classicliterature.it.com

สภาเดือด! พริษฐ์ ขยี้รายงาน กกต. จี้ใจดำภูมิใจไทย ลูกพรรคแห่โดดป้อง ‘อนุทิน’

สภาเดือด! “แสวง” มาเอง สรุปผลงาน กกต. ปี 67-68 ด้าน “พริษฐ์” ขยี้รายงาน จี้ใจดำภูมิใจไทย บรรดาลูกพรรคดาหน้า ป้อง “อนุทิน”

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 16 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม เข้าสู่วาระพิจารณารับทราบผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ 2567และ 2568 โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. และคณะ มาชี้แจงรายงานผลการดำเนินงาน

นายแสวง กล่าวรายงานว่า ในปีงบประมาณ 2567 กกต. มีผลปฏิบัติงาน ดังนี้ 1.การจัดให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น

2.การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง จัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองที่มีสิทธิ์ ในปี 2567 จำนวน 139 ล้านบาท

และ 3.ปฏิบัติงานเกี่ยวกับกิจการสืบสวนสอบสวนและการเลือกตั้ง มีสำนวนที่ กกต. มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค รวม 95 สำนวน และมีสำนวนที่มีมติดำเนินคดีอาญา ยกคำร้องยุติเรื่อง เลือกตั้งใหม่ 198 สำนวน การดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. และ สว. รวมถึงการเลือกตั้งท้องถิ่น พรรคการเมือง และคดีอื่นๆ 394 คดี

นายแสวง กล่าวต่อว่า ในปี 2568 กกต. มีผลปฏิบัติงาน ดังนี้ ส่งเสริมสนับสนุนพรรคการเมือง จัดสรรเงินสนับสนุนให้พรรคการเมืองผ่านกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 143 ล้านบาท

การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสืบสวนและไต่สวน มีคำร้องสำนวนคัดค้านการเลือกตั้ง 2,541 คำร้อง ประกอบด้วยคดีอาญาจำนวน 1,919 คดี คดีแพ่ง 4 คดี คดีปกครอง 15 คดี รวม 1,938 คดี

การจัดให้มีการเลือกตั้ง อบจ.ที่ครบวาระและการเลือกตั้งท้องถิ่น อบต. 2,462 แห่ง และการเลือกตั้งซ่อม สส. 4 แห่ง

“นั่นคือภาพรวมโดยสังเขปที่เป็นผลการปฏิบัติงานของ กกต. ปี 67 และ68 ปรากฏตามรายงานผลปฏิบัติงาน และพร้อมรับนำข้อเสนอแนะไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงาน กกต.” นายแสวง กล่าว

จากนั้น นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวก่อนอภิปรายว่า “ในที่สุดเราก็ได้เจอกันนะครับ เลขาฯ กกต.” ก่อนกล่าวต่อว่า ส่วนการรับทราบการปฏิบัติงานของ กกต. ตนเห็นว่าภารกิจของ กกต. ในปี 2567 คงหนีไม่พ้นเรื่องการจัดการเลือกสว.ให้สุจริตและเที่ยงธรรม

แต่ท่ามกลางหลักฐานมหาศาลเกี่ยวกับการโกง สว. แต่กกต.มีมติเสียงข้างมากว่า มหากาพย์โกงครั้งนี้มีจำนวนคนที่ กตต. เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงและเห็นควรสั่งฟ้องไปที่ศาลเพียงแค่ 77 คน ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่เสนอให้สั่งฟ้อง 229 คน และน้อยกว่าความเห็นของรองเลขาธิการ กกต. ที่เสนอให้สั่งฟ้อง 140-200 คน

ซึ่งใน 77 คน ประกอบไปด้วย สว. 26 คน และแกนนำพรรคภูมิใจไทย คือ รัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรค เพียงแค่ 1 คนเท่านั้น ซึ่งมติเสียงข้างมากของ กกต. เป็นมติที่ขัดกับหลักการ หลักกฎหมาย และหลักฐานที่ปรากฎต่อสาธารณะและต่อหน่วยงาน กกต. จนเรียกได้ว่าเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมติชอบของ กกต.

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สรุปได้ว่ามติของ กกต. สะท้อนว่าเสียงข้างมากจงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว ได้แก่ ช้างตัวที่ 1 ความเป็นขบวนการโกงสว.ที่ตีกรอบว่า ขบวนการโกงต่างๆ ไม่เกี่ยวกัน ต่างคนต่างโกง

ขัดหลักฐานว่าการโกงทำเป็นขบวนการ มีทั้งโพยใบสั่ง 12 เวอร์ชั่นที่มี สว. 130 กว่าคนอยู่ในโพย เป็นขบวนการเดียวกัน สถิติลงคะแนนระดับประเทศยืนยันมีการแลกคะแนนเป็นขบวนการ และศูนย์ทำโพยที่มีผู้สมัครสว.ไปปรากฏตัวตามโรงแรมต่างๆ ใช้วิทยากรคนเดียวกันวนไปทำหน้าที่ตามที่ต่างๆ

รวมถึงมีการปฐมนิเทศ สว. หลังได้รับเลือก พบว่า วันที่ 21 ก.ค.2567 หลัง 200 สว.ได้รับการรับรองจาก กกต. มีสว.หลายสิบคนไปประชุมที่โรงแรมพูลแมน เพื่อไปปฐมนิเทศ ตกลงจะเลือกใครเป็นประธานและรองประธานวุฒิสภา

ช้างตัวที่ 2 ความเชื่อมโยงไปถึงแกนนำ รัฐมนตรี สส.พรรคภูมิใจไทย แม้ กกต.ปัดตกคำให้การของนายเอกราช ช่างเหลา พยานคดีนี้ แต่หลักฐานที่โยงไปถึงกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แค่คำให้การของนายเอกราช แต่มีหลักฐานอื่นๆ เช่น ประวัติการโทรศัพท์

โดยเฉพาะของนางรัตนา บ่อถ้ำ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวของนายชลัฐ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และยังเป็นเจ้าหน้าที่พรรคภูมิใจไทย จึงสงสัยหากพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวโกงสว. เหตุใดนางรัตนาจึงโทรคุยกับสว.19 คน จำนวน 62 ครั้ง ในช่วงเวลา 80 วัน ที่คาบเกี่ยวกับการเลือกสว.

ทำให้นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงทันทีว่า นายพริษฐ์นำสำนวนที่เป็นความลับการสอบสวนของราชการมาเปิดเผย ขอให้ประธานควบคุมการประชุม ไม่ให้เอาของไม่ชอบ ของเถื่อน มาอภิปรายในสภา แต่นายโสภณวินิจฉัยให้นายพริษฐ์พูดต่อ

โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยเคยออกประกาศไม่ให้ลูกพรรคไปยุ่งเกี่ยวการเลือกสว. แต่การที่ กกต. ยังสั่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นได้ 2 ทาง คือ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เรื่องในการกำชับลูกพรรคไม่ให้ยุ่งเกี่ยวการเลือกสว. 2.นายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยร่วมกันโกงเลือกสว.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นบรรยากาศการประชุมคุกรุ่นขึ้นทันที เมื่อสส.พรรคภูมิใจไทย รุมประท้วงขอให้นายพริษฐ์ถอนคำพูด ขณะที่นายโสภณที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายพริษฐ์ถอนคำพูด เพราะเป็นการกล่าวหานายกฯ เนื่องจาก กกต.วินิจฉัยแล้ว ยืนยันว่านายอนุทินไม่เกี่ยวข้อง จึงไม่สั่งฟ้อง แต่ตนจะไม่ให้ถอนคำพูด แต่ต้องไม่พูดอีก ถ้าพูดจะไม่ให้อภิปราย

ก่อนให้ นายพริษฐ์ อภิปรายต่อว่า ช้างตัว 3 มาตรฐาน กกต. ที่ปีที่แล้วเคยสั่งฟ้องการโกงสว.ไปที่ศาล โดยมีหลักฐานแค่แชตไลน์ของคน 2 คน ที่มีข้อความแลกเปลี่ยนคะแนนกัน แต่ปีนี้ไม่ฟ้องสว.ร้อยกว่าคนที่อยู่ในโพยใบสั่ง มีการแลกคะแนนเป็นระบบ ขัดกับมาตรฐานการสั่งฟ้องในอดีต

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ กกต.ต้องทำมี 4 ข้อ คือ 1.ต้องเปิดเผยมติของ กกต.ทุกคนว่า ใครลงมติว่าอย่างไร 2.กกต.ต้องส่งสำนวนสอบสวน รวมถึงความเห็นอนุกรรมการชุดที่ 26 และความเห็นของนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการกกต. ไปที่ศาลฎีกา

3. ให้ยืนยันว่าจะเดินหน้าสอบคดีโกงสว.ที่ไม่ได้อยู่ในสำนวนนี้ และ 4.หากกระบวนการไต่สวนของศาลฎีกาพบความเชื่อมโยงการโกงสว. มากกว่า 77 คน กกต.ต้องรื้อฟื้นคดีและสั่งฟ้องเพิ่มเติม

ทั้งนี้หากตัดความเห็น 4 กกต.ที่มาจากสว.สีน้ำเงิน จะเห็นว่า กกต. 3 เสียงที่ให้สั่งฟ้องแกนนำภูมิใจไทย และนายอนุทินไปที่ศาลฎีกา

ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่แกนนำภูมิใจไทยและนายอนุทินไม่ถูกสั่งฟ้อง เพราะดุลยพินิจ 4 กกต. ที่มาจากการเลือกของสว.สีน้ำเงิน ใช้ดุลยพินิจเป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา

“หาก กกต.ใช้อำนาจต่างตอบแทนมากกว่าปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา ก็กังวลใจแทน กกต.ว่า ความน่าเชื่อถือของกกต.ในสายตาประชาชน จะเหลือเท่าไรในการกลับมารายงานการปฏิบัติหน้าที่ต่อสภาฯ ในปีหน้า”นายพริษฐ์ กล่าว

Update: 2026-09-16
Tags: