แบงก์ชาติห่วงแรงงาน สัญญาณหยุดกิจการชั่วคราวพุ่ง
แบงก์ชาติส่งสัญญาณห่วงแรงงานกระทบ พบเอกชนแจ้งหยุดกิจการชั่วคราวพุ่ง กลุ่มการค้าและภาคอสังหาริมทรัพย์ขอเลิกกิจการเพิ่มขึ้น
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงาน BOT Monthly Briefing ว่า จากการประเมินการจ้างงานในระบบประกันสังคมอยู่ในระดับทรงตัวเมื่อเทียบจากเดือนก่อน เนื่องจากจากเครื่องชี้อื่น ๆ ของตลาดแรงงานมีความเปราะบางพอสมควร สะท้อนจากจำนวนสถานประกอบการแจ้งหยุดกิจการชั่วคราว ตาม ม.75 ของ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ยังเพิ่มขึ้นตาม โดยกลุ่มที่เผชิญการแข่งขันรุนแรง เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก มีการขอใช้ ม.75 เพิ่มขึ้น
ขณะจำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่สุทธิมีไดนาไมค์ที่ลดลง เนื่องจากการเลิกกิจการเพิ่มขึ้น โดยมาจากการเลิกกิจการของกลุ่มการค้าและอสังหาริมทรัพย์ โดยเป็นประเด็นที่มีความน่ากังวลว่าจะมีผลต่อการจ้างงานในระยะข้างหน้า และในช่วงที่ผ่านมายังพบถึงเงินทุนที่เข้ามาลงทุนเริ่มใช้แรงงานน้อยลงเมื่อเทียบกับทุนที่มีเท่าเดิม ทำให้ตลาดแรงงานยังเปราะบางอยู่
สำหรับการลงทุนภาคเอกชนปรับลดลง 0.3% จากเดือนก่อนหน้า ตามการลงทุนของหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ลดลงเล็กน้อย อุปกรณ์โทรคมนาคม อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องจักรที่ใช้ในงานเฉพาะทาง การก่อสร้างทรงตัว ส่วนหมวดก่อสร้างที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ปรับลดลง แต่การก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้น การลงทุนในยานพาหนะ ยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งปรับเพิ่มขึ้น แต่ยอดจดทะเบียนประเภทอื่น ๆ รวมถึงยอดการนำเข้าเครื่องบิน และเรือ ที่ปรับลดลง
“ภาพรวมทิศทางการลงทุนในอนาคต มีแนวโน้มที่ขยายตัวได้ สะท้อนจากดัชนีการนำเข้าสินค้าทุนเพิ่ม กลุ่มไม่ใช้การผลิตทรงตัวระดับสูงตามการนำเข้าสินค้าทุนของธุรกิจขนส่ง กลุ่มผลิตปรับลดลงบ้างจากการเร่งไปก่อนหน้า แต่การนำเข้าระดับสูง”
ทางด้านภาพรวมการผลิตของภาคอุตสาหกรรมดีขึ้น 0.8% เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากหมวดหลักทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า การผลิตเครื่องปรับอากาศและสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น หมวดปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับยอดขายน้ำมันในประเทศเพิ่มตามราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ปรับลดลง