classicliterature.it.com

ตามัวหลังคลอดจากครรภ์เป็นพิษ จะหายในกี่วัน และต้องระวังอะไรบ้าง | theAsianparent Thailand

อาการตามัวหลังคลอดจากครรภ์เป็นพิษ หรือตาไม่โฟกัสหลังคลอด ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง เมื่อระดับความดันโลหิตเริ่มลดลงสู่เกณฑ์ปกติ1 ในบางรายอาจใช้เวลานานถึง 6 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและการตอบสนองต่อการรักษา1 หากพ้น 48 ชั่วโมงแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัวครึ่งซีก หรือตาบอดชั่วคราว ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะครรภ์เป็นพิษหลังคลอด (Postpartum Preeclampsia) ที่เสี่ยงต่อการชัก รวมถึงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทางระบบประสาทและจอประสาทตา1

สรุปสั้นๆ

  • ตามัวหลังคลอดจากครรภ์เป็นพิษ มักดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง เมื่อความดันลดลง
  • ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 48 ชั่วโมง หรือมีอาการผิดปกติอื่น ต้องพบแพทย์ด่วน
  • ครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ส่งผลต่อหลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมถึงหลอดเลือดที่เลี้ยงตา
  • ความดันโลหิตหลังคลอดยังอาจสูงได้ถึง 6 สัปดาห์ จึงต้องติดตามอาการต่อเนื่อง
  • ห้ามข้ามนัดตรวจหลังคลอดโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะในรายที่เคยเป็นครรภ์เป็นพิษระดับรุนแรง

ครรภ์เป็นพิษ ทำไมถึงทำให้ตามัว?2

หลายคนทราบดีว่า ครรภ์เป็นพิษ ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงและตัวบวม แต่สิ่งที่เชื่อมโยงกับดวงตาโดยตรง คือความดันที่พุ่งสูงจะส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดขนาดเล็กที่ไปเลี้ยงจอประสาทตาและสมองส่วนควบคุมการมองเห็น

เมื่อความดันโลหิตสูงขึ้น หลอดเลือดเหล่านี้จะเกิดการหดเกร็งอย่างรุนแรงและมีของเหลวรั่วซึม ทำให้เกิดภาวะจอประสาทตาผิดปกติจากความดันสูง และในกรณีที่รุนแรง ของเหลวที่สะสมอาจดันจนจอประสาทตาลอกตัว ส่งผลให้ตามัวลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ในรายที่อาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น Eclampsia หรือ HELLP Syndrome อาจเกิดภาวะสมองส่วนท้ายทอยบวมน้ำชั่วคราว ซึ่งกระทบต่อสมองส่วนประมวลผลภาพโดยตรง ทำให้เห็นแสงวาบ ภาพซ้อน ตาพร่ามัว หรือตาบอดชั่วคราวได้

ครรภ์เป็นพิษ อาการทางตาแบบไหนที่ต้องไปพบแพทย์?3

ภาวะครรภ์เป็นพิษส่งผลกระทบต่อระบบการมองเห็นได้ถึง 25–40% โดยไม่ได้มีเพียงแค่อาการ “ตามัว” เท่านั้น แต่ยังมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ที่พบได้ ดังนี้

  • ตามัวหรือตาพร่ามัว: มองเห็นภาพไม่ชัด คล้ายมีหมอกหรือฝ้าบังตา โฟกัสภาพไม่ได้ (เป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุด)
  • เห็นแสงวาบ: มีแสงแลบ แสงระยิบระยับ หรือประกายไฟในตา
  • เห็นจุดมืดหรือจุดบอดในสายตา: มีจุดดำหรือเงาดำบังบางส่วนของภาพ
  • ลานสายตาผิดปกติ / ตาพร่าครึ่งซีก: มองไม่เห็นภาพด้านใดด้านหนึ่ง หรือขอบภาพมืดลง
  • เห็นภาพซ้อน: มองเห็นวัตถุชิ้นเดียวแยกเป็นสองภาพ
  • ตาไวต่อแสงผิดปกติ: สู้แสงไม่ได้ แสบตาเมื่อเจอแสงสว่าง

สำหรับคุณแม่หลังคลอด อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ “ตามัวและตาไม่โฟกัส” ซึ่งมักสัมพันธ์กับระดับความดันโลหิตที่ยังปรับตัวไม่คงที่ในช่วงแรก

ครรภ์เป็นพิษหลังคลอดมีอาการตามัว จะหายเมื่อไหร่?1,4

นี่คือคำถามสำคัญที่คุณแม่หลายคนกังวล ซึ่งระยะเวลาในการฟื้นตัวของการมองเห็นจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของโรค ดังนี้

  1. กรณีทั่วไป (ครรภ์เป็นพิษระดับปานกลาง): ความดันโลหิตมักเริ่มลดลงภายใน 48 ชั่วโมงหลังคลอด อาการตามัวจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามระดับความดันที่ลดลง และมักหายเป็นปกติได้เองภายใน 2–3 วัน
  2. กรณีรุนแรงหรือมีภาวะ HELLP Syndrome: ร่างกายต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าปกติมาก เนื่องจากเป็นภาวะที่อวัยวะหลายระบบเกิดความเสียหายร่วมกัน (ทั้งเม็ดเลือดแดงแตก เอนไซม์ตับสูง และเกล็ดเลือดต่ำ) ซึ่งอาจมีอาการปวดท้องใต้ชายโครงขวา ปวดศีรษะ หรือคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ภาวะนี้อาจเกิดขึ้นได้อย่างเฉียบพลันและทำให้ความดันโลหิตยังคงผันผวน ส่งผลให้อาการตามัวยังไม่หายไปทันที จึงจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจากแพทย์จนกว่าค่าผลเลือดจะกลับมาเป็นปกติและอาการดีขึ้นอย่างปลอดภัย
  3. กรณีเกิดภาวะแทรกซ้อนทางตาหรือสมอง (เช่น Eclampsia หรือ PRES): หากมีอาการชัก จอประสาทตาลอก หรือสมองส่วนรับภาพบวมน้ำ การฟื้นตัวอาจต้องใช้เวลานานขึ้น และจำเป็นต้องได้รับการตรวจติดตามร่วมกับจักษุแพทย์ เพื่อป้องกันความเสียหายถาวรต่อดวงตาและสมอง
  4. กรณีเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): หากความดันโลหิตที่สูงจัดไปขัดขวางการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงสมองส่วนควบคุมการมองเห็น จะทำให้เนื้อเยื่อสมองขาดออกซิเจน เกิดอาการตาบอดเฉียบพลัน ตาพร่าครึ่งซีก หรือมองเห็นภาพซ้อน ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาทันทีเพื่อลดความเสี่ยงต่อความพิการถาวร

สิ่งสำคัญคือแม้จะคลอดแล้ว ภาวะครรภ์เป็นพิษ “ยังไม่หายไปทันที” ความดันโลหิตยังอาจสูงต่อเนื่องได้ถึง 6 สัปดาห์หลังคลอด คุณแม่จึงต้องรับประทานยาลดความดันตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด สังเกตสัญญาณเตือนผิดปกติ และไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

เช็กลิสต์: อาการที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที1,4

ภาวะครรภ์เป็นพิษหลังคลอดสังเกตได้ยาก เพราะคุณแม่หลายคนไม่เคยมีอาการมาก่อนตอนตั้งครรภ์ และมักมุ่งดูแลลูกน้อยจนละเลยความผิดปกติของตัวเอง หากพบอาการเตือนเหล่านี้ ห้ามรอดูอาการที่บ้านเด็ดขาด

  • การมองเห็นผิดปกติ: ตามัว ตาพร่าที่ไม่ดีขึ้นหลัง 48 ชั่วโมง, ตาบอดชั่วคราว, เห็นภาพซ้อน, ตาพร่าครึ่งซีก หรือตาไวต่อแสงจ้าผิดปกติ
  • ปวดศีรษะรุนแรง: ปวดหัวมาก และไม่ทุเลาลงหลังทานยาแก้ปวด
  • ปวดจุกใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่: ปวดแน่นท้องส่วนบนอย่างต่อเนื่อง
  • หายใจลำบาก: เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม (สัญญาณเตือนน้ำท่วมปอด)
  • คลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง
  • ปัสสาวะออกน้อยมากผิดปกติ: หรือปัสสาวะมีสีเข้มจัด
  • ความดันโลหิตสูง: วัดที่บ้านได้ตั้งแต่ 140/90 mmHg ขึ้นไป (และหากสูงเกิน 160/110 mmHg ถือเป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤต)
  • มือ เท้า หรือใบหน้าบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ชัก หมดสติ หรือมีอาการสับสนเฉียบพลัน

อาการหลังคลอดจากครรภ์เป็นพิษ

ความดันโลหิตหลังคลอดกับการดูแลตัวเองที่บ้าน

แพทย์มักให้คุณแม่ที่เป็นครรภ์เป็นพิษซื้อหรือยืมเครื่องวัดความดันไว้ที่บ้าน เพื่อวัดเองในช่วง 1–2 สัปดาห์แรกหลังกลับบ้าน โดยจะแนะนำให้วัดความดันวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น แล้วบันทึกไว้นำมาให้แพทย์ดูในวันนัด

สิ่งที่ช่วยให้อาการทางตาดีขึ้นได้จริง:

  • กินยาลดความดันให้ครบตามที่แพทย์สั่ง อย่าหยุดเองแม้จะรู้สึกดีขึ้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ร่างกายหลังคลอดต้องการการพักฟื้น ดูอาการฟื้นตัวหลังคลอดที่ควรรู้เพิ่มเติม
  • หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด โซเดียมสูงทำให้ความดันขึ้นได้ง่ายกว่า
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ แต่ไม่ต้องดื่มมากเกินจนบวม
  • งดจ้องหน้าจอนาน ๆ ในช่วงที่ตายังมัว เพราะจะทำให้ตาล้าเพิ่มขึ้น

อาการอื่นหลังคลอดที่ตามมาพร้อมครรภ์เป็นพิษ

แม่ที่ผ่านครรภ์เป็นพิษมามักมีอาการอื่น ๆ ควบคู่กัน ไม่ใช่แค่ตามัว หลายคนบอกว่าหลังคลอดแล้วรู้สึก “สมองไม่แล่น” จำอะไรไม่ค่อยได้ ซึ่งอาจมาจากทั้งความอ่อนเพลียหลังคลอด ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง และผลของความดันโลหิตสูงที่กระทบสมองโดยตรง ลองอ่านบทความเรื่องอาการขี้ลืมหลังคลอดดูค่ะ เพราะอาการนี้พบบ่อยมากและมีเหตุผลอธิบายได้ชัดเจน

แม่บางคนยังมีอาการ:

  • ปวดหัวเรื้อรัง โดยเฉพาะในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก
  • ขาและเท้าบวมที่ยังไม่ยุบทันที (ของเหลวส่วนเกินจะค่อย ๆ ถูกขับออกผ่านปัสสาวะ)
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ แม้จะทำกิจกรรมเบา ๆ
  • กังวลและนอนไม่หลับ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความเครียดหลังผ่านประสบการณ์ที่น่ากลัวมา

การดูแลสุขภาพตาและผิวหน้าในช่วงฟื้นตัวหลังคลอด

ขณะที่ตามัวหรือตาพร่า ร่างกายยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูอยู่มาก แม่หลายคนยังกังวลเรื่องผิวหน้าที่เปลี่ยนไปหลังคลอด โดยเฉพาะในรายที่มีครรภ์เป็นพิษซึ่งหลอดเลือดทั่วร่างกายได้รับผลกระทบ ผิวอาจแห้ง หมองคล้ำ หรือมีรอยจากการบวมน้ำ

ถ้าอยากดูแลผิวในช่วงนี้อย่างอ่อนโยน Mama’s Choice Advanced Brightening Serum เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับแม่หลังคลอด เพราะผ่านการทดสอบว่าปลอดภัยสำหรับแม่ให้นม เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย แห้ง หมองคล้ำ และมีปัญหารอยดำ

ตารางเปรียบเทียบ: ตามัวจากครรภ์เป็นพิษ vs ตามัวจากสาเหตุอื่นหลังคลอด

ลักษณะ

ตามัวจากครรภ์เป็นพิษ

ตามัวจากความเพลียหลังคลอด

ตามัวจากสายตาเปลี่ยนระหว่างตั้งครรภ์

เวลาที่เริ่ม ระหว่างตั้งครรภ์หรือหลังคลอดทันที หลังคลอดสัปดาห์แรก อาจเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2–3
อาการร่วม ความดันสูง ปวดหัว บวม ง่วงมาก ไม่มีอาการความดัน ไม่มีอาการอื่น
ความรุนแรง อาจรุนแรงถึงตาบอดชั่วคราว ไม่รุนแรง แค่พร่าเล็กน้อย ไม่รุนแรง
ระยะที่หาย 48 ชั่วโมง–2 สัปดาห์ (ขึ้นกับความดัน) 1–2 สัปดาห์ เมื่อพักพอ หลายเดือนหลังคลอด หรือหยุดให้นม
ต้องพบแพทย์? ใช่ — ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่จำเป็น ถ้าไม่มีอาการอื่น ปรึกษาจักษุแพทย์หลัง 3 เดือน

นัดหลังคลอด ควรถามอะไรบ้าง?

สำหรับแม่ที่มีประวัติครรภ์เป็นพิษ นัดหลังคลอดสำคัญมาก อย่าไปแค่เพื่อเช็กแผล แต่ให้ถามแพทย์เรื่องเหล่านี้ด้วย:

  • ความดันตอนนี้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือยัง
  • ยาลดความดันที่กินอยู่ต้องกินนานแค่ไหน
  • ถ้าตายังมัวอยู่ ต้องพบจักษุแพทย์ไหม
  • ในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป ความเสี่ยงครรภ์เป็นพิษจะสูงแค่ไหน
  • มีการตรวจใดที่ควรทำเพิ่มเติมในระยะยาวไหม เช่น ไต หัวใจ

FAQ: คำถามที่คุณแม่ถามบ่อยเรื่อง ตามัวหลังคลอดจากครรภ์เป็นพิษ

1. ตามัวหลังคลอดจากครรภ์เป็นพิษ จะหายในกี่วัน?

ส่วนใหญ่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมงหลังคลอด เมื่อความดันโลหิตเริ่มลดลง ในกรณีรุนแรงอาจใช้เวลาถึง 1–2 สัปดาห์ ถ้าไม่ดีขึ้นใน 48 ชั่วโมง หรือมีอาการผิดปกติเพิ่ม ต้องรีบกลับไปพบแพทย์

2. คลอดแล้วครรภ์เป็นพิษหายเลยไหม?

ไม่ได้หายทันทีหลังคลอด ความดันโลหิตสูงยังคงเป็นอยู่ได้ถึง 6 สัปดาห์หลังคลอด แพทย์จะให้ยาลดความดันต่อเนื่องและนัดติดตามอย่างสม่ำเสมอ

3. ถ้าตามัวหลังคลอดแต่ไม่ได้เป็นครรภ์เป็นพิษ เกิดจากอะไร?

อาจมาจากความเพลีย การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือสายตาที่เปลี่ยนไประหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน แต่ถ้ามีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วยควรพบแพทย์

4. วัดความดันที่บ้านหลังคลอดควรวัดเวลาไหนและบ่อยแค่ไหน?

แพทย์มักแนะนำให้วัด 2 ครั้งต่อวัน คือเช้าก่อนกินยาและเย็น บันทึกค่าทุกครั้ง ถ้าความดันเกิน 160/110 mmHg ต้องติดต่อแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉินทันที

5. ครรภ์เป็นพิษ ทำให้จอประสาทตาเสียหายถาวรได้ไหม?

ได้ แต่พบน้อย กรณีที่จอประสาทตาลอกหรือมีเลือดออกในตา อาจมีผลกระทบระยะยาว แต่ส่วนใหญ่ถ้าได้รับการรักษาเร็ว การมองเห็นจะฟื้นตัวได้ดี

6. ยาที่ใช้รักษาครรภ์เป็นพิษหลังคลอดปลอดภัยสำหรับแม่ให้นมไหม?

การรับประทานยาเพื่อรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษหลังคลอดจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลและสั่งจ่ายโดยแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยทั่วไป คุณแม่สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติขณะรับประทานยาลดความดันโลหิตที่แพทย์เลือกใช้ แต่เนื่องจากระดับความรุนแรงของโรคและการตอบสนองต่อยาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หากคุณแม่มีภาวะครรภ์เป็นพิษระดับรุนแรง หรือยังมีความดันโลหิตสูงผันผวน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มให้นมบุตร เพื่อให้แพทย์ประเมินความพร้อมและเลือกชนิดยาที่เหมาะสมที่สุด ที่สำคัญคือ ห้ามซื้อยารับประทานเอง ปรับขนาดยา หรือหยุดยาเองโดยเด็ดขาด จนกว่าแพทย์จะมีความเห็นให้ปรับเปลี่ยนการรักษา

7. ครรภ์เป็นพิษ ส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวหลังคลอดไหม?

มีงานวิจัยระบุว่าแม่ที่เคยเป็นครรภ์เป็นพิษมีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไตในระยะยาวสูงกว่าคนทั่วไป จึงควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอแม้หลังคลอดแล้วหลายปี

ครรภ์เป็นพิษหลังคลอด มีอาการ “สมองไม่แล่น” ต่างจากอาการ “ขี้ลืมหลังคลอด” ทั่วไปไหม?5

มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแง่ของสาเหตุและความรุนแรงดังนี้ค่ะ

  • อาการขี้ลืมหลังคลอดทั่วไป (Mommy Brain): เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ความเหนื่อยล้า และการอดนอนจากการเลี้ยงลูก ซึ่งสมองไม่ได้มีความเสียหายทางกายภาพ
  • อาการสมองไม่แล่นจากครรภ์เป็นพิษ: เกิดจากความดันโลหิตที่สูงจัดส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดและระบบประสาทในสมองโดยตรง ทำให้เกิดภาวะสมองบวมน้ำชั่วคราวหรือการไหลเวียนเลือดบกพร่อง ส่งผลให้เกิดอาการสมองตื้อ สมาธิสั้นลง ประมวลผลช้า หรือความจำถดถอยอย่างชัดเจนกว่าปกติ

หากรู้สึกว่ามีอาการสับสนรุนแรง พูดจาติดขัด นึกคำไม่ออก หรืออาการไม่ดีขึ้นตามระยะเวลาพักฟื้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินระบบประสาทและสมองเพิ่มเติม

บทความจากพันธมิตร

แหล่งอ้างอิง

  1. Postpartum preeclampsia, MAYO CLINIC
  2. The eye and visual system in the preeclampsia/eclampsia syndrome: What to expect?, NIH
  3. Ocular Manifestations of Preeclampsia, NIH
  4. Postpartum Preeclampsia, Cleveland Clinic
  5. Attenuated cognitive functioning decades after preeclampsia, American Journal of Obstetrics and Gynecology

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Update: 2026-09-01
Tags: