classicliterature.it.com

สีน้ำเงินจนตรอก กกต. จนมุม 'เตี้ยอุ้มค่อม' ระบอบหน้าด้าน

สิ้นเดือนสิงหาคมนี้อุณหภูมิการเมืองและสถานการณ์บ้านเมืองเราจะเดินมาถึงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอีกครั้ง อันเนื่องมาจากคำประกาศเชิงสัญญาประชาคมจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ระบุว่า กกต. จะลงมติคดีข้อกล่าวหาฮั้ว (โกง) สว. หลังยืดเยื้อมากว่าสองปี

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวประเมินกันว่าผลการลงมติมีความเป็นไปได้สามทาง คือ 

1. สั่งฟ้องต่อศาลฎีกาทั้ง 229 คน (138 คนเป็น สว., 91 คน เป็นนักการเมืองและคนในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย) ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 อันประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ กกต. และดีเอสไอ ซึ่งใช้เวลาสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานนานเกือบหนึ่งปี

2. ยกฟ้องทั้ง 229 คน ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 36  ซึ่งการกลับมติดังกล่าวก็พิจารณาจากสำนวนของคณะอนุฯ ชุดที่ 26 นั่นเอง

3. สั่งฟ้องบางส่วนและยกฟ้องบางส่วน

ในสามทางเลือก เดิมทางเลือกที่สองมีน้ำหนักมากที่สุด เพราะสื่อและนักวิเคราะห์ทางการเมืองตีความจากสัญญาณการตั้งคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ขึ้นมากลั่นกรองความเห็นของคณะอนุฯ ชุดที่ 26 ก่อนจะใช้เวลาประชุมไม่กี่ครั้ง กลับมติให้ยกฟ้องทั้ง 229 คนดังกล่าว

ทว่า หลังจาก ‘ยิ่งชีพ อัชฌานนท์’ ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และ ‘พริษฐ์ วัชรสินธุ์’ จากพรรคประชาชน ร่วมกันเปิดโปงข้อมูลพยานหลัก พยานบุคคล เส้นทางการเงิน ข้อพิรุธต่างๆ จากการลงคะแนนในรอบระดับประเทศอย่างต่อเนื่องในห้วงสองเดือนสุดท้ายก่อน กกต. ชุดใหญ่จะลงมติ ช่วยปลุกกระแสสังคมกดดัน กกต. อย่างหนัก

โดยเฉพาะหลักฐานใหม่ล่าสุดที่ว่าด้วยเส้นทางการเงินที่มีหลักฐานถึงขั้นระบุชื่อตัวบุคคล คนรับเป็นเจ้าหน้าที่ กกต. คนให้เป็นคนใกล้ชิดนักการเมืองพรรคสีน้ำเงิน แม้กรณีนี้ กกต. จะชี้แจงว่ามีการลงโทษเจ้าหน้าที่ไปแล้วและยืนยันว่าเป็นกรณีการเลือก สส. ไม่เกี่ยวกับการเลือก สว.

แต่คำชี้แจงดูจะยิ่งกลายเป็น ‘ลิงแก้แห’ ด้วยไทม์ไลน์การโอนเงิน คาบเกี่ยวกับช่วงการเลือก สว. มากกว่า สส. หนักไปกว่านั้น กกต. ยังส่อพิรุธ เพราะไม่ดำเนืนคดีอาญากับ ‘คนให้สินบน’ ต่อเจ้าหน้าที่ กกต. ทั้งๆ ที่มีหลักฐานชัด

ส่วนกรณีพยานบุคคล แม้ในทางกฎหมายหลายคนมองว่าอาจมีน้ำหนักน้อย แต่คำให้การของพยานบอกเล่าเหตุการณ์และเรื่องราวอย่างแม่นยำ กล้าระบุชื่อคนที่ชักชวนให้ร่วมขบวนการฮั้ว (โกง) บางคนมีคลิปที่แอบบันทึกเสียงการประชุม ซึ่งมีการอ้างต่อผู้เข้าร่วมประชุมด้วยว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาทำอะไร เพราะเป็นการทำ ‘เพื่อข้างบน’

จากพยานหลักฐานเท่าที่ไล่เรียงมา หากย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับคดีที่ กกต. เคยสั่งฟ้องต่อศาลฎีกา และศาลพิพากษาว่าผิด ตัดสิทธิ์สมัครเลือกตั้ง 10 ปีมาแล้วสองคดี คือ ผู้สมัคร สว. ที่จังหวัดชลบุรีและจังหวัดปทุมธานี ทั้งๆ ที่เป็นการจับคู่แลกคะแนน โดยไม่พบหลักฐานการให้เงินให้ทองแก่กันและกัน

ถ้าหาก กกต. จะยกฟ้องทั้ง 229 คนที่มีพยานหลักฐานการกระทำผิดหนักหนาสาหัสกว่า ก็เท่ากับดูถูกสติปัญญา ปรามาสอารมณ์ผู้คนในสังคมราวกับไม่เห็นหัว

อย่าลืมว่าเครดิตความน่าเชื่อถือของ กกต. ตกต่ำมาก่อนหน้านี้หลายวาระแล้ว จากการเซาะกร่อนบ่อนทำลายตัวเอง เช่น กรณีจัดการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ก.พ. 2569 ที่ถูกกล่าวหาว่า ‘ไม่โปร่งใส’ มีพิรุธการนับคะแนนหลายหน่วย และที่เป็นประเด็นให้เคลือบแคลงมากที่สุด คือ การพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่อาจขัดข้อกฎหมายทำให้การลงคะแนนเลือกตั้ง ‘ไม่เป็นไปโดยลับ’ (คดีอยู่ระหว่างศาลพิจารณา)

อีกประเด็นที่สำคัญไม่น้อยต่อความน่าเชื่อถือของ กกต. ชุดนี้คือ ‘ที่มา’ เพราะสี่ในเจ็ดคนมาจากการโหวตของ สว. ชุดที่ถูกตั้งข้อหาว่าฮั้ว (โกง) สังคมจึงตั้งข้อสงสัยและไม่ไว้ใจว่า การพิจารณาลงมติใดๆ จะเป็นไปโดยไม่เกรงอกเกรงใจใครหรือไม่

สภาพของ กกต. วันนี้จึงไม่ต่างอะไรกับคำว่า ‘จนมุม’ ทั้งด้วยพยานหลักฐาน, ที่มาอันชวนไม่น่าไว้ใจ, ผลงาน (งามหน้า?) ในอดีตหมาดๆ

กล่าวสำหรับรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทย แม้นายกฯ อนุทินและคนของพรรคหลายคนจะออกตัวยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องอะไรคดีฮั้ว (โกง) สว.  แต่พูดปากเปียกปากแฉะแค่ไหนคงไม่มีใครเชื่อ ด้วยประจักษ์พยานหลักฐานมากมายที่ปรากฏต่อสาธารณะ เช่น คลิปเสียงของนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ และอดีต สส. นครพนม พูดบนเวทีงานเลี้ยงแสดงความยินดีกับ สว. จังหวัดนครพนม บอกว่า สว. ทั้งสามคน เป็น ‘สว.สีน้ำเงิน’

แต่หมัดเด็ดที่อาจถึงขั้นน็อก ‘พรรคสีน้ำเงิน’ คามุม คือหลักฐานที่คณะอนุฯชุดที่ 26 รวบรวมจนมีความเห็นสั่งฟ้องทั้ง 229 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีนายอนุทิน รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้หลายคน รวมทั้งนายเนวิน ผู้นำจิตวิญญาณพรรคด้วย

นอกจากมรสุมลูกดังกล่าวแล้ว นาวาพรรคสีน้ำเงินยังโคลงเคลง จะคว่ำมิคว่ำแหล่ จากมรสุมหนักๆ อีกหลายลูก ไล่ตั้งแต่โกงสอบข้าราชการท้องถิ่นครั้งมโหฬาร แม้ผลการสอบล่าสุดจะถูกจำกัดวงแค่ข้าราชการ แต่ด้วยขนาดความเสียหายและขบวนการที่ใหญ่โต บวกกับแรกๆ ที่ประเด็นนี้ถูกตีแผ่ มีคลิปเสียงพาดพิงอ้างชื่อ รมต. สีน้ำเงินคนหนึ่งอยู่เบื้องหลัง แถมในอดีตที่เคยเกิดปัญหาทุจริตสอบเข้า รร.นายอำเภอ ก็เป็นช่วงที่คนของพรรคมีอำนาจกำกับกระทรวงมหาดไทย

‘ชื่อเสีย’ ในอดีต บวกกับเสียงครหาในปัจจุบัน ยากยิ่งนักจะทำให้สังคมเชื่อว่า ‘พรรคสีน้ำเงิน’ ไม่เกี่ยวข้องด้วย

คำพูดเอาเท่ ‘ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม’ ที่นายกฯอนุทินและ รมว.มหาดไทย ลั่นขึงขังหวังเสียงปรบมือ เมื่อถูกถามความรับผิดชอบในเรื่องนี้ ไม่ต่างอะไรกับ ‘การพล่าม’ เพราะขาดความน่าเชื่อถือ สำเร็จความใคร่ทางจริยธรรมผ่านวาจา (ที่ตัวเองเคยสั่งสอนลูกพรรคในวันหลังชนะเลือกตั้งใหม่ๆ ว่าให้ยึดถือจริยธรรมเป็นเรื่องสำคัญสุด) หนำซ้ำถูกตั้งคำถามย้อนกลับ เป็น รมต. มหาดไทยมากี่สมัย ใยนอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น ปล่อยปละละเลยมานมนาน

ถ้าจะมีปรับ ครม. เอาเข้าจริงๆ คนที่อยู่ในลิสต์ลำดับต้นๆ คือนายอนุทิน รมว.มหาดไทยนี่เอง

นอกจากนี้ยังมีมรสุมลูกเก่าที่แม้ผ่านไปแล้ว แต่ซากความเสียหายยังตำตา ขณะที่ผลการสอบสวนหาคนผิดไร้วี่แวว  คือกรณีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน

มรสุมแห่งยุคสมัยของการอวดอ้างเทคโนโลยีเอไอว่าด้วยโครงการ TH-AI Passport ที่ส่อเค้าล็อกสเปกและทีโออาร์เอื้อเฉพาะกลุ่ม-ไม่คุ้มเงินลงทุน

ต่างๆ เหล่านี้ ถ้าไม่มีปาฏิหาริย์และฟ้าประทานความช่วยเหลือ สีน้ำเงินกำลังเข้าโหมด ‘จนตรอก’ ขณะที่ กกต. เข้าโหมด ‘จนมุม’

หากต่างทำตัวเป็น ‘เตี้ยอุ้มค่อม’ ช่วยเหลือคุ้มครองกันไปมา ไม่ปล่อยวางให้ทุกอย่างเดินตามที่นายกฯ อนุทินลั่นวาจา ‘ปิดชื่อถือพฤติกรรม’ ระบอบหน้าด้านที่ว่าแข็งแกร่งด้วยคติพจน์ ‘ด้านได้ อายอด’ จะบีบให้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจกับภาวะ ‘จนตรอก’ จัดการกับความไม่ถูกต้องในบ้านเมือง

หากเป็นเช่นนี้ บางทีอาจถึงเวลา มีใครจุดไม้ขีดไฟก้านแรกปลุกกระแส ‘ความโกรธจนตัวสั่น’ ลงถนนเพื่อการเปลี่ยนแปลง เฉกเช่น เนปาลโมเดล บังกลาเทศโมเดล อินเดียโมเดล ที่เพิ่งผ่านไปไม่นาน

อย่าเอาเท้าเหยียบหน้าประชาชนจนเกินไป

My Voice ประทีป คงสิบ ภูมิใจไทย สมาชิกวุฒิสภา สว.สีน้ำเงิน อนุทิน ชาญวีรกูล ฮั้วสว. โกง สว.

Update: 2026-08-18
Tags: