ตำรวจไซเบอร์ เปิดอันดับคดีตามมูลค่าความเสียหาย ที่ผู้สูงอายุถูกหลอกมากที่สุด
ตำรวจไซเบอร์ เปิดอันดับคดีตามมูลค่าความเสียหาย ที่ผู้สูงอายุถูกหลอกมากที่สุด เผยแก๊งมิจฉาชีพ มุ่งเป้าคนวัยเกษียณ 8 เดือนพบยอดความเสียหายพุ่งสูง 3.1 พันล้าน
วันที่ 2 ก.ย.2569 พ.ต.อ.เกรียงไกร พุทไธสง ผกก.กลุ่มงานสนับสนุนทางไซเบอร์ บก.ตอท. เปิดเผยถึงข้อมูลการรับแจ้งความออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 สิงหาคม 2569 ตลอดระยะเวลา 8 เดือน ระบบรับแจ้งความออนไลน์มีรายการรับแจ้งจากประชาชนทุกช่วงอายุรวมประมาณ 221,626 ราย โดยมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11,039 ล้านบาท เมื่อกรองเฉพาะผู้เสียหายที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปพบรายการรับแจ้งจำนวน 17,895 รายการ หรือคิดเป็นประมาณ 8.07% ของรายการรับแจ้งทั้งหมด ว่า
โดยมากผู้สูงอายุจำนวนดังกล่าวกลับมีมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 3,152,075,191.13 บาท หรือประมาณ 3.15 พันล้านบาท คิดเป็นถึง 28.55% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนภาพสำคัญว่า แม้คดีของผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนเพียงประมาณ 8 ใน 100 รายการ แต่เงินที่สูญเสียกลับเป็นยอดความเสียหายคิดเป็นเกือบ 3 ใน 10 บาทของความเสียหายทั้งหมด

จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการทำความเข้าใจภัยออนไลน์ในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะคำถามอาจไม่ใช่เพียงว่า “ผู้สูงอายุถูกหลอกง่ายกว่าคนอื่นหรือไม่” แต่ควรถามต่อว่า “เหตุใดเมื่อผู้สูงอายุถูกหลอก คนร้ายจึงสามารถพาเหยื่อไปถึงจุดที่ยอมโอนเงินหลักแสน หลักล้าน หรือกระทั่งนำเงินเก็บทั้งชีวิตออกมาได้”
พ.ต.อ.เกรียงไกร เปิดเผยอีกว่า หากจัดอันดับคดีตามมูลค่าความเสียหายกับผู้สูงอายุที่พบว่ามีการถูกหลอกมากที่สุด ได้แก่
- หลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ลักษณะการหลอกมักไม่ได้เริ่มด้วยการขอเงินก้อนใหญ่ทันที แต่เริ่มจากการชักชวนให้ “ทดลอง” เปิดบัญชีลงทุน มีโค้ช มีอาจารย์ มีผู้ช่วย มีห้อง LINE มีสมาชิกคนอื่นโชว์ผลกำไร และมีหน้าจอหรือเว็บไซต์ที่แสดงยอดเงินลงทุนในการสร้างแรงจูงใจ
- ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน กลโกงประเภทนี้อาศัย “ความกลัว” มากกว่าความโลภ คนร้ายอาจอ้างว่าเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ค่ายมือถือ ธนาคาร หรือหน่วยงานรัฐ และใช้เรื่องที่คนทั่วไปไม่สามารถตรวจสอบได้ทันที เช่น มีพัสดุผิดกฎหมาย มีบัญชีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน มีบุคคลใช้ชื่อของเหยื่อเปิดซิมโทรศัพท์ มีหมายจับมีเงินผิดกฎหมายไหลผ่านบัญชี จากนั้นจะทำให้เหยื่ออยู่กับสถานการณ์นั้นให้นานที่สุด ไม่ให้วางสาย ไม่ให้เล่าให้ลูกหลานฟัง และพาเข้าสู่ขั้นตอน “ตรวจสอบเงิน” หรือ “พิสูจน์ความบริสุทธิ์”
- หลอกทำงานหารายได้พิเศษ รูปแบบนี้อาจเริ่มจากงานง่าย ๆ เช่น กดไลก์ รีวิวสินค้า ทำภารกิจ หรือรับออเดอร์ช่วงแรกอาจได้รับเงินคืนจริง เพื่อสร้างความรู้สึกว่าเป็นงานที่ทำแล้วได้เงิน จากนั้นภารกิจจะเริ่มมีมูลค่าสูงขึ้น ต้องวางเงิน ต้องสำรองเงิน หรือต้องทำภารกิจต่อเนื่องจึงจะถอนเงินออกได้ เหยื่อจึงไม่ได้รู้สึกว่ากำลัง “โอนให้มิจฉาชีพ” แต่รู้สึกว่ากำลัง ทำงานให้เสร็จเพื่อเอาเงินของตัวเองกลับคืนมา
- หลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัลหรือวัตถุประสงค์อื่น โดยมีพฤติการณ์หลากหลาย ตั้งแต่เงินช่วยเหลือ เงินคืนค่ามิเตอร์ไฟฟ้า,ประปา เงินประกัน เงินรางวัล สิทธิประโยชน์ เช่น สิทธิบำเหน็จบำนาน ไปจนถึงการแอบอ้างหน่วยงานภาครัฐต่างๆ
พ.ต.อ.เกรียงไกร กล่าวอีกว่า ฝากเตือนภัยไปยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มข้าราชการ ,รัฐวิสาหกิจ หรือผู้ที่จะเกษียณจากการทำงานในช่วงเดือนกันยายนนี้ ที่จะได้รับเงินบำเหน็จบำนานก้อนใหญ่ หรือเงินที่สะสมมาตลอดชีวิตในช่วงการทำงาน
ควรเพิ่มความระมัดระวังภัยจากมิจฉาชีพหรือหากมีบุคคลที่ไม่รู้จักติดต่อมาในช่องทางต่างๆ อ้างเตัวป็นตำรวจ ปปง. ธนาคาร ไปรษณีย์ ค่ายโทรศัพท์ หรือหน่วยงานรัฐต่างๆ โดยกล่าวหาว่าเราไปเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ฟอกเงิน ยาเสพติดพัสดุผิดกฎหมาย หมายจับ ซิมโทรศัพท์ผิดกฎหมาย
จากนั้นจะมีการขอให้แอด LINE วิดีโอคอล หรือโอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ไม่ควรดำเนินการต่อ ให้รีบวางสายก่อนทันที จากนั้นโทรหาคนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด เพื่อช่วยตรวจสอบ และหากต้องการตรวจสอบหน่วยงาน ให้ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานนั้นใหม่ด้วยตนเอง ไม่โทรกลับหมายเลขที่คนร้ายให้มา เพื่อควมปลอดภัย และประโยคที่ผู้สูงอายุควรจำคือ ตำรวจตรวจสอบเงินได้ แต่ตำรวจไม่ให้ประชาชนโอนเงินมาให้ตรวจ

ตำรวจไซเบอร์ เปิดอันดับคดีตามมูลค่าความเสียหาย ที่ผู้สูงอายุถูกหลอกมากที่สุด