เมอร์เซเดส-เบนซ์ พลิกเกมเช่าซื้อ สู้ศึกตลาดรถยนต์หรูยอดขายหดลงเกือบครึ่งต่อปี - Marketeer Online
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฝ่าตลาดรถหรูหดตัว รีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายภายใต้ ‘FLEX Mobility Campaign’ พลิกโฉมการเช่าซื้อให้ยืดหยุ่นแบบครบวงจร พร้อมเดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% และยานยนต์ระดับบนสุด
ภาพรวมตลาดรถยนต์หรูในไทยปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนจากแนวคิดการเป็นเจ้าของรถไปสู่การเข้าถึงการใช้งานมากขึ้น ขณะที่การแข่งขันยังคงดุเดือดและมีความท้าทายสูง โดยยอดขายรวมของตลาดรถหรูเคยสูงถึง 15,000 – 16,000 คันในปี 2019 หรือช่วงก่อนวิกฤตโรคระบาด แต่ปัจจุบันยอดขายปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 7,000 คันต่อปี
สำหรับตัวเลขของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มียอดขายปลีกลดลงประมาณ 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากฐานยอดขายในปี 2025 ที่สูงผิดปกติจากการทำราคาพิเศษเพื่อระบายสต็อกรถรุ่น CLS ไปได้กว่า 700 – 800 คัน
ล่าสุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้ประกาศทิศทางธุรกิจสำหรับครึ่งปีหลังของปี 2026
มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หัวใจสำคัญของธุรกิจไม่ใช่แค่การขายรถ แต่คือการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่หรูหราสมบูรณ์แบบ แม้ตลาดในปี 2026 จะมีความท้าทาย แต่บริษัทก็ยังคงพอใจกับผลลัพธ์ในครึ่งปีแรก
ความท้าทายหนึ่งในตลาดปัจจุบัน คือการแข่งขันลดราคาอย่างหนักเพื่อแย่งชิงยอดขาย แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์เลือกที่จะรักษาราคาขายต่อโดยไม่เน้นการทำส่วนลดเงินสดจำนวนมาก
บริษัทหันมาใช้กลยุทธ์รีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายครั้งใหญ่ ภายใต้ ‘FLEX Mobility Campaign’ ที่มาพร้อมคอนเซปต์ ‘Flex to fit you’ กับประสบการณ์การเป็นเจ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น
โมเดลนี้จะครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการตัดสินใจซื้อรถที่ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งแพ็กเกจได้ตามความต้องการ และเมื่อครบกำหนดสัญญา ลูกค้าจะสามารถตัดสินใจได้ 3 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นการคืนรถยนต์ให้ทางบริษัท การขยายเวลาการทำสัญญาผ่อนชำระ หรือการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ โดยทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแคมเปญ FLEX ที่จะมอบทั้งความยืดหยุ่นให้กับลูกค้า

| เมอร์เซเดส-เบนซ์ พลิกเกมเช่าซื้อ
สู้ศึกตลาดรถยนต์หรูยอดขายหดลงเกือบครึ่งต่อปี |
|
| 8 อันดับแรก รุ่นรถจดทะเบียนใหม่สูงสุดของแบรนด์ ‘Mercedes-Benz’ (เมอร์เซเดส-เบนซ์) ตั้งแต่ปี 2021 – มิถุนายน 2026 | รวมทั่วประเทศ (คัน) |
| C 220 d | 7,403 |
| GLA 200 | 5,806 |
| E 300 e | 4,418 |
| A 200 | 3,636 |
| E 220 d | 2,925 |
| GLC 220 d | 2,914 |
| CLS 220 d | 2,575 |
| C 350 e | 2,357 |
| กลุ่มรถซีดานพรีเมียมขนาดกะทัดรัด (C-Class) ครองแชมป์ยอดจดทะเบียนสูงสุดในระดับประเทศ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือยอดจดทะเบียนของแบรนด์กว่า 83% กระจุกตัวอยู่เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก แตกต่างจากแบรนด์รถยนต์ทั่วไปตลาดยอดนิยมที่จะมีสัดส่วนกระจายตัวในต่างจังหวัดค่อนข้างสูง | |
| Marketeer FYI: Mercedes-Benz มียอดจดทะเบียนสะสมรถยนต์นั่งในไทย ตั้งแต่ปี 2021 – มิถุนายน 2026 รวมทั้งสิ้น 56,596 คัน ซึ่งยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งในกลุ่มตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมของไทย | |
| ที่มา: สถิติรถจดทะเบียนใหม่ (ป้ายแดง) รย. 1 รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จากกรมการขนส่งทางบก, กรกฎาคม 2026 |
ในส่วนของแผนการผลิตภัณฑ์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ผ่านโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ของบริษัทในกลุ่มธนบุรี (Thonburi Group) ซึ่งมีการร่วมมือกับบริษัท เพาเวอร์ เทค เอ็นเนอยี โซลูชั่น จำกัด (Power Tech Energy Solutions) ในการจัดหาแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะ
บริษัทยังมีแผนรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดตัว The all-new electric CLA ในช่วงเดือนกันยายนนี้ ตามด้วยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น ๆ ต่อเนื่องไปถึงปี 2027 และยังจะเปิดตัวรุ่นใหม่ ๆ ในกลุ่มยานยนต์ระดับบนสุดที่มีการเติบโตอย่างสูง เช่นแบรนด์ Maybach, G-Class, Sprinter, V-Class
ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 ในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีตัวเลข จดทะเบียนสะสม 3,557 คัน และยอดขายรวม 2,845 คัน ตอกย้ำกระแสความนิยมในเซกเมนต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงถึง 130% จากความสำเร็จของ The all-new electric CLA ที่สร้างยอดขายกว่า 300 คัน ภายในระยะเวลา 2 เดือน และมียอดจองสะสมอีกกว่า 1,350 คัน โดยกำลังการผลิตในไทยของรุ่นดังกล่าวอยู่ที่ 100 – 200 คันต่อเดือน
ขณะเดียวกัน แบรนด์กำลังดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่อายุน้อยลงผ่านรุ่นใหม่อย่าง CLA รวมถึงขยายสัดส่วนกลุ่มลูกค้าผู้หญิงที่ปัจจุบันมีจำนวนใกล้เคียงผู้ชายในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่ง
นอกจากนี้ ในฝั่งของธุรกิจลูกค้าองค์กร บริษัทยังเปิดกว้างให้นิติบุคคลเข้าร่วมแคมเปญ FLEX ได้ พร้อมมอบสิทธิพิเศษแบบออนท็อปให้กับพนักงานของบริษัทคู่ค้าเพื่อขยายฐานผู้ใช้งานในประเทศไทย
ผลประกอบการย้อนหลัง บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
ปี 2023: รายได้ 37,906 ล้านบาท
ปี 2024: รายได้ 31,410 ล้านบาท
ปี 2025: รายได้ 26,930 ล้านบาท