classicliterature.it.com

จิตแพทย์โพสต์ข้อคิดสุดท้ายจาก เรย์ แมคโดนัลด์ "วันที่โกรธ แต่ยังเลือกให้เกียรติ"

จิตแพทย์โพสต์ข้อคิดบทเรียนสุดท้ายจาก เรย์ แมคโดนัลด์ วันที่โกรธกับเบนซ์ The Gaijin Trips แต่ยังเลือกให้เกียรติกัน

นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์จิตแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ อุบลราชธานี โพสต์ข้อคิดจาก เรย์ แมคโดนัลด์ ผ่านเพจเฟชบุ๊ก “คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา” ถึงบทเรียนจากรายการเร่ร่อนตอนที่เรได้เดินทางท่องเที่ยวกับเบนซ์ The Gaijin Trips ว่า

“วันที่โกรธกัน แต่ยังเลือกให้เกียรติกัน
บทเรียนสุดท้ายที่ผมนึกถึงจาก เรย์ แมคโดนัลด์”

ข่าวการจากไปของ เรย์ แมคโดนัลด์ สร้างความตกใจให้กับคนจำนวนมาก รวมถึงหมอด้วยครับ และเพื่อเป็นการอำลา หมอไม่ได้อยากพูดถึงผลงานที่โด่งดังที่สุดของพี่เรย์ แต่อยากหยิบเหตุการณ์เล็ก ๆเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมา เพราะบางครั้งเราอาจรู้จักตัวตนของคนคนหนึ่งได้ดีที่สุด ไม่ใช่จากวันที่ทุกอย่างราบรื่น แต่จากวันที่เขาโกรธ วันที่เขาน้อยใจ และวันที่เขามีโอกาสทำร้ายอีกคนกลับ แต่เลือกไม่ทำครับ

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางกับเบนซ์ The Gaijin Trips เมื่อความไม่เข้าใจจากเรื่องเล็ก ๆตั้งแต่แผนการเดินทางไปจนถึงเรื่องอาหารค่อย ๆ สะสม จนภายหลังถูกหยอกกันว่า “ทะเลาะกันเพราะลาบ” แต่เบื้องหลังเรื่องลาบนั้นอาจเป็นเรื่องธรรมดาของความสัมพันธ์มากกว่า คือคนสองคน คิดไม่เหมือนกัน ต้องการไม่เหมือนกัน และสื่อสารกันไม่มากพอครับ

สิ่งที่หมอประทับใจคือ ในช่วงที่กำลังโกรธ พี่เรย์เลือกที่จะไม่ถ่ายเหตุการณ์ทะเลาะกันเอาไว้ เพราะเขามองว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่าย ซึ่งถ้ามองในฐานะคนทำสื่อถือว่าน่าสนใจมาก เพราะความขัดแย้งคือ คอนเทนต์ชั้นยอด แต่พี่เรย์กลับเลือกวางกล้องลง ราวกับกำลังบอกว่า “แม้ตอนนี้ฉันจะโกรธเธอ แต่ความโกรธของฉันไม่ได้ให้สิทธิฉันทำลายศักดิ์ศรีของเธอ”

ในทางจิตวิทยา นี่คือหัวใจของ ”การกำกับอารมณ์“ (Emotion Regulation) เลยนะครับ มันไม่ได้หมายถึง “การไม่โกรธ” เพราะคนที่มีวุฒิภาวะก็โกรธ หงุดหงิด และน้อยใจได้เหมือนทุกคน แต่เขาต่างที่สามารถสร้างช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่าง “ฉันกำลังรู้สึกอะไร” กับ “ฉันจะทำอะไรต่อ” และบางครั้งช่องว่างไม่กี่วินาทีนั้นเองที่ช่วยปกป้องความสัมพันธ์จากการกระทำที่เราต้องเสียใจภายหลังครับ

นพ.เจษฎา ทองเถาว์

หลังจากนั้นพี่เรย์เลือกที่จะคุยกันตรง ๆ พูดถึงสิ่งที่สะสมอยู่ข้างใน และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้พูดมุมของตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดทางจิตวิทยาอีกข้อที่เรียกว่า ”Rupture and Repair“ หรือ “รอยร้าวและการซ่อมแซมความสัมพันธ์” เพราะความสัมพันธ์ที่ดีไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ไม่เคยแตกร้าว แต่คือความสัมพันธ์ที่เมื่อเกิดรอยร้าวแล้ว คนสองคนยังสามารถกลับมา ฟังกัน เข้าใจกัน และซ่อมสิ่งที่เสียหายได้ครับ

และภาพที่หมอชอบที่สุดนั้น ก็เกิดขึ้นในช่วงท้ายครับ เมื่อเบนซ์เดินเข้ามาลาและแสดงความเคารพ แม้ระหว่างทั้งคู่ยังมีความตึงเหลืออยู่ แต่พี่เรย์ก็มองกลับไปด้วยสายตาที่อ่อนลง เพราะบางครั้งการซ่อมความสัมพันธ์ไม่ได้ต้องการสุนทรพจน์ยาว ๆ แค่สายตาที่ไม่แข็งเหมือนเดิม น้ำเสียงที่อ่อนลง หรือการตอบรับเมื่ออีกฝ่ายเดินกลับเข้ามาหา ก็เพียงพอที่จะบอกว่า “เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่นะ”

บางทีวุฒิภาวะทางอารมณ์ก็ไม่ได้วัดจากว่า “เราโกรธยากแค่ไหน” แต่วัดจากว่า “เมื่อเราโกรธแล้ว เราทำอะไรกับความโกรธนั้น” เราใช้มันทำให้อีกฝ่ายอับอาย ใช้คำพูดเพื่อเอาชนะ หรือสามารถพูดให้เขาเข้าใจว่าเรากำลังเจ็บตรงไหน และเมื่อความโกรธหมดหน้าที่ของมันแล้ว เรายอมวางมันลงได้หรือไม่ครับ

เมื่อคนคนหนึ่งจากไป สิ่งที่เหลืออยู่จึงอาจไม่ใช่แค่หนัง รายการ หรือภาพถ่ายของเขา แต่ยังรวมถึง วิธีที่เขาเคยปฏิบัติต่อมนุษย์อีกคนหนึ่ง ในวันที่อารมณ์ไม่ดีที่สุดของตัวเอง

ขอบคุณสำหรับการเดินทางครับพี่เรย์
และขอบคุณสำหรับบทเรียนเล็ก ๆ เรื่องการเป็นมนุษย์ที่วันนี้กลับมีความหมายมากกว่าที่เคย

แด่ลุงผู้จากไปที่ชื่อเรย์ แมคโดนัลด์

Update: 2026-08-20
Tags: