อธิบดีคพ.แฉ ลอบทิ้งกาก อัพเกรด ทำกากส่าโรงเหล้าอ้างเป็นปุ๋ย แจกฟรี เกษตรกรใช้ เคมีซึมลงดิน สุดอันตราย

อธิบดีคพ.แฉ ลอบทิ้งกาก อัพเกรด ทำกากส่าโรงเหล้าอ้างเป็นปุ๋ย ทำเป็นแจกฟรี เกษตรกรใช้ เคมีซึมลงดิน สุดอันตราย
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการกรมควบคุมมลพิษ ประจำปี พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Smart PCD Smart Environment เสริมพลัง ต้านทุจริต พิทักษ์สิ่งแวดล้อมไทย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 – 29 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ พาลาสโซ่ พัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนผลงานทางวิชาการ นวัตกรรม และร่วมกำหนดทิศทางการปกป้องสิ่งแวดล้อมของประเทศร่วมกัน
ดร.สุรินทร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมได้ขยับขึ้นมาเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งของประเทศแทนที่เรื่องป่าไม้ อันเป็นผลจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม ตนจึงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อน คพ. ให้ก้าวสู่การเป็น “Smart PCD” ด้วยการทำงานแบบ “Work Smart” พัฒนาปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ดียิ่งขึ้นและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ควบคู่กับการสร้างความสุขในการทำงานและการใช้ชีวิตร่วมกัน หรือ “Live Happiness” (Work Hard, Play Hard) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ทั้งนี้ ประเด็นสิ่งแวดล้อมได้ขยับขึ้นมาเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งของประเทศเนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม ทว่าปัจจุบันขบวนการลักลอบจัดการกากของเสียอันตรายได้ยกระดับความซับซ้อนขึ้นอย่างน่ากังวล จากเดิมในยุคที่เป็นการขุดฝังถังสารเคมีหรือเทสารตัวทำละลายลงดินในพื้นที่ตนเองโดยตรง ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่กลลวงยุค ที่นำนวัตกรรมในทางที่ผิดมาใช้อำพรางเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ
จากเดิมที่ต้องเผาทำลายในเตาเผาอุตสาหกรรม แต่มักอาศัยพื้นที่ป่าหรือพื้นที่กว้างใหญ่ เช่น จังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้วในการก่อเหตุ โดยเฉพาะกลโกงเด่น 2 รูปแบบ ได้แก่ “ขบวนการเศษสายไฟบดผสมดินแจกฟรี” ที่นำพลาสติก PVC ที่เหลือจากการแยกทองแดงไปจำหน่าย มาสับและบดละเอียดผสมเข้ากับดินที่ขุดขึ้นมาเพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรฟรี ซึ่งดินที่มีสภาพเป็นกรดจะกัดกร่อนพลาสติก PVC และหากมีการเผาตอซังหลังการเก็บเกี่ยว ความร้อนจะทำให้พลาสติก PVC ละลายปนเปื้อนซึมเข้าสู่ดินและรากพืชผักและสร้างฝุ่นละออง PM 2.5
และ “ขบวนการแจกน้ำปุ๋ยฟรีผสมสารเคมีอันตราย” ที่นำน้ำกากส่าจากโรงงานเอทานอลหรือโรงสุราที่มีกลิ่นเหม็นรุนแรงแต่อ้างว่าเป็นปุ๋ยฟรีไปแอบลักลอบทิ้งตามไร่นา ซ้ำร้ายยังแอบผสมสารตัวทำละลาย (Solvent) สารเคมีอันตรายเพื่อบดบังกลิ่นเหม็น ตบตาการตรวจสอบ ส่งผลให้สารเคมีซึมลงดิน แหล่งน้ำธรรมชาติ สะสมปนเปื้อนในตัวปลา และย้อนกลับมาสู่ร่างกายของประชาชนผ่านระบบห่วงโซ่อาหาร
ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า คพ. จึงมุ่งดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายเพื่อยกระดับบทบาทของหน่วยงาน จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็น “เสือกระดาษ” ให้กลายเป็น “เสือที่มีดาบ มีเขี้ยวเล็บอย่างแท้จริง” ที่สามารถบังคับใช้กฎหมายและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้อย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องสิทธิ์ด้านสิ่งแวดล้อมของประชาชน ทั้งในมิติน้ำ อากาศ และขยะ คพ. ยุคใหม่จึงตั้งเป้าเป็นองค์กรของคนรุ่นใหม่ที่มีพลังในการทำงาน ไม่ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน หรือพร้อมที่จะ “พับแขนเสื้อลงพื้นที่ลุยงานจริงในทุกสถานการณ์” ในการนำนวัตกรรมความรู้และเทคโนโลยีไปต่อยอดพิทักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อประชาชนต่อไป ดร.สุรินทร์ กล่าว