classicliterature.it.com

ถอดรหัส ลมใต้ปีกสีน้ำเงิน จัดทัพราชการ ปูทาง ‘ภูมิใจไทย’ อยู่ยาว

คอลัมน์ : Politics policy people forum

นาทีนี้อาณาจักรสีน้ำเงินกำลังวางรากฐานอำนาจให้แข็งแกร่ง ยิ่งกว่าแกร่ง

ครอบคลุมทุกกลไกอำนาจ ตั้งแต่กุมอำนาจฝ่ายบริหาร ในฐานะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีเสียงข้างมากที่สุดในฝ่ายนิติบัญญัติ 191 เสียง ตั้งรัฐบาลทะลุ 290 เสียงได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ 2560 

ในสภาสูง – วุฒิสภา มีกลไก สว.สีน้ำเงิน กว่า 150 ชีวิต นอกจากทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ยังมีภารกิจ “คุมต้นทาง” ในการคัดองค์กรอิสระ 

ในฝั่งองค์กรอิสระ อาณาจักรสีน้ำเงินส่งตัวแทนลงไปเป็นกรรมการ ในองค์กรสำคัญ ๆ เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีส่วนตัดสินคดีสำคัญ ๆ ทางการเมือง

ขณะที่รากใหญ่ที่สำคัญในการขับเคลื่อนบริหารราชการแผ่นดิน อย่าง “ข้าราชการ” อาณาจักรสีน้ำเงินได้ เพาะบ่มข้าราชการไว้เสริมอำนาจ ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสำนัก นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี ปลัดกระทรวง ในทุกจุดยุทธศาสตร์ ในหลายกระทรวง เช่น กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม 

และข้าราชการเหล่านี้ล้วนมีอายุราชการมากกว่าอายุรัฐบาล 4 ปี แน่นอนว่าย่อมเป็น “กลไก” ลมใต้ปีก อุ้มให้อาณาจักรสีน้ำเงินฝ่าด่านการเมืองเข้าสู่อำนาจได้อีกในวันข้างหน้า 

ดังนั้น อาณาจักรสีน้ำเงินที่แปะโลโก้พรรคภูมิใจไทยในเวลานี้จึงมีฐานรองอำนาจครบเครื่อง ทั้งโครงสร้างอำนาจ

วางเกมราชการอยู่ยาว 

พลิกรายชื่อ “บิ๊กราชการ” ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นฐานการเมืองในระยะยาว 

ในด้านความมั่นคง รัฐบาลภูมิใจไทยได้อนุมัติผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนใหม่ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนที่ 16 ต่อจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ โดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มีนายอนุทินเป็นประธาน ได้มีมติเอกฉันท์ 12-0  และในวันที่ 24 กรกฎาคม ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.สำราญเป็น ผบ.ตร.ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ทำให้ พล.ต.อ.สำราญเป็น ผบ.ตร.ที่มีอายุราชการเหลือยาวนานที่สุด จนถึงปี 2576

แต่งตั้ง “ปิยะศิริ วัฒนวรางกูร”เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ให้มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม  โดยเหลืออายุราชการอีก 8 ปี ซึ่งจะเกษียณอายุปี 2577 

ส่วนฝ่ายปกครอง ปลัดกระทรวงมหาดไทย คือ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ มือขวาของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ในกระทรวงมหาดไทย โดยมีอายุราชการยาวถึง 2574 หรืออีก 5 ปี แม้อรรษิษฐ์ไม่ได้เติบโตจากข้าราชการกลุ่มสีน้ำเงิน แต่ก็เป็นคนหนึ่งที่ “อนุทิน” ให้ความไว้วางใจ 

ภูมิใจไทย

ในระนาบปลัดกระทรวง C11 กระทรวงอื่น ๆ เช่น กระทรวงคมนาคม อันเป็นหัวใจสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ครั้งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการตั้ง “ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล” จากอธิบดีกรมทางหลวง อายุ 50 ปี ให้มานั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงคนใหม่ โดย “ปิยพงษ์” เป็นเด็กปั้นในกระทรวงคมนาคม ยุค “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เป็นเจ้ากระทรวง และยังใกล้ชิดกับ “สราวุธ ทรงศิวิไล” ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีตอธิบดีกรมทางหลวง 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์” ขยับจากอธิบดีกรมวิชาการเกษตร มาเป็นปลัดกระทรวงเกษตรฯ โดยเหลืออายุราชการอีก 7 ปี 

กระทรวงพาณิชย์ “พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์” ขยับจากอธิบดีกรมธุรกิจการค้า มานั่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยเหลืออายุราชการ 3 ปี

“พัชร อนันตศิลป์” ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ปะ ฉะ ดะ ฝ่ายค้าน ปมโครงการ TH:AI Passport เหลืออายุราชการ 5 ปี  

ขณะที่หน่วยงานด้านเศรษฐกิจสำคัญ “ดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เหลืออายุราชการ 4 ปี 

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาการแต่งตั้ง-โยกย้ายที่สำคัญเนื่องจากมีการเกษียณอายุราชการ นับจากนี้ อาทิ กระทรวงการคลัง ว่าง 5 ตำแหน่ง  ได้แก่  อธิบดีกรมสรรพากร, อธิบดีกรมธนารักษ์,  รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านทรัพย์สิน ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.)  ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง 

กระทรวงมหาดไทย มีผู้บริหารระดับสูงเกษียณอายุกว่า 18 ตำแหน่ง แบ่งเป็นรองปลัดกระทรวง 1 คน ระดับอธิบดี 2 คน คือ  อธิบดีกรมที่ดิน และอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง และในกรุผู้ตรวจราชการอีก 2 ราย และยังมีผู้ว่าราชการจังหวัด 13 คน

เส้นทางหลังเกษียณ 

ข้าราชการสายสีน้ำเงินที่เติบโตในกระทรวงยุคที่พรรคภูมิใจไทยกำกับดูแล ไม่เพียงมีเส้นทางราชการที่ปูทางจนถึงระดับอธิบดี และปลัดกระทรวงเท่านั้น แต่เมื่อเกษียณอายุราชการยังมีโอกาสได้รับตำแหน่งสำคัญในโครงสร้างการเมือง 

ตัวอย่างเช่น มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในอดีต “มงคล” เคยเป็นผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ก่อนจะขยับเข้าไลน์อำนาจ เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และขยับเป็นอธิบดีกรมการปกครอง เคยถึงขั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อนุมัติให้เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ด้วยความที่เผชิญแรงเสียดทานเรื่องความเหมาะสม-อาวุโส ในการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง “มงคล” จึงถอนตัว แต่วันนี้ “มงคล” นั่งเก้าอี้ประธานวุฒิสภา 

สราวุธ ทรงศิวิไล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อดีตอธิบดีกรมทางหลวง ในยุคที่มีศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็น รมว.คมนาคม ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสายตรงของอำนาจการเมืองสีน้ำเงิน 

ณรงค์ รักร้อย กรรมการ กกต. เคยเป็นอดีตผู้ว่าฯ อุทัยธานี, ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร จากการที่เคยอยู่ จ.อุทัยธานี จึงถูกมองว่าใกล้ชิดกับ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” บ้านใหญ่การเมืองในพรรคภูมิใจไทย และที่สำคัญคือ “สวนกุหลาบคอนเน็กชั่น”  

พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้ามารับราชการในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ตั้งแต่ปี 2540 ในตำแหน่งสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ก่อนจะเติบโตมาเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และถูกแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ปัจจุบันเป็นรัฐมนตรี 

นอกจากนี้ อดีตข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่เติบโตในยุคภูมิใจไทย เมื่อปี 2552-2554 หลายรายเกษียณอายุราชการ แล้วมานั่งเป็นคณะกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ โดยเฉพาะเป็นตัวแทนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในการเลือกองค์กรอิสระอื่น เช่น ชาติชาย อุทัยพันธ์ุ อดีตผู้ว่าฯ สมุทรปราการ สุรชัย ขันอาสา อดีตผู้ว่าฯ ปทุมธานี ชาญนะ เอี่ยมแสง อดีตผู้ว่าฯ นครปฐม 

การปูพรมวางรากฐานของอาณาจักรสีน้ำเงิน ที่วางตัวข้าราชการที่มีอายุราชการยาวนาน ถือเป็นการวางรากฐานอำนาจ 

และยังต่อยอดมาถึงการคุมกลไกฝ่ายบริหาร กลไกองค์กรอิสระ ปูทางภูมิใจไทยอยู่ยาว

Update: 2026-08-15
Tags: