classicliterature.it.com

ไฟสงคราม..เผาผลาญดีมานด์น้ำมันโลก.!


สถานการณ์เศรษฐกิจและพลังงานโลก กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้ง เมื่อสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) รายงานตัวเลขที่สร้างความสั่นสะเทือน นั่นคือการคาดการณ์ว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงปีนี้ ถือเป็นการหดตัวแบบรายปีครั้งแรกรอบ 6 ปี หรือนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตัวเลขที่ลดลงกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน สะท้อนให้เห็นถึงภาวะชะงักงันของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก

ปมเหตุสำคัญของวิกฤตครั้งนี้ ไม่ได้มาจากโรคระบาดหรือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แต่เกิดจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ กลายเป็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ความขัดแย้งทวีความรุนแรงส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตน้ำมัน

พื้นที่ตะวันออกกลาง ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจสูบฉีดพลังงานของโลก ต้องตกอยู่ในความไม่แน่นอน ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นโดมิโนไปยังภาคธุรกิจ ต้นทุนการขนส่งและภาคการผลิตที่สูงขึ้น บีบให้ผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมต้องลดการใช้พลังงาน

ปัจจัยซ้ำเติมที่ทำให้สถานการณ์วิกฤตหนักขึ้น คือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญสุดในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การหยุดชะงักของการเดินเรือผ่านอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การส่งออกพลังงานหยุดชะงักลงทันที

แม้บางช่วงเวลาจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการขนส่งและการเจรจาหยุดยิงอยู่บ้าง แต่ความเปราะบางของสถานการณ์เด่นชัดขึ้นเมื่อเกิดการเปิดฉากตอบโต้กันรอบใหม่สัปดาห์ที่ผ่านมา การโจมตีร่วมกันทำให้กระบวนการเดินเรือที่กำลังจะกลับมาเป็นปกติต้องชะลอตัวลงอีกครั้ง

นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญจาก IEA ระบุว่า การหดตัวของอุปสงค์ครั้งนี้ มีความเฉพาะเจาะจง โดยกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางประเภทและในภูมิภาค ที่พึ่งพาการนำเข้าสูง สมมติฐานเดิมมองว่า ตลาดจะคลี่คลายตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าจะต้องมีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง

รวมถึงการทยอยเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้การค้าโลกดำเนินต่อไปได้ แต่ความเป็นจริงในปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยความผันผวนและยากที่จะคาดเดาได้อย่างแม่นยำ ความเสี่ยงจากการไม่มีข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนยังเป็นปัจจัยลบที่กดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน

แต่ท่ามกลางวิกฤตก็ยังพอมีมุมมองเชิงบวกจากฝั่งอุปทานพลังงานอยู่บ้าง “โทริล โบโซนี” หัวหน้าฝ่ายตลาดน้ำมันของ IEA ให้ทัศนะน่าสนใจผ่านสื่อต่างประเทศว่า การฟื้นตัวของตลาดน้ำมันโลกครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่เป็นเส้นตรงอย่างที่หลายคนคิด แต่หากมองถึงช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องจนถึงปีหน้า ตลาดอาจเปลี่ยนทิศทางได้ เนื่องจากผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นนอกภูมิภาค ความขัดแย้งกำลังเร่งเพิ่มกำลังผลิตอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อกำลังผลิตใหม่เข้ามาสมทบประกอบกับความต้องการซื้อที่ลดลงจากผลของสงครามก่อนหน้านี้

ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกพลิกกลับเข้าสู่ภาวะ “น้ำมันล้นตลาด” และภาวะน้ำมันส่วนเกินนี้จะช่วยบรรเทาความตึงเครียดด้านราคาที่กดดันเศรษฐกิจโลกมาตลอดทั้งปี และเปิดโอกาสให้ประเทศผู้นำเข้าต่าง ๆ สามารถกลับ มาซื้อน้ำมันเพื่อกักเก็บเป็นสต๊อกสำรอง สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศตนเองอีกครั้ง หลังต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลน บทเรียนจากปี 2569 ย้ำเตือนให้สังคมโลกตระหนักถึงความเสี่ยงของการพึ่งพา พลังงานฟอสซิล และความจำเป็นในการกระจายแหล่งพลังงาน เพื่อลดผลกระทบจากภัยสงครามในอนาคต

Back to top button

Update: 2026-07-13
Tags: