รพ.วิมุต-เทพธารินทร์เดินหน้าจัดประชุมวิชาการ ขับเคลื่อนการดูแลผู้ป่วยแบบเจาะลึก ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน - เทคโนโลยีชาวบ้าน
Skip to content
โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อของประเทศไทยด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 40 ปี ในฐานะผู้บุกเบิกศูนย์เบาหวานแห่งแรกของประเทศ ผู้วางรากฐาน การดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care) และเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่นำนักกำหนดอาหารเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของทีมรักษา สร้างแนวทางการดูแลที่แตกต่างจากการรักษาแบบเดิม โดยมุ่งเน้น ตั้งแต่การป้องกันโรค การค้นหาสาเหตุ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การดูแลโภชนาการ ไปจนถึงการลดภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์จึงให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ทางการแพทย์ควบคู่กับการรักษาผู้ป่วย โดยมีบทบาททั้งด้านการวิจัย การพัฒนาแนวทางการรักษา การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการสร้างความร่วมมือกับองค์กรและสถาบันชั้นนำระดับสากล เพื่อให้นวัตกรรมและหลักฐานเชิงวิชาการล่าสุด สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการดูแลผู้ป่วยไทยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
หนึ่งในบทบาทสำคัญดังกล่าว คือ การจัดงานประชุมวิชาการ THEPTARIN Endocrine Conference ในวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านโรคเบาหวาน ต่อมไร้ท่อ และเมตาบอลิก ระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบันทั่วประเทศ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และแนวทางการรักษาใหม่ ๆ ที่ช่วยยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยของประเทศไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ

ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.เทพ หิมะทองคำ อายุรแพทย์ต่อมไร้ท่อ และผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ กล่าวว่า “โรคต่อมไร้ท่อ และเมตาบอลิกเป็นกลุ่มโรคที่มีความซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้ป่วยในหลายมิติ ทั้งเบาหวาน โรคอ้วน ไทรอยด์ สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด สุขภาพกระดูก รวมถึงภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ การดูแลผู้ป่วยจึงต้องอาศัยองค์ความรู้จากหลายสาขา และต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง งานประชุม THEPTARIN Endocrine Conference จึงเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากคณาจารย์ แพทย์และวิทยากรจากเครือข่ายวิชาการด้านต่อมไร้ท่อ เบาหวาน และเมตาบอลิกระดับประเทศ สู่แนวทางการดูแลผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว”
“การดูแลผู้ป่วยด้านต่อมไร้ท่อ โดยเฉพาะเบาหวานและโรคเมตาบอลิกในปัจจุบัน ไม่ได้มุ่งเพียงการรักษาโรค หรือควบคุมตัวเลขทางการแพทย์เท่านั้น แต่ต้องมองผู้ป่วยทั้งคน เข้าใจต้นเหตุ ความเสี่ยง พฤติกรรม และบริบทชีวิตของผู้ป่วยแต่ละราย แพทย์ต่อมไร้ท่อจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจโรค ปรับวิถีชีวิต ลดความเสี่ยง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”

นพ.เอกลักษณ์ วโนทยาโรจน์ ผู้อำนวยการศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อเทพธารินทร์ กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของการดูแล ผู้ป่วยเบาหวาน ไทรอยด์ และโรคต่อมไร้ท่อในปัจจุบัน คือการมองให้ลึกกว่าการรักษาโรคเฉพาะจุด เพราะผู้ป่วยจำนวนมากมีโรคร่วมหลายด้าน ทั้งโรคอ้วน ความเสี่ยงด้านหัวใจและหลอดเลือด สุขภาพกระดูก ภาวะแทรกซ้อนทางตา ไต ระบบประสาท รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตและโภชนาการ การดูแลจึงต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพที่เข้าใจโรคอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การค้นหาสาเหตุ การวินิจฉัย การวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ไปจนถึงการติดตามผลในระยะยาว”
“ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อเทพธารินทร์ มีจุดแข็งจากองค์ความรู้และประสบการณ์เฉพาะทางที่สั่งสมมายาวนาน ผสานกับแนวทางการดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ ทั้งแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ นักกำหนดอาหาร ทีมพยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้ผู้ป่วยมีความรู้ในการดูแลโรค ติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างต่อเนื่อง การประชุมวิชาการ THEPTARIN Endocrine Conference จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาต่อยอดสู่การดูแลผู้ป่วยจริงและสะท้อนบทบาทของรพ.วิมุต-เทพธารินทร์ในการเป็นศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานการรักษาด้านต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิกของประเทศไทย”

Tags
Related Posts
โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านโรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อของประเทศไทยด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 40 ปี ในฐานะผู้บุกเบิกศูนย์เบาหวานแห่งแรกของประเทศ ผู้วางรากฐาน การดูแลผู้ป่วยแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care) และเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกที่นำนักกำหนดอาหารเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของทีมรักษา สร้างแนวทางการดูแลที่แตกต่างจากการรักษาแบบเดิม โดยมุ่งเน้น ตั้งแต่การป้องกันโรค การค้นหาสาเหตุ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การดูแลโภชนาการ ไปจนถึงการลดภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมโรคได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์จึงให้ความสำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ทางการแพทย์ควบคู่กับการรักษาผู้ป่วย โดยมีบทบาททั้งด้านการวิจัย การพัฒนาแนวทางการรักษา การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการสร้างความร่วมมือกับองค์กรและสถาบันชั้นนำระดับสากล เพื่อให้นวัตกรรมและหลักฐานเชิงวิชาการล่าสุด สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการดูแลผู้ป่วยไทยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หนึ่งในบทบาทสำคัญดังกล่าว คือ การจัดงานประชุมวิชาการ THEPTAR
13 สิงหาคม 2569
เครือสหพัฒน์ โดยมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา, KingBridge Tower, KINGSQUARE Community Mall และบริษัทในเครือสหพัฒน์ จัดงานวิ่ง “Thai PBS KINGBRIDGE RUN 2026” ร่วมกับพันธมิตร ไทยพีบีเอส และมูลนิธิไทยพีบีเอส ภายใต้แนวคิด “วิ่งเชื่อมสองสะพาน” ชวนสายวิ่งมาสัมผัสเส้นทางเหนือเจ้าพระยา เป็นครั้งแรกบนสะพานภูมิพล 1 และ 2 พร้อมชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามา และเปลี่ยนทุกก้าวของการวิ่งให้เป็นโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ดร.ศิรินา ปวโรฬารวิทยา ประธานมูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา กล่าวว่า มูลนิธิ ดร.เทียม โชควัฒนา ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานวิ่งครั้งนี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเข้ากับการสร้างประโยชน์และส่งต่อสิ่งดี ๆ กลับคืนสู่สังคม โดยจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเกิดจากการพูดคุยระหว่าง ไทยพีบีเอส กับ นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ซึ่งมีแนวคิดตรงกันว่าอยากเห็นประเทศไทยมีงานวิ่งที่มีเอกลักษณ์และสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมไปพร้อมกัน จึงเกิดแนวคิดกำหนดให้สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งด้านสถาปัตยกรรมและทัศนียภาพ มาเป็นเส้นทางสำคัญของงาน แนวคิด “วิ่งเชื่อมส
13 สิงหาคม 2569
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จัดงานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค (Regional Research Expo)” ครั้งที่ 14 ภายใต้แนวคิด “Research Synergy : พลังวิจัย ภูมิปัญญาอีสาน เชื่อมต่ออนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ รองศาสตราจารย์ ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) , ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐวัฒม์ วงษ์ชวลิตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ระบิล พ้นภัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมประกาศความร่วมมือ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วาสนา ภานุรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา นำเสนอแนวคิดการจัดงานและกิจกรรมเด่นของการจัดงา
13 สิงหาคม 2569
อุตรดิตถ์ – กรมวิชาการเกษตรเดินหน้ารณรงค์ลดการเผาตอซังและฟางข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมการใช้หัวเชื้อ จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวเป็นทางเลือกแทนการเผา เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน ลดต้นทุนการผลิต และยกระดับการทำนาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเผยเกษตรกรในหลายพื้นที่เริ่มเห็นผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดการบอกต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น นางกุลธิดา ดอนอยู่ไพร นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการ สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า สำนักงานวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 2 รับผิดชอบพื้นที่ 7 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ตาก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ โดยปัจจุบันเกษตรกรจำนวนมากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังฟางข้าวผ่านการบอกต่อระหว่างเกษตรกร รวมทั้งการเผยแพร่ของสื่อมวลชน จนเกิดความสนใจและติดต่อขอคำแนะนำจากกรมวิชาการเกษตรอย่างต่อเนื่อง เกษตรกรหลายรายได้สั่งซื้อหัวเชื้อจุลินทรีย์จากกรมวิชาการเกษตรไปใช้ในพื้นที่ และพบว่าสามารถช่วยย่อยสลายตอซังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล
13 สิงหาคม 2569
กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยสถานการณ์ผลไม้เศรษฐกิจภาคใต้ ปี 2569 พบว่า ผลผลิต ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกองเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตามช่วงเวลาของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะทุเรียนที่กำลังเข้าสู่ช่วงผลผลิตสูงของฤดูกาล ขณะที่มังคุดและเงาะมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนลองกองเริ่มเปิดฤดูกาลผลิต ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้เตรียมมาตรการบริหารจัดการผลผลิตควบคู่กับการเชื่อมโยงตลาด เพื่อรองรับผลผลิตที่กำลังทยอยออกสู่ตลาด และสร้างสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ผลไม้เศรษฐกิจภาคใต้เป็นพืชที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศ การบริหารจัดการจึงต้องดำเนินควบคู่กันทั้งด้านการผลิต คุณภาพ และการตลาด เพื่อให้ผลผลิตสามารถกระจายออกจากแหล่งผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดภาวะผลผลิตกระจุกตัวในช่วงเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและประเทศคู่ค้า “หัวใจสำคัญ คือ การทำให้ผลผลิตทุกส่วนมีตลาดรองรับ เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้บริโภคได้รับผลไม้ที่
13 สิงหาคม 2569
เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้ เจียไต๋ฟาร์ม โดยกลุ่มบริษัทเจียไต๋ ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย ชวนลูกๆ ส่งต่อความรักและความห่วงใยให้คุณแม่ผ่านของขวัญที่ใส่ใจในสุขภาพ พร้อมชวนทุกคนในครอบครัวมาใช้เวลาดีๆ ร่วมกันตลอดเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาของขวัญแทนใจ เจียไต๋ฟาร์มมีกระเช้าผลไม้คุณภาพให้เลือก 3 ชุด ได้แก่ “ฟาร์มรัก” แทนความรัก ราคา 499 บาท ประกอบด้วยฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง “ฟาร์มใส่ใจ” แทนความห่วงใย ราคา 799 บาท ประกอบด้วยเมล่อนมรกต 1 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล และฟักทองบัตเตอร์นัท 2 ผล และ “ฟาร์มสุขภาพดี” แทนคำอวยพรให้คนสำคัญมีสุขภาพแข็งแรง ราคา 1,599 บาท ประกอบด้วย เมล่อนมรกต 3 ผล ฟักทองมินิบอล 2 ผล ฟักทองบัตเตอร์นัท 1 ผล และมะเขือเทศเจียไต๋ 1 กล่อง กระเช้าทั้ง 3 ชุด นอกจากเหมาะสำหรับมอบให้คุณพ่อคุณแม่แล้ว ยังสามารถส่งต่อความใส่ใจให้ผู้ใหญ่ที่เคารพ เยี่ยมผู้ป่วย หรือมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ สำหรับผู้ที่สนใจ เจียไต๋ฟาร์มเปิดรับพรีออร์เดอร์แล้ววันนี้ พร้อมคัดสรรผลไม้สดใหม่และจัดเตรียมกระเช้าก่อนส่งมอบถึงมือผู้รับ นอกจากข
12 สิงหาคม 2569