ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังเจรจาสันติภาพครั้งใหม่ของสหรัฐ-อิหร่าน ยังไม่แน่นอน
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่ม หลังการเจรจาสันติภาพครั้งใหม่ของสหรัฐและอิหร่าน ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่เสนอให้มีการหยุดยิงเป็นเวลา 7 วัน โดยผู้นำสหรัฐ ได้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Axios ว่าเงื่อนไขที่อิหร่านเรียกร้องนั้นอาจเป็นสิ่งที่สหรัฐยอมรับได้ในช่วงปีก่อน แต่ในปัจจุบันอิหร่านได้ประเมินอำนาจต่อรองของตนเองสูงเกินไป
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 28 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 92.60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.19 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 105.28 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่อิหร่านยืนยันว่าจะไม่ผ่อนปรนเงื่อนไขสำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจากข้อเสนอที่มีการส่งให้กับสหรัฐ ส่งผลให้ความพยายามทางการทูตในยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
ตัวเลขการส่งออกน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในเดือน ก.ย. 69 ปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านเริ่มต้นขึ้น โดยปริมาณการส่งออกปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าราว 80% สู่ระดับราว 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยปริมาณการส่งออกดังกล้าวถือว่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยรายเดือนในช่วงปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงก่อนความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น ทั้งนี้การส่งออกที่เพิ่มขึ้นนี้มีขึ้นแม้ท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ปิดตัวลงชั่วคราว หลังซาอุดีอาระเบียได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกน้ำมันบางส่วนออกทางช่องแคบฮอร์มุซแทน
ตลาดผ่อนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังการประชุมระหว่างผู้นำสหรัฐและจีนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสหรัฐและจีนตกลงลดภาษีนำเข้าสินค้าระหว่าง 2 ฝ่าย มูลค่ารวม 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ทั้งสองประเทศตกลงขยายเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน จนถึงวันที่ 10 ม.ค. 70 เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายแก้ไขประเด็นการเจรจาด้านเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงพิจารณาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ต่อไป
