classicliterature.it.com

เสี่ยงเปราะบาง ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ได้ปรับเพิ่ม

เสี่ยงเปราะบาง ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ได้ปรับเพิ่ม

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ได้ปรับเพิ่มประมาณการส่งออกไทยปี 2569 เป็น 14.3% จากเดิม 9.5% ตามแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยีเป็นสำคัญ

หลังจากมูลค่าส่งออกเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 34,618.7 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 24.3% เร่งขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 21.6% ต่ำกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 24.9%

หากไม่รวมทองคำ มูลค่าการส่งออกจะขยายตัว 20.6% โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจากสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูง

จากบทวิเคราะห์มีการมองไปข้างหน้า พบประเด็นที่ต้องติดตาม ได้แก่

1.การส่งออกที่เติบโตสูงได้รับอานิสงส์หลักจากสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยการส่งออกเดือน ส.ค. ขยายตัวเร่งขึ้น 24.3% จากแรงขับเคลื่อนของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ อาทิ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ ดัชนีการส่งออกล่าสุดเมื่อเทียบกับปีฐาน 2567 พุ่งสู่ระดับ 327 สะท้อนแรงส่งของวัฏจักรเทคโนโลยีขาขึ้นที่ยังเติบโตต่อเนื่อง สอดคล้องกับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม ในหมวดที่เกี่ยวข้องกับสินค้ากลุ่มดังกล่าว ซึ่งแตะระดับสูงถึง 128

อย่างไรก็ดี ภาคการส่งออกและการผลิตกลุ่มอื่น อาทิ กลุ่มยานยนต์ ชิ้นส่วนและกลุ่มวัสดุก่อสร้าง ยังคงทรงตัวและเผชิญแรงกดดัน สะท้อนการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึง และการสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจ (value capturing) ที่มีอยู่อย่างจำกัดจากสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศต่ำ (low local content4)

2.ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุลต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันต่อเสถียรภาพด้านต่างประเทศ แม้ภาคการส่งออกจะเติบโต แต่ภาพรวมของดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account) ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม ยังอยู่ในทิศทางติดลบติดต่อกัน 5 เดือน ปัจจัยหลักจากมูลค่าการนำเข้าที่อยู่ในระดับสูง โดยตั้งแต่ต้นปี (มกราคม-สิงหาคม) การนำเข้าสินค้าทุน (Capital Goods) เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เติบโต 34.7% ตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี

ขณะที่การนำเข้าวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางเพื่อการผลิตส่งออก (Export-oriented5) ขยายตัวถึง 51.3% ประกอบกับไทยต้องเผชิญปัจจัยลบจากรายได้สุทธิด้านบริการที่ติดลบจากปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฟื้นตัวช้า

Krungthai COMPASS จึงประเมินว่าเสถียรภาพด้านต่างประเทศของไทยเสี่ยงประสบกับความเปราะบางมากขึ้น จากปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลต่อตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับปัจจัยลบจากค่าใช้จ่ายเดินทางที่สูงขึ้น

ประกอบกับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงตามความขัดแย้งตะวันออกกลางซึ่งยังไม่คลี่คลาย ซึ่งจะกดดันต้นทุนการนำเข้าพลังงานและกระทบต่อฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดต่อไป

Update: 2026-09-29
Tags: