ไม่ได้มีเพียงกรุงเทพฯ ที่น้ำท่วม สถานการณ์น้ำต่างจังหวัดเป็นอย่างไรบ้าง?
สถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ เริ่มคลี่คลาย ขณะที่พื้นที่ยังมีน้ำขังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติใน 2-3 วัน แต่สถานการณ์ในพื้นที่ต่างจังหวัดยังคงต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคตะวันตกที่มีฝนตกหนักขึ้น ขณะที่การระบายน้ำจากเขื่อนในภาคตะวันออกจะส่งผลให้ระดับน้ำริมตลิ่งสูงขึ้นได้
วันนี้ (29 กันยายน 2569) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า ยังมีพื้นที่ประสบภัยต่อเนื่อง 29 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีประชาชนได้รับผลกระทบ 940,300 ครัวเรือน หรือ 2,602,309 คน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 23 ราย
โดยพื้นที่ที่ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 14 จังหวัด ได้แก่ ตาก นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว นครนายก ปราจีนบุรี และจังหวัดระนอง
พื้นที่ที่ระดับน้ำทรงตัว 6 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ลพบุรี อ่างทอง นครปฐม ตราด สุรินทร์ รวมถึงกรุงเทพมหานคร
พื้นที่ที่ระดับน้ำลดลง 9 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สมุทรปราการ สระบุรี จันทบุรี ระยอง บุรีรัมย์ นครราชสีมา และจังหวัดนครราชสีมา

สระแก้ว
สถานการณ์น้ำท่วมยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.อรัญประเทศและพื้นที่ใน ต.สระขวัญ ต.บ้านแก้ง อ.เมืองสระแก้ว แม้ระดับน้ำบนถนนสายหลักบางจุดเริ่มลดลงและรถสามารถสัญจรได้มากขึ้น แต่หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร รวมถึงมีการเปิดศูนย์พักพิงรองรับประชาชนที่ต้องอพยพ
ปภ. ระบุว่าสระแก้วมีประชาชนได้รับผลกระทบ 10,564 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 6 ราย และระดับน้ำโดยรวมยังเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ อ.อรัญประเทศยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สมุทรปราการ
สมุทรปราการยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก โดยเฉพาะ อ.บางบ่อ ซึ่งมีน้ำท่วมในหลายชุมชน ขณะที่หมู่บ้านชวนชื่นบางนา กม.29 บ้านเรือนกว่า 700 หลังถูกน้ำท่วมบริเวณชั้น 1 และมีประชาชนบางส่วนต้องอพยพออกจากพื้นที่
ในขณะที่อำเภออื่นเช่น อ.บางเสาธง อ.พระสมุทรเจดีย์ และอ.พระประแดง ถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสาขา รวมถึงน้ำรอระบายในเขตชุมชนและนิคมอุตสาหกรรม
ปภ. ระบุว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบถึง 260,784 ครัวเรือน รายงานผู้เสียชีวิต 8 ราย แม้ระดับน้ำโดยรวมของจังหวัดเริ่มลดลง แต่บางพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูงและการระบายน้ำเป็นไปอย่างช้าๆ

ชลบุรี
ในส่วนของเมืองพัทยาและพื้นที่ อ.บางละมุง ยังคงเผชิญน้ำท่วมจากฝนตกหนัก โดยรายงานในพื้นที่พบระดับน้ำบนถนนประมาณ 50 เซนติเมตรถึง 1 เมตร หลายจุด โดยเฉพาะถนนสายสาม ถนนเลียบทางรถไฟ ถนนสุขุมวิท และพื้นที่พัทยาใต้
ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้ออกหนังสือราชการแจ้งเตือนด่วนที่สุด เนื่องจากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองหลวงรัชดชโลธร (อ.เกาะจันทร์) ใกล้ล้นสปิลเวย์แล้ว ซึ่งมวลน้ำก้อนนี้จะไหลเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำและเข้าซ้ำเติมพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังอยู่เดิมให้วิกฤตยิ่งขึ้น
ปภ. ระบุว่าชลบุรีมีประชาชนได้รับผลกระทบอย่างน้อย 118,723 ครัวเรือน และระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ขณะที่ศูนย์เตือนภัยฯ ยังคงจัดชลบุรีอยู่ในกลุ่มพื้นที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ปทุมธานี
สถานการณ์ยังมีน้ำท่วมขังหลายจุด โดยเฉพาะ ลำลูกกาและแนวถนนพหลโยธิน ล่าสุดบริเวณปากทางลำลูกกามีน้ำสูงประมาณ 20-70 เซนติเมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้บางช่องทาง ขณะที่ถนนลำลูกกาและไสวประชาราษฎร์ยังมีน้ำท่วมขังเช่นกัน
เมื่อวานนี้ (28 กันยายน 2569) ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ (บริเวณสะพานแดง) พุ่งสูงถึง 1.88 เมตร เกินเกณฑ์วิกฤตจนเทศบาลนครรังสิตต้องเปิดสถานะความเสี่ยงอันตรายสูงสุดด้วยการชูธงแดง และระดับน้ำในคลองเปรมประชากรช่วงตำบลหลักหกก็เอ่อล้นตลิ่งแล้วเช่นกัน
ปภ. ระบุว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบ 113,323 ครัวเรือน รายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย และระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ขณะที่ภาครัฐประเมินว่าปทุมธานีมีความเสี่ยงจากน้ำคลองรังสิตล้นและต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง

พระนครศรีอยุธยา
หลังการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มเป็นประมาณ 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่เริ่มมีน้ำท่วมถนนและบางชุมชนถูกตัดขาด ตัวอย่างเช่น ชาวบ้านใน อ.ผักไห่ และ อ.เสนา ต้องรองรับน้ำจากแม่น้ำน้อย บางชุมชนมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1.5-2 เมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือเป็นพาหนะและย้ายขึ้นไปอาศัยอยู่บนชั้นสองของบ้าน
น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยายังเอ่อล้นเข้าท่วมโบราณสถานสำคัญที่อยู่นอกเกาะเมือง เช่น วัดไชยวัฒนาราม และวัดธรรมาราม เจ้าหน้าที่ได้เร่งยกพนังกั้นน้ำสำเร็จรูปและแนวบังเกอร์เพื่อปกป้องโบราณสถานอย่างเร่งด่วน ส่วนชุมชนรอบเกาะเมือง เช่น ตำบลบ้านป้อม และตำบลสำเภาล่ม มีน้ำท่วมสูงแล้ว
ปภ. รายงานว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบอย่างน้อย 28,176 ครัวเรือน รายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ใน 7 อำเภอ โดยระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ขณะที่จังหวัดเตรียมแนวป้องกันน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและติดตามการระบายน้ำอย่างใกล้ชิด

นครปฐม
ในเขตเมืองนครปฐมยังมีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ โดยเฉพาะถนนสายหลัก จุดต่ำ และบริเวณรอบองค์พระปฐมเจดีย์ รวมถึงถนนขวาพระและพื้นที่ชุมชนบางแห่ง เช่นเดียวกับอุโมงค์ลอดทางรถไฟหน้าวัดพระงาม และหน้าศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 ที่มีน้ำท่วมขังสูงจนรถผ่านไม่ได้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ย่านแม็คโคร โรงพยาบาลสนามจันทร์ ระดับน้ำเริ่มแห้งกลับสู่ภาวะปกติแล้ว
ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำท่าจีน อ.บางเลน อ.นครชัยศรี อ.สามพราน ต้องยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เนื่องจากน้ำเหนือไหลบวกน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำท่าจีนล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนและพื้นที่การเกษตรริมน้ำนอกคันกั้นน้ำอย่างรวดเร็ว โดยจุดวัดน้ำ อ.นครชัยศรี และ อ.สามพราน เมื่อวานนี้พุ่งสูงอยู่ในเกณฑ์วิกฤต เกินตลิ่ง 30-80 เซนติเมตร
ปภ. ระบุว่ามีนครปฐมมีประชาชนได้รับผลกระทบอย่างน้อย 10,203 ครัวเรือน และระดับน้ำทรงตัว ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขยังจัดให้นครปฐมเป็นพื้นที่ที่ต้องติดตามฝนตกซ้ำและระดับน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด

จันทบุรี
ฝนตกหนักสะสมส่งผลให้อ่างเก็บน้ำสำคัญหลายแห่ง เช่น อ่างคลองประแกด คลองพระพุทธ คลองหางแมว มีปริมาณน้ำล้นความจุเก็บกัก มวลน้ำป่าก้อนใหญ่จาก อ.เขาคิชฌกูฏ และ อ.มะขาม ได้ไหลหลากลงสู่แม่น้ำจันทบุรี
มีรายงานว่า มวลน้ำไหลบ่าเข้าท่วมสวนทุเรียนและพื้นที่เกษตรกรรมใน อ.ท่าใหม่ เช่นเดียวกันกับพื้นที่ลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำจันทบุรีและชุมชนริมน้ำจันทบูร ในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรีและเทศบาลเมืองจันทนิมิตส่งผลให้โรงเรียนในพื้นที่ เช่น โรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ ประกาศหยุดเรียนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ดี ในช่วงบ่ายวานนี้สถานการณ์เริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มคลี่คลายลง เนื่องจากฝนเริ่มเบาบางลง ประกอบกับจังหวะน้ำทะเลหนุนต่ำ และมีการเดินเครื่องเร่งผลักดันมวลน้ำออกสู่อ่าวไทยผ่านคลองภักดีรำไพอย่างเต็มกำลัง
ล่าสุดสถานการณ์ขยายวงกว้างถึง 9 อำเภอ 35 ตำบล 229 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบอย่างน้อย 9,326 ครัวเรือน รายงานผู้เสียชีวิต 2 รายและบางเส้นทางต้องปิดการจราจร เนื่องจากระดับน้ำสูงและกระแสน้ำไหลเชี่ยว

ฉะเชิงเทรา
ฝนตกหนักต่อเนื่อง บวกกับมวลน้ำเหนือจากจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และน้ำล้นสปิลเวย์จากเขื่อนคลองสียัดรวมถึงเขื่อนคลองระบม ทำให้แม่น้ำบางปะกงและคลองสาขาต้องรับน้ำจนล้นความจุ
พื้นที่รับน้ำและเขตชุมชนริมน้ำ เช่น อ.พนมสารคาม อ.สนามชัยเขต อ.บางน้ำเปรี้ยว และ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับผลกระทบหนัก ระดับน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 50 เซนติเมตร ถึงมากกว่า 1 เมตรในบางจุด ส่งผลให้บ้านเรือน ถนน และพื้นที่เกษตรกรรมจมอยู่ใต้น้ำ
ปัจจุบันเจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และผู้สูงอายุ ออกจากพื้นที่วิกฤตตลอด 24 ชั่วโมง ในขณะที่ระดับน้ำในหลายหมู่บ้านยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังคงรอคอยความช่วยเหลือ หากคุณหรือคนใกล้ชิดกำลังประสบภัย สามารถประสานงานโดยตรงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
- สายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงเพื่อการออพยพและรับความช่วยเหลือเร่งด่วน โทร. 1784 (ปภ.)
- ในกรณีที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือมีภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถติดต่อสายตรงเพื่อขอรถพยาบาลและทีมแพทย์เคลื่อนที่ได้ที่ สายด่วน โทร. 1669 (สพฉ.)
- สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครหากประชาชนต้องการแจ้งเหตุพื้นที่น้ำท่วมขังรอการระบาย สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน โทร. 1555 หรือรายงานผ่านแอปพลิเคชัน Traffy Fondue
- หากพบเหตุอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว เสาไฟล้ม หรือโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าชำรุดเสียหายในเขต กทม. และปริมณฑล ให้รีบโทรแจ้งสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยได้ที่ สายด่วน โทร. 1130 (MEA)
Editor: Thanyawat Ippoodom
You might also like