“อนุทิน” ยังไม่ตอบลงพื้นที่หรือไม่ สั่ง ศอ.บต. ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ-ส่งทีมดูแลชายแดนใต้
“นายกฯ หนู” ย้ำ เหตุชายแดนใต้สั่งการเจ้าหน้าที่ไปแล้ว ยังไม่ตอบลงพื้นที่หรือไม่ สั่ง ศอ.บต. ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ-ส่งทีมดูแลถึงพื้นที่ชายแดนใต้ เปิดสายด่วน 1880 ติดตามทุกเคสไม่ให้ตกหล่น
เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 23 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ที่ศาลาว่าการจังหวัดน่าน ถึงกรณีเหตุความรุนแรงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังร่วมประชุมกับหน่วยงานความมั่นคงก่อนการเดินทางลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และการแก้ปัญหาอุทกภัยที่ จ.น่าน โดยนายกรัฐมนตรีพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า ได้รับทราบสถานการณ์แล้ว ได้หารือและมีข้อสั่งการไปแล้ว
ส่วนคำถามว่าจะมีการลงพื้นที่ไปด้วยตนเองหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบเพียงว่า “ได้มีการดำเนินการอยู่แล้ว” ผู้สื่อข่าวถามต่อ เป็นห่วงสถานการณ์หรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนที่จะเปิดประตูขึ้นรถออกไปทันที ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางต่อไปที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิด
สั่ง ศอ.บต. ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ-ติดตามทุกเคสไม่ให้ตกหล่น
ทางด้าน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังนายกรัฐมนตรีติดตามและสั่งการด้านความมั่นคงต่อสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ได้กำชับต่อเนื่องถึงการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมอบหมายศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เร่งเข้าช่วยเหลือและเยียวยาทุกกรณี ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ครอบคลุมทั้งผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ครอบครัว กลุ่มเปราะบาง และผู้ได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ
ล่าสุด ศอ.บต. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสื่อสารและให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย โดยนำระบบ Case Management มาใช้ตลอดกระบวนการ มี Case Manager ทั้งในภาพรวมและรายกรณี ทำงานเป็นทีมเดียวกับจังหวัด ตั้งแต่การลงพื้นที่ค้นหาและรับข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ ตรวจสอบสิทธิ ติดตามการเข้าถึงความช่วยเหลือ ไปจนถึงการระบุปัญหาอุปสรรค ผู้รับผิดชอบ และกรอบเวลาที่จะแก้ไขให้แล้วเสร็จ
ขณะนี้ ทีม Rapid Response ระดับจังหวัด 3 ทีมได้ลงพื้นที่แล้ว ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด เพื่อรับข้อมูลสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมประสานกับผู้รับผิดชอบงานเยียวยาและเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด โดยเน้นการทำงานเชิงรุก ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปหาผู้ได้รับผลกระทบ แทนการรอให้ประชาชนเป็นฝ่ายเดินทางมาติดต่อหรือประสานหลายหน่วยงานด้วยตนเอง
อีกทั้ง ศอ.บต. ยังได้เปิด “สายด่วน ศอ.บต. 1880” เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับสิทธิและการช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนโดยตรง ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวสามารถโทรสอบถามและประสานการช่วยเหลือได้ทันที พร้อมเชื่อมข้อมูลเข้าสู่ระบบ Case Management เพื่อติดตามแต่ละกรณีจนได้รับการช่วยเหลือ
นอกจากนี้ จะจัดทำ Dashboard แบบ Real Time เพื่อติดตามสถานะการช่วยเหลือเป็นรายกรณี แบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่
- สีเขียว - ได้รับความช่วยเหลือแล้ว
- สีเหลือง - อยู่ระหว่างดำเนินการ
- สีส้ม - ข้อมูลหรือเอกสารยังไม่ครบ
- สีแดง - ยังเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือ
ทำให้เห็นได้ทันทีว่าเคสใดอยู่ขั้นตอนใด ติดขัดเรื่องอะไร และต้องเร่งแก้ไขจุดใด โดยข้อมูลความคืบหน้าจะนำมาสื่อสารต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบได้
“นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนไม่ควรต้องเป็นฝ่ายวิ่งหาหน่วยงานรัฐ แต่รัฐต้องเป็นฝ่ายเข้าไปหาประชาชน การช่วยเหลือต้องรู้ให้ชัดว่าแต่ละครอบครัวได้รับผลกระทบอย่างไร มีสิทธิได้รับการเยียวยาอะไร เรื่องอยู่ในขั้นตอนไหน ติดขัดตรงไหน ใครเป็นผู้รับผิดชอบและจะสามารถแก้ไขให้แล้วเสร็จเมื่อใด เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนจริงและเร็วที่สุด”
ทั้งนี้ การดูแลจะครอบคลุมตั้งแต่การรักษาพยาบาลและฟื้นฟูผู้ได้รับบาดเจ็บ การดูแลครอบครัวและสภาพจิตใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก สตรี และกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนความเสียหายต่อบ้านเรือน ทรัพย์สิน ร้านค้า และการประกอบอาชีพ