเรื่อง “ฟ้องปิดปาก” เทียบกับ “การฟ้องเพื่อปกป้องสิทธิ/หวังชนะคดี” ได้ชัดเจนที่สุดในขณะนี้

เหตุการณ์นี้สามารถมองได้จาก 2 มุมมอง ที่ปะทะกันโดยตรงในทางกฎหมายและการเมือง:

1.มุมมองของฝ่าย iLaw และนักสิทธิมนุษยชน มองว่าการฟ้องร้องครั้งนี้มีลักษณะของการฟ้องปิดปาก ด้วยเหตุผลดังนี้

๐ เป็นการตรวจสอบประโยชน์สาธารณะ: iLaw รวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานจากการลงพื้นที่เกี่ยวกับ “กระบวนการฮั้วเลือก สว.”

๐ เป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญและส่งผลต่อโครงสร้างการเมืองไทย ถือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะสูงสุด

2.มุมมองของ อนุทิน และพรรคภูมิใจไทย: “ไม่ใช่ SLAPP แต่เป็นการใช้สิทธิปกป้องชื่อเสียงเพื่อชนะคดี”

ในทางกลับกัน ฝ่ายคุณอนุทินและทีมกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่านี่ไม่ใช่การฟ้องกลั่นแกล้ง แต่เป็น “ฟ้องเพื่อหวังผลทางกฎหมายจริง” ด้วยเหตุผล..

๐ ปกป้องชื่อเสียงจากข้อมูลที่เชื่อว่าเป็นเท็จ: ทางพรรคระบุว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้ว สว. ที่ iLaw นำไปยื่นต่อฝ่ายค้านเป็นการกล่าวอ้างลอยๆ ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน

และเป็นการใส่ร้ายป้ายสีให้บุคคลทั้ง 9 คนเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างรุนแรง

๐ ความรับผิดชอบต่อคำพูด: คุณอนุทินระบุว่า “เราเคารพสิทธิในการพูดของทุกคน แต่ทุกคนต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูด”

และมองว่ากระบวนการเลือก สว. ยังอยู่ในชั้นตรวจสอบของ กกต. และหน่วยงานยุติธรรม ยังไม่มีการชี้มูลความผิดอย่างเป็นทางการ

การพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรม: ฝ่ายภูมิใจไทยมองว่าเมื่อได้รับความเสียหาย การนำคดีขึ้นสู่ศาลเพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่าย คือแนวทางที่ถูกต้องตามหลักนิติรัฐ

บทสรุปในทางคดีความ..คดีนี้กลายเป็น “กรณีศึกษาสำคัญ (Test Case)” ในสังคมไทย เพราะ:

๐ คุณยิ่งชีพ (iLaw) ประกาศพร้อมสู้คดีในศาล เพื่อพิสูจน์ว่าพยานหลักฐานที่รวบรวมมาเป็นความจริงและทำหน้าที่โดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ

๐ คุณอนุทิน ก็ยืนยันเดินหน้าสุดซอยเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองและพรรค

สุดท้ายแล้ว ศาลจะเป็นผู้ตัดสินใจครับ หากศาลเห็นว่าข้อมูลของ iLaw เป็นความจริงและทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ คดีหมิ่นประมาทก็จะถูกยกฟ้องตามข้อยกเว้นของกฎหมาย (มาตรา 329)

แต่ถ้าศาลเห็นว่าข้อมูลนั้นไม่มีน้ำหนักพอและสร้างความเสียหายจริง ฝ่ายผู้ฟ้องก็ชนะคดีตามที่ตั้งใจไว้ครับ”

ครับ..ฟ้องปิดปาก หรือฟ้องเพื่อชนะคดีจริง เดี๋ยวได้รู้กัน!.

สันต์ สะตอแมน

Update: 2026-07-26
Tags: