classicliterature.it.com

กรมประมง...ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิต เพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! - เทคโนโลยีชาวบ้าน

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ร่วมติดตามคณะ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในโอกาสร่วมคณะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมพิธีลงนาม “พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกันและสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคที่จะส่งออก” ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แห่งราชอาณาจักรไทย กับสำนักงานศุลกากร แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือด้านมาตรฐานการส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคฉบับแรก ที่จะเป็นกลไกเสริมความเชื่อมั่นทางด้านการค้าสินค้าประมงระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรค และปูเส้นทางการส่งออกสัตว์น้ำชนิดใหม่ๆ
ของไทยไปยังตลาดจีนในอนาคต

นางฐิติพร เปิดเผยว่า การลงนามพิธีสารในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการที่รัฐบาลจีนได้ปรับปรุงกฎหมายและมาตรการด้านความปลอดภัยอาหารสำหรับสินค้านำเข้า โดยกำหนดให้ประเทศผู้ส่งออกต้องผ่านการประเมินความเสี่ยง และจัดทำกรอบความตกลงด้านการกักกันและสุขลักษณะร่วมกันก่อนการนำเข้าสินค้า ส่งผลให้กรมประมงได้เร่งเจรจากับ GACC อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 เพื่อกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบการกักกัน และการรับรองสุขอนามัยสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตของไทย ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของจีน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบร่างพิธีสารร่วมกันเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา และนำมาสู่การลงนามอย่างเป็นทางการในครั้งนี้  

สำหรับพิธีสารฉบับนี้ ครอบคลุมถึงสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคทุกชนิด ทั้งที่มาจากการเพาะเลี้ยงและการจับจากธรรมชาติ พร้อมกำหนดกรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศในด้านการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ การตรวจสอบและกักกัน การออกใบรับรองสุขอนามัย การตรวจสอบย้อนกลับ การแลกเปลี่ยนข้อมูล ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านโรคสัตว์น้ำ และความปลอดภัยอาหาร ซึ่งจะช่วยยกระดับระบบกำกับดูแลของไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และทำให้การผลักดันการเปิดตลาดสัตว์น้ำมีชีวิตชนิดใหม่ของไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดนำเข้าสัตว์น้ำที่สำคัญของโลก ที่มีความต้องการบริโภคสูงและมีศักยภาพทางการค้าสูง การมีพิธีสารฉบับนี้จะช่วยสร้างความชัดเจนด้านข้อกำหนดสุขอนามัย ลดอุปสรรคทางการค้า และเพิ่มโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้เพาะเลี้ยง ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตของไทยให้สามารถขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จครั้งนี้ เป็นผลจากการขับเคลื่อนเชิงนโยบายของกรมประมงที่เดินหน้าเจรจาและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจัดทำกรอบความร่วมมือที่เป็นมาตรฐานร่วมกันได้สำเร็จ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการอำนวยความสะดวกทางการค้าและรองรับการขยายตลาดส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตของไทยในระยะยาว โดยกรมประมงพร้อมดำเนินการตามข้อกำหนดของพิธีสารอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการขึ้นทะเบียนสถานประกอบการ การรับรองระบบสุขอนามัย การเฝ้าระวังโรคสัตว์น้ำ และการออกใบรับรองสุขอนามัย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ประสงค์จะส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคไปยังประเทศจีน ควรเตรียมความพร้อมและศึกษาข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การส่งออกเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ และสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการค้าได้อย่างเต็มศักยภาพ

นอกจากนี้ กรมประมงจะเร่งเดินหน้าผลักดันความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าประมงไทย และยกระดับรายได้ของเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป ภายใต้นโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับภาคการเกษตรไทยด้วยการขยายตลาด เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และผลักดันสินค้าเกษตรและประมงไทยสู่ตลาดโลก…อธิบดีกรมประมง กล่าว

Tags

Related Posts

คุณค่าของวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่ที่การยืนยันความเชื่อของฝ่ายใด หากอยู่ที่กระบวนการซึ่งเปิดเผย ตรวจสอบได้ และพร้อมให้ผู้อื่นพิสูจน์ซ้ำ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน หลักการดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประเมินงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะ ซึ่งผลการศึกษาอาจส่งผลต่อการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจของสังคม และความเชื่อมั่นต่อสถาบันต่างๆ ในหลายกรณี ความเห็นของสังคมอาจเกิดขึ้นและมีข้อสรุปก่อนที่ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะมีข้อมูลเชิงประจักษ์ แต่หน้าที่ของวิทยาศาสตร์ไม่ใช่การยืนยันความเชื่อหรือสร้างความพึงพอใจให้ฝ่ายใด หากแต่เป็นการสร้างองค์ความรู้จากวิธีการที่ตรวจสอบได้ ทำซ้ำได้ และเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญวิพากษ์อย่างเป็นอิสระ ด้วยเหตุนี้ การประเมินงานวิจัยจึงควรเริ่มจากการพิจารณาวิธีการ ไม่ใช่ตัวผู้ให้ทุนหรือผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความเชื่อของเรา ประเด็นแรกที่ควรตรวจสอบคือ กระบวนการทางวิชาการในการวิจัยเป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ มีการอธิบายขั้นตอนอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลและวิธีวิเคราะห์เพียงพอให้ผู้อื่นตรวจสอบหรือทำซ้ำได้หรือไม่ และได้รับการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิก่อนการตีพิมพ์หรือไม่ คำถามเหล่านี้มีความส

31 กรกฎาคม 2569

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า “ชารางแดงเกาะเกร็ด” ผลิตจากใบของต้นรางแดง พืชประจำถิ่นที่เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี โดยนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปและคั่วชาตามภูมิปัญญาของชาวไทยเชื้อสายมอญในเกาะเกร็ดที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน มีการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้ชาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งด้านสี กลิ่น และรสชาติ ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ได้อย่างชัดเจน ความโดดเด่นของ “ชารางแดงเกาะเกร็ด” เกิดจากปัจจัยทางธรรมชาติของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีชั้นดินเหนียวเนื้อละเอียดและดินร่วนซุยที่อุดมด้วยแร่ธาตุจากตะกอนที่น้ำพัดพา ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกตลอดปี แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะประสบปัญหาน้ำท่วมขัง แต่ต้นรางแดงซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นสามารถเจริญเติบโตได้ดี ให้ใบที่มีคุณภาพและกิ่งข้ออวบใหญ่ เมื่อนำมาผ่านกรรมวิธีแปรรูปดั้งเดิม ทั้งการผึ่งอบไล่ความชื้นและคั่วในอุณหภูมิที่เหมาะสม ชงกับน้ำร้อนจะได้ชาสีเหลืองทองถึงสีเหลืองอำพันใส มีกลิ่นหอม รสชาติกลมกล่อม หอมหวานอ่อนๆ ติดปลายลิ้น ไม่ฝ

31 กรกฎาคม 2569

บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด นำโดย นายชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน เตรียมร่วมออกบูธจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอยคำ ภายในงาน “โครงการหลวง 57” ภายใต้แนวคิด “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง : The Blooming Legacy of Royal Flora” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงก่อตั้งมูลนิธิโครงการหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจในการสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวงอย่างต่อเนื่อง โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร ภายในงาน ดอยคำ จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “สืบสานจากพื้นที่สูง ต่อยอดสู่พื้นที่ราบลุ่ม” ซึ่งสะท้อนการสานต่อแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาการเกษตร ด้วยการต่อยอดองค์ความรู้จากการพัฒนาพื้นที่สูง สู่การขยายผลในพื้นที่ราบลุ่ม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการเกษตร สร้างรายได้

31 กรกฎาคม 2569

บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านอาหาร โภชนาการ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ สู่การสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนไทย พร้อมมอบเงินบริจาคจำนวน 1,000,000 บาท จากโครงการ Drink to Share เพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยยากไร้ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมสมชาย สมบูรณ์เจริญ ชั้น 5 อาคารดำรงนิราดูร สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยมี เรืออากาศเอก นายแพทย์สมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ และ นายชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เป็นผู้ลงนามในบันทึกความร่วมมือ ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งบูรณาการองค์ความรู้ด้านการแพทย์ งานวิจัย และวิทยาศาสตร์อาหาร เข้ากับประสบการณ์ของดอยคำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผลผลิตทางการเกษตร เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีข้อมูลทางวิชาการรองรับ รวมถึงส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การพัฒนา

31 กรกฎาคม 2569

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำในหลายด้าน โดยเฉพาะภาวะฝนทิ้งช่วงและเอลนีโญในปีนี้ ได้กำชับให้ สทนช. บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่ง ขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 แบบเชิงรุก เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด  ทั้งนี้ สทนช. ได้นำ ‘9 มาตรการรับมือฤดูฝน’ ที่คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 มาขับเคลื่อนเชิงรุก รับมือกับสภาวะเอลนีโญช่วงปลายปี 2569 จนถึงกลางปี 2570 โดยมุ่งเป้าแก้ปัญหาทั้งความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยแล้งจากฝนทิ้งช่วงไปพร้อมๆ กัน โดยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ นอกจากนี้ รองนายกฯ ยังได้เน้นย้ำ การบูรณาการแบบมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งในระดับพื้นที่และระดับลุ่มน้ำ เพื่อให้การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติด้านน้ำที่มีความไม่แน่นอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและได้ตรงจุดที่สุด

30 กรกฎาคม 2569

กรุงเทพมหานคร เตรียมปรับปรุงอัตราการจัดเก็บภาษีใหม่ ที่ดินประเภทเกษตรกรรม กลุ่มปลูกกล้วย มะนาว มะพร้าว ใจกลางกรุงเทพฯ เตรียมจ่ายเพิ่ม หลังพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ประกาศใช้มาร่วม 7 ปี โดยจะเสนอสภา กทม. ขอปรับเพิ่มอัตราละ 0.02% จากปัจจุบันเสียภาษีในอัตรา 0.01-0.1% จะเป็นในอัตรา 0.03-0.12% หรือจากล้านละ 100 บาท เป็นล้านละ 300 บาท ที่ดินเกษตรกรรมเป็นบุคคลธรรมดา มูลค่า 0-50 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่า 50-125 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.01% เป็น 0.03%มูลค่า 125-150 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.03% เป็น 0.05%มูลค่า 150-550 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.05% เป็น 0.07%มูลค่า 550-1,050 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.07% เป็น 0.09%มูลค่า 1,050 ล้านบาทขึ้นไป จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.1% เป็น 0.12%… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_10335411 ที่ดินเกษตรกรรมเป็นนิติบุคคล มูลค่า 0-75 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.01% เป็น 0.03%มูลค่า 75-100 ล้านบาท จากเดิมเสียภาษีในอัตรา 0.03% เป็น 0.05%มูลค่า 100-500 ล้านบาท จากเดิมเ

28 กรกฎาคม 2569

Update: 2026-07-21
Tags: