classicliterature.it.com

สมการกลับหัว ‘ยีลด์สหรัฐสูง..ดอลลาร์อ่อน’.!?


ความสัมพันธ์ระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries) กับสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets: EM) กำลังแตกต่างจากรูปแบบเดิมมากสุดรอบกว่า 4 ปี เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ไม่สามารถผลักดันให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ได้เหมือนดั่งเช่นอดีต

ดัชนีพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ของ Bloomberg มีแนวโน้มขาดทุนช่วงไตรมาสนี้ หลังนักลงทุนเทขายพันธบัตรระยะยาว จากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่ดัชนีสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ของ MSCI กำลังมุ่งหน้าสู่การปรับตัวขึ้นรายไตรมาสมากสุดรอบกว่า 1 ปี ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ทั้งสองลดลงสู่ระดับติดลบมากสุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกปี 2565

ปกติเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น สินทรัพย์สกุลดอลลาร์ จะมีความน่าสนใจมากขึ้น เงินทุนจึงมีแนวโน้มไหลกลับเข้าสหรัฐฯ ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า และสร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ ทว่าปีนี้ประเทศตลาดเกิดใหม่ สามารถดึงดูดเงินทุนจากทั่วโลกมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่า รวมถึงกระจายพอร์ตออกจากสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปเงินดอลลาร์

แม้ยีลด์สหรัฐฯ ที่สูงขึ้นตามปกติ ควรลดความน่าสนใจของตลาดเกิดใหม่ แต่ครั้งนี้แรงขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้นเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากความกังวลเกี่ยวกับหนี้และการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ

ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะยีลด์ที่สูงขึ้นจากเศรษฐกิจแข็งแกร่ง หรือ Fed ส่งสัญญาณคุมเข้ม มักเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์ แต่หากยีลด์สูงขึ้นเพราะนักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านการคลัง ผลลัพธ์ต่อเงินดอลลาร์อาจแตกต่างออกไป

นักลงทุนเริ่มคาดการณ์มากขึ้นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจรับมือกับภาระหนี้และการขาดดุลผ่านนโยบายที่มีลักษณะผ่อนคลายและอาจสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ รวมถึงมาตรการอย่างการซื้อคืนพันธบัตร (Bond Buybacks) ซึ่งอาจลดมูลค่าที่แท้จริงของเงินดอลลาร์ในระยะยาว มุมมองดังกล่าวนำไปสู่สิ่งที่ตลาดเรียกว่า Dollar Debasement Trade หรือการลงทุนบนสมมติฐานว่ากำลังซื้อและมูลค่าที่แท้จริงของเงินดอลลาร์มีแนวโน้มถูกกัดกร่อน

เมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายในสกุลดอลลาร์จะมีราคาถูกลงสำหรับประเทศที่ใช้สกุลเงินอื่น ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นอุปสงค์สินค้าโภคภัณฑ์ได้ ผลที่ตามมาคือ สกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เป็นผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์กำลังได้รับแรงหนุน โดยเฉพาะ แอฟริกาใต้ โคลอมเบีย และชิลี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ค่าเงินปรับตัวแข็งค่ามากที่สุดช่วงเดือนนี้

โดย Nick Rees หัวหน้าฝ่ายวิจัยมหภาคของ Monex Europe ระบุว่า กระแส Dollar Debasement ทำให้ตลาดเกิดใหม่ดูน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว ขณะเดียวกันสินค้าโภคภัณฑ์ มีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบหุ้นหรือพันธบัตร และมองว่า หากความกังวลเกี่ยวกับการลดทอนมูลค่าของเงินดอลลาร์เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง สภาพแวดล้อมดังกล่าวจะเป็นปัจจัยบวกต่อสกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ในวงกว้าง นอกเหนือจากแรงหนุนจากการที่นักลงทุนลดการถือครองเงินดอลลาร์หรือสกุลเงินหลักในกลุ่ม G10

ปรากฏการณ์ครั้งนี้ จึงสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในตลาดการเงินโลก เพราะสมการเดิมอย่าง “ยีลด์สหรัฐฯ สูง = ดอลลาร์แข็ง = ค่าเงิน EM อ่อนค่า” อาจไม่ใช่สิ่งที่ทำงานเหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อสาเหตุหลักของยีลด์ที่พุ่งขึ้นรอบนี้ มาจากความกังวลต่อฐานะการคลังและมูลค่าที่แท้จริงของเงินดอลลาร์เป็นหลัก..!!

Back to top button

Update: 2026-08-27
Tags: